ชาวบ้านฮือฮาขุดพบวัตถุโบราณคาดเมืองเก่าอายุกว่าพันปี

ชาวบ้านตื่น ขุดพบวัตถุโบราณคาดเมืองเก่าอายุกว่าพันปี

ชาวบ้านตื่นพบวัตถุโบราณ ซึ่งมีหม้อ ไห รวมทั้งเบี้ยที่ใช้แทนเงินสมัยโบราณจำนวนมาก หลังทำการขุดพื้นดินของตนเอง เพื่อทำการขุดสระใช้ในการเกษตร ในพื้นที่ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา คาดเป็นเมืองโบราณอายุกว่าพันปี ซึ่งอาณาบริเวณดังกล่าวในอดีตเคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรเมืองภูกามยาว เตรียมแจ้งผู้นำเข้าตรวจสอบ

วันที่ 27 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูกลุ่มชาวบ้าน ดอกบัว หมู่ หมู่ 11 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาหลังจากที่ได้ทำการขุดพื้นดินในที่นาของตนเอง เพื่อทำการขุดสระเลี้ยงปลาและเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ โดยหลังจากใช้รถแบคโฮทำการขุดพื้นดินลึกลงไปประมาณ 1 เมตร ได้ค้นพบเศษหม้อและไหที่บรรจุ เบี้ยหอยโบราณ ตลอดจนเศษภาชนะ เครื่องปั้นดินเผา แตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ

โดยจากการเปิดเผย ของนาย ไพโรจน์ คำศรี ชาวบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า พื้นที่ดินดังกล่าว เป็นของนาย เลิศ ธิวงศ์ ชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลท่าวังทอง และได้ว่าจ้างรถแบคโฮ เข้ามาทำการขุดพื้นที่นาของตนเอง เพื่อทำการ ขุดสระให้เป็นบ่อน้ำเพื่อใช้กักเก็บน้ำใช้ในการเกษตรกรรมในพื้นที่ของตนเอง ขณะที่ทำการขุดได้พบเศษวัสดุเครื่องปั้นดินเผา ตลอดจนเครื่องใช้ ที่เป็นหินได้แตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณและพบ หม้อบรรจุเบี้ยหอยโบราณ จำนวนหนึ่งที่ถูกรถขุด ทับและแตกกระจายทางเจ้าของจึงได้นำเก็บไว้ ที่บ้านเพื่อจะนำไปมอบให้กับ พระวิมลญาณมุณี รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยา เจ้าอาวาส ตำบลเวียง อำเภอเมือง พะเยา เพื่อนำไปเก็บไว้ ในพิพิธภัณฑ์เวียงพะเยา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาความเป็นมา เกี่ยวกับ เบี้ยหอยและเศษวัสดุที่ค้นพบดังกล่าว และแจ้งให้ผ็นำท้องที่และผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง

จากการตรวจสอบและสอบถามชาวบ้าน พบว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นในอดีตที่ผ่านมาเคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรเมืองภูกามยาวที่มีอายุกว่าพันปี เป็นอาณาบริเวณกว้าง โดยมีทิวเขาล้อมรอบ และเป็นเขตติดต่อระหว่างเขตอำเภอเมือง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยาซึ่งมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 1000 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันในพื้นที่ดังกล่าวได้มีประชาชน ตามชุมชนต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาใช้เป็นพื้นที่ทำกินและสร้างเป็นที่อยู่อาศัยครอบครอง ดังกล่าว สำหรับการค้นพบครั้งนี้ ทางกลุ่มชาวบ้าน และผู้ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าวก็ฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้มีความเชียวชาญเกี่ยวกับด้านวัตถุโบราณเข้ามาตรวจสอบ และร่วม ดูพื้นที่ เพื่อจะได้ ตรวจหา เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาจากอดีตกาล เชื่อมโยงกับยุคปัจจุบันนี้ หลังจากที่มีการค้นพบ เศษวัตถุโบราณและเบี้ยหอยโบราณ ทางเจ้าของพื้นที่ดินก็ได้นำไปเก็บไว้ที่บ้าน และเพื่อ รอมอบให้กับ พิพิธภัณฑ์เวียงพะเยา นำไปเก็บไว้เพื่อให้เป็น ที่ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรภูกามยาวหรือจังหวัดพะเยาต่อไป

แพทย์เตือนปวดท้องเฉียบพลัน คลื่นไส้ เบื่ออาหาร สัญญาณ ‘ไส้ติ่งอักเสบ’ อันตรายถึงชีวิต

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่พบบ่อยสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ระหว่างลำไส้เล็กตอนปลายและลำไส้ใหญ่ตอนต้น ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ไส้ติ่งสามารถเกิดภาวะการอักเสบได้จากการอุดตันภายใน อาทิ มีเศษอุจจาระขนาดเล็กที่ทำให้ไส้ติ่งเกิดการติดเชื้อและบวมขึ้น หรือเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ที่ส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองในไส้ติ่งเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ขยายตัวขึ้นจนไปปิดกั้นไส้ติ่ง ทำให้เกิดอาการอักเสบ มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและอันตราย หากไม่ได้รับการรักษาไส้ติ่งที่อักเสบจะแตก ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในไส้ติ่งสามารถแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว อาจเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

อย่างไรก็ตามโรคไส้ติ่งอักเสบมีสัญญาณเตือนที่สามารถสังเกตและเฝ้าระวังได้ คือหากมีอาการปวดท้องเฉียบพลันที่บริเวณรอบสะดือ ต่อมาย้ายไปปวดที่ท้องด้านล่างขวามีอาการปวดมากขึ้นขณะที่ไอ เดิน หรือแม้แต่ขยับตัว มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีไข้ มีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือท้องอืดร่วมด้วย ตลอดจนมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น

หากมีอาการเหล่านี้ควรสงสัยเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบรีบพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้จนเข้าสู่ระยะรุนแรงไส้ติ่งที่อักเสบจะแตกได้ ภายใน 48-72 ชั่วโมง ต้องได้รับการผ่าตัดไส้ติ่งอย่างเร่งด่วน

สำหรับการป้องกันโรคไส้ติ่งอักเสบ ทำได้โดยพยายามไม่ให้มีอาการท้องผูก ด้วยการรับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง หากพบว่ามีอาการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ลำไส้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เนื่องจากการอักเสบนั้นอาจลุกลามไปถึงไส้ติ่งได้เช่นกัน

ขอบคุณที่มาจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ไทยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง 28-1 ต.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ไทยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง 28-1 ต.ค.นี้

วันที่ 28 ก.ย. 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีปริมาณฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า 

พร้อมเตือนไปยังเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง 

โดยในช่วงวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2561 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและ ลมกระโชกแรง โดยจะเริ่มในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย