ครม. มีมติตั้ง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ทำหน้าที่ รองเลขานายกฯ

มติ ครม.แต่งตั้ง “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ” นั่งรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง -ให้”อุรีรัชต์ เจริญโต” เป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงปราก

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (11 ก.ย. 2561) ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้ง ให้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ แกนนำ กปปส. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, คณะรัฐมนตรี, ข่าวสดวันนี้
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

โดย พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า สาเหตุที่ ครม. มีมติดังกล่าว นั้นเพราะเห็นว่า นายพุทธิพงษ์ มีความรู้ความสามารถ สามารถทำภาระกิจประสานการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานนโยบายของรัฐบาล การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเรื่องร้องเรียนของประชาชน พร้อมทั้งประสานงานด้านรัฐสภาได้

พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้มีมติ โยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ประกอบด้วย

นายสุรจิตต์ อินทรชิต,นายสุรเดช เตียวสกุล,นายมีศักดิ์ ภักดีคง เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ
น.ส.จริยา สุทธิไชยา เป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เป็นเลขาธิการสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.),

น.ส.เสริมสุข ลักเพ็ชร์ เป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร
น.ส.จูอะดี พงษ์มณีรัตน์ เป็นเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, น.ส.เบญจพรณ์ ชาครนนท์ เป็นอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561

ขณะที่ กระทรวงต่างประเทศ ให้ นางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ เป็นเอกอัคราชทูต สถานเอกอัครราชทูตกรุงย่างกรุง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 และให้นางอุรีรัชต์ เจริญโต เป็นเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต กรุงปราก สาธารรัฐเช็ก เพื่อทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการและดำแหน่งที่ว่างลง

หนุ่มโพสต์ถาม มาตรฐานสนามบินดอนเมือง หลังมีคนป่วยอ้วกเป็นเลือด แต่ไร้เหลียวแล

เกิดอะไรในประเทศไทย  หนุ่มน้ำใจงามสงสัย หลังพบคนป่วยอ้วกเป็นเลือดกลางสนามบินดอนเมือง แต่กลับไร้คนเข้าช่วยเหลือ ถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ  

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Billy Gong ได้มีการโพสต์ข้อความระบายความในใจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงแถลงไข หลังจากเขาไปประสบเหตุพบคนป่วยอ้วกเป็นเลือดเกลื่อนพื้นทางเดินในสนามบินดอนเมือง แต่กลับไร้เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยพยาบาลที่เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยมีข้อความระบุว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองราวตีสี่ครึ่ง ขณะผมกับน้องนั่งรอการเดินทางเที่ยวเช้าตรู่ภายในอาคาร ทันใดนั้นน้องผมอุทาน เลือด! ผมหันไปมอง ภายนอกอาคารเพียงประตูกระจกกั้น

ชายหนุ่มเสื้อขาวร่างสันทัดสวมแว่นตา ยืนก้มหน้า งง งง และบนพื้นปูนตรงหน้าชายหนุ่ม เป็นน้ำสีดำแดงข้นคลักกองใหญ่ น้องผมลุกขึ้นยืนและเดินออกไปนอกอาคารที่ผู้ชายที่ยืนอย่าตกใจ น้องถามพี่เป็นอะไรครับ ผู้ชายคนนั้นตอบ อ๊วก! อ๊วกออกมาเป็นเลือด! ไหลนองเต็มพื้น

ผมเองก็ตกใจและไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไวเท่าความคิด ผมเดินเข้ามาในอาคาร และเห็นพนักงานของสายการบินที่รอรับและคอยบริการลูกค้าสายการบิน ผมบอกน้องครับ ผู้ชายคนนั้นด้านนอก ซึ่งพนักงานก็มองเห็นอยู่ อ๊วก ออกมาเป็นเลือดกองใหญ่ เรียกเจ้าหน้าที่หรือพยาบาลหรือคนที่สามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้ไหม

พนักงานสายการบินชายหญิงรับปาก ครับพี่เดี๋ยวผมแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ ส่วนน้องผมยังยืนคุยและถามอาการผู้ชายที่อ๊วกอยู่ข้างนอก และแนะนำให้ไปโรงพยาบาล

คนในอาคารและนอกอาคารที่เริ่มจอแจแต่เช้าตรู่ ต่างก็เห็นเหตุการและกองเลือด แต่ไม่มี่ใครสนใจเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ห้านาทีผ่านไปผมเดินไปบอกน้องพนักงานสายการบินว่าแจ้งเจ้าหน้าที่หรือยัง พนักงานบอกแจ้งไปแล้ว และสักครู่ก็มีพนักงานสายการบินผู้หญิงเดินมาถามผมว่าเป็นญาติหรือรู้จักผู้ป่วยหรือไม่ ผมบอกว่า เปล่า แค่เห็นเหตุการณ์

พนักงานงานสายการบินบอก หากต้องการรถพยาบาล สายการบินของเราจะส่งไปโรงพยาบาลสมิติเวชเท่านั้น ผู้ป่วยพร้อมหรือไม่ ผมบอกผมไม่ทราบและผมเดินเข้าไปถามผู้ป่วยซึ่งยังคุยกับน้องผมถึงสถานการณ์จะบินตามเดิมหรือไปโรงพยาบาล

ผู้ชายบอก ทนได้ครับ เพราะต้องรีบบินไปทำงานที่นครศรี ในตารางบินอันใกล้เวลาที่จะต้องเดินทาง ผมกับน้องบอกกับผู้ป่วยที่อ๊วก หากไม่ไปหาหมอตอนนี้และไม่ยกเลิกเดินทาง หากบินถึงจุดหมายอันดับแรก คือด่วนไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดให้ไวที่สุด เลือดกองใหญ่ที่อ๊วกออกมามันไม่น้อยเลย …

ผมเขียนเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ของสังคมปัจจุบัน ในสนามบินนานาชาติ ผู้คนพลุกพล่าน เหตุการณ์เกิดขึ้นมีคนเห็น แต่ไม่มีการรับรู้ ธุระไม่ใช่

สมมติ เราเดินทางมาคนเดียว เดินลื่นล้ม สลบ หรือ ขาหัก ไม่มีอจ้าหน้าที่ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และอาจจะมีเจ้าหน้าที่มาถาม มีเงินพอจะไปโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหรือไม่ หากไม่มีก็คงต้องเสียใจด้วย

ประเทศไทยเริ่มเจริญพัฒนาเป็นสังคมเมืองมากขึ้นและความเป็นสังคมช่วยเหลือกันอย่างสังคมชนบทน้อยลง

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ก่อนที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Akihiro Koki Tomikawa จะนำไปเผยแพร่ต่อเป็นภาษาญี่ปุ่น ทำนองว่า เขาสงสัยทำไมคนในสังคมไทย ถึงมีจิตใจที่เปลี่ยนไป

เพราะทุกครั้งที่หลายประเทศเกิดภัยพิบัติ คนไทยพร้อมจะเข้าช่วยเหลือทุกเมื่อ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกันเอง กลับไม่มีการช่วยเหลือ คนไทยที่มีจิตใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นตอนนี้หายไปไหนแล้ว ทำไมถึงเกิดเหตุแบบนี้ได้ และไม่อยากคิดว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย

最近のタイ人は本当におかしい。
ปัจจุบันคนไทยบางคนแปลกนะครับ

ドンムアン空港に来たとあるタイ人兄弟、一方が大量吐血したので、周囲に助けを求めるもこの書いた人以外誰も助けなかったらしい。
空港職員でさえもだ。
ที่สนามบินดอนเมือง ชายคนหนึ่งอาเจียนเป็นเลือด มีเพียงเจ้าของโพสต์และน้องเข้าไปช่วย แต่คนอื่นที่เดินผ่านไปมาเหมือนจะไม่สนใจ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่

他の国ならわかるがどうしてこんなことがタイで起こるのか自分には理解できない。
ผมเข้าใจนะครับ ถ้าที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย แต่เรื่องนี้จากเมืองไทย ซึ่งผมไม่เข้าใจ

自分がなぜタイ人を愛しているか、敬虔な仏教徒が多く、他人を助けることに躊躇しない民族だからである。
ทำไมผมถึงรักคนไทย? เพราะคนไทยศรัทธาในพระพุทธศาสนา และไม่เคยลังเลที่จะช่วยคนอื่น

あなた達はいったいどうしたのか?
แล้วทำไมเป็นแบบนี้ครับ

あなた達はふだんあれだけ「タイを愛している」と言っているではないか。
พวกคุณพูดเสมอว่า
“ฉันรักเมืองไทย”

あなた達はこの銀次郎が困っていると、助けてくれる人たちだ。あなた達は日本が津波で苦しんでいると一番早く助けてくれた国ではないか。
ความจริงแล้วพวกคุณช่วยเหลือผมเสมอ แม้กระทั่งตอนที่ญี่ปุ่นประสบภัยสึนามิ พวกคุณก็ช่วยเหลือ

それがなぜ同胞を助けてあげないのか?
ทำไมไม่ช่วยคนไทยด้วยกันครับ

これだけの喀血、もしかしたらこの人は結核だったかもしれない。それがそのまま飛行機に乗ったらどうなるだろう。
เลือดจำนวนมาก ผมกังวลเรื่องโรคติดต่อ แต่ถ้าเขาเป็น แล้วคนอื่นจะทำยังไงครับ

人を守ることは、そのまま自分を守ることにつながるのですよ。
ถ้าคุณปกป้องคนอื่น นั่นก็จะช่วยปกป้องตัวคุณด้วยครับ

想像力をもってほしい。
ลองคิดดูนะครับ

街にはサラ金の看板があふれ、若いタイ人達があたらしいバイク、新しい車にのり、週末には高いレストランにくりだしているが、あなた達は今自分たちがどこにいるのか気づくべきだ。
ที่กรุงเทพฯ มีป้ายโฆษณาบริษัทเงินกู้หลายแห่ง คนรุ่นใหม่บางคนซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ใหม่ บางคนไปกินข้าวร้านแพงๆ
แต่ผมคิดว่าลองหยุดแล้วคุณจะรู้ว่าคุณยืนอยู่จุดไหนครับ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10214901327545132&set=a.10200302394140921&type=3&theater

‘นีโน่’ เปิดใจ!! ‘โอ วรุฒ’ เตรียมตัวแต่ไม่ได้เตรียมใจหลังโรครุมเร้า

‘นีโน่’ เปิดใจ ‘โอ วรุฒ’ เตรียมตัวแต่ไม่ได้เตรียมใจหลังโรครุมเร้า เสียใจเตรียมรายการไว้ให้แต่ไม่ได้ร่วมงานกันอีก

วันนี้ ( 11 ก.ย.61 ) นายเมทนี บุรณศิริ หรือ นีโน่ เมทนี เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจากนำร่างของอดีตนักแสดงน้องรักถึงศาลาวัด ว่าความสูญเสียครั้งนี้ ทุกคนทำใจไว้แล้ว ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก็ขอเพียงแต่มีปาฏิหาริย์ ขอบคุณหมอที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ก็สุดความสามารถเพราะโอป่วยทั้งเบาหวาน ไตหยุดทำงาน ตับอ่อนอักเสบกำเริบ หลายโรครุมเร้า ก่อนติดเชื้อในกระแสเลือดจนทำให้เสียชีวิต

ทั้งนี้ นีโน่ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้โอ กังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ เคยพูดกับคนที่บ้านว่าหากล้มไปหรือพิการไปจะดูแลกันได้ไหม แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครๆก็สามารถพูดกันได้ ซึ่งโอก็คงไม่เตรียมใจว่าจะไปไวขนาดนี้ มันเร็วมาก ตอนนี้โอมีละครติดต่อมาแล้ว 2-3 เรื่อง เพราะทุกคนเห็นว่าโอดีขึ้น สามารถกลับมาทำงานได้แล้ว นอกจากนี้ตนเองยังชวนมาทำรายการซึ่งจะออนแอร์เดือนมกราคมนี้ แต่ก็มาจากไปเสียก่อน น่าเสียดายที่ไม่ได้ร่วมงานกันอีก