‘พีท ลวงโลก’ กุข่าวหวย 90 ล้าน บ้านใกล้ถูกยึด

น้าเขย เผย ‘พีท ลวงโลก’ เป็นขี้เล่นและชอบทำตัวโอ้อวด แต่จริงๆแล้วพีทเป็นคนน่าสงสาร เนื่องจากบ้านที่ จ.เลย จะถูกยึด

จากกรณีนายธนวรรน์ คำแหงพล หรือพีท พ่อค้าขายลอตเตอรี่ ที่กุเรื่องว่ามีลูกค้าถูกรางวัลเป็นเงิน 90 ล้านบาท จนกระทั่งถูกจับดำเนินคดีไปแล้วนั้น ล่าสุดน้าเขยของนายพีท ที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านทรัพย์เจริญ ต.เอราวัณ จ.เลย เปิดเผยว่า พีทเป็นคนขี้เล่นและชอบทำตัวโอ้อวด แต่จริงๆแล้วพีทเป็นคนน่าสงสาร อย่างที่บ้านที่เอราวัณพีทได้นำโฉนดแปลงที่กำลังสร้างบ้านไปจำนองกับนายทุนนอกระบบมาเป็นทุนขายลอตเตอรี่และสร้างบ้าน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาพีทต้องหาเงินมาผ่อนใช้ดอกเบี้ยเป็นเงินเดือนละหมื่นกว่าบาท และได้ขาดส่งจนนายทุนถึงกับต้องนำรถแบคโฮมาทุบ และในส่วนเรื่องของทางคดีที่หลอกลวงประชาชน คงต้องปล่อยไปเป็นกระบวนการของกฎหมาย

จุดจบซุปตาร์ ‘ฟ่าน ปิงปิง’ ติดคุก ! เจอข้อหา เลี่ยงภาษี ทุจริตคอร์รัปชัน

ฟ่าน ปิงปิง ซุปเปอร์สตาร์หญิงแดนมังกร ถูกจับขังในเรือนจำ เจอหลายข้อหาทั้งเลี่ยงภาษี ทุจริต คอร์รัปชัน

ฟ่าน ปิงปิง ซุปเปอร์สตาร์หญิงคนดัง ชาวจีน วัย 36 ปี ที่ได้มีการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย ทาง เหวยป๋อ สื่อสังคมออนไลน์ของจีน ครั้งสุดท้าย เมื่อ 2 มิ.ย. 61 ก่อนจะหายเงียบหายไป ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะนับจากนั้นเป็นต้นมา ก่อนจะมีข่าวลือสะพัดออกมาว่า เธอกำลังถูกทางการจีนควบคุมตัวในข้อหา ‘เลี่ยงภาษี’

ฟ่าน ปิงปิง
ฟ่าน ปิงปิง ซุปเปอร์สตาร์หญิงแดนมังกร

หลังจากนั้น Secuirties Daily สื่อกระบอกเสียงของทางการจีน ได้โพสต์ข่าวบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อปิดข่าวว่า ฟ่าน ปิงปิง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเธออาจจะหมดโอกาสกลับมาทำงานในวงการได้อีก

มีการเปิดเผยถึงขั้นตอนการเลี่ยงภาษีของฟ่าน ปิงปิง ด้วยการทำสัญญาที่เรียกว่า ‘สัญญา หยิน-หยาง’โดยบริษัทที่จ้างงานจะออกสัญญาสองฉบับ ซึ่งฉบับหนึ่งเป็นค่าตัวที่ได้รับจริง โดยจะมีจำนวนเงินมากกว่าสัญญาอีกฉบับที่เธอนำไปเป็นหลักฐานในการเสียภาษีกับสรรพากร โดยเจ้าหน้าที่สามารถขยายผลพัวพันไปถึงการกู้เงินธนาคาร และการทุจริตคอร์รัปชันอีกหลายคดี

นอกจากนี้มีการเปิดเผยว่า ‘ฟ่าน ปิงปิง’ ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2561 ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอีกครั้งเมื่อต้นเดือนสิงหาคม และถูกคุมขังอยู่ในคุกตั้งแต่นั้นมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องการเลี่ยงภาษีของฟ่าน ปิงปิง แดงขึ้นหลังจากที่ ซุย ยงหยวน พิธีกรรายการโทรทัศน์ในจีนได้หลุดเผยรายละเอียดบนโลกโซเชียล เกี่ยวกับ สัญญาหยิน-หยาง ที่ระบุว่า ฟ่าน ปิงปิง ได้ทำสัญญาหยิน -หยาง จากค่าตัวในการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘Cell Phone2’ โดยฉบับหนึ่ง ทำสัญญาได้รับเงินค่าตัวแค่ 2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 66 ล้านบาท ส่วนฉบับที่สอง ทำสัญญารับเงินค่าตัวจำนวนที่ได้รับจริง ถึง 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 330 ล้านบาท

ที่มา www.taiwannews.com.tw

สสส.ลงตรวจสอบคดีฆ่า ม.5 หลังตร. หยุดทำงานคดีไม่คืบ

ตัวแทนจากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ลงตรวจสอบคดีฆ่า ม.5 หลัง ตร.หยุดทำงานคดีไม่คืบ

วันที่ 11 ก.ย. 61 ที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง นายสุนทร-นางยุคล สุขมาก พ่อและแม่ นายดนุเดช สุขมาก อดีตนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ อ.เมือง จ.ตรัง ที่ถูกนายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ ร่วมกับพวกอีก 1 คน ร่วมกันฆ่าภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 เขาะแปะช้อย เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ต่อมา นายธีรศักดิ์ ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต และกรมราชทัณฑ์ได้ประหารชีวิตนายธีรศักดิ์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 9 ปี

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางยุคล สุขมาก แม่ของนายดนุเดช กล่าวว่า ล่าสุดได้มีตัวแทนจากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ซึ่งเป็นองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน 4 คน พร้อมทนายความ ได้ลงพื้นที่มาพบที่บ้าน และอาสาจะช่วยติดตามตรวจสอบคดี ให้ความเป็นธรรม

โดยได้ขอสำนวนการสอบสวนจากทางตำรวจ อัยการ และรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่อยู่นอกและในสำนวน และขอคัดคำพิพากษาของศาล เพื่อมาศึกษาวิเคราะห์และเดินหน้าตรวจสอบการทำคดีดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายนักเรียน ม.5 ที่ถูกฆ่า และฝ่ายของนายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ ที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตไปแล้ว

หลังติดตามข่าวทราบจากสื่อมวลชนว่าคดีไม่มีความคืบหน้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ทั้งที่เวลาผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี ซึ่งทางครอบครัวไปติดตามสอบถามความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน จากทางตำรวจเป็นระยะๆ แต่คำตอบที่ได้รับเหมือนเดิม คือ ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการติดตามคนร้ายที่เหลือ

ทั้งนี้ทางตำรวจคงรออย่างเดียวคือ ให้เรื่องเงียบไปเอง จึงวางมือไม่ทำคดีต่อแล้ว ดังนั้น จึงพร้อมจะให้ทางองค์กรหรือสมาคมใดๆก็ตามที่พร้อมจะช่วย รวมทั้งสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) จึงได้ทำการมอบอำนาจในการติดตามคดีแล้ว นอกจากนั้น ยืนยันว่าทางครอบครัวยังจะเดินหน้าทวงความยุติธรรมต่อไป อีกทั้งกำลังหารือจะร้องทหาร และร้องกองปราบปรามให้ ลงมาช่วยคลี่คลายคดีต่อไปด้วย