ประกาศกรมอุตุฯ เตือน! มีฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย กระทบตั้งแต่วันที่ 8 – 10 กันยายน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 9 “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8 – 10 กันยายน 2561

ในช่วงวันที่ 8-10 กันยายน 2561 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาว ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยแล้ว ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง

สำหรับพื้นที่ที่คาดว่ามีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2561

ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ

ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 10 กันยายน 2561

ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศครั้งต่อไปใน วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 23.00 น.

2 สามีภรรยา ถูกคนร้ายราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ขณะกำลังขายของ

2 สามีภรรยา ถูกคนร้ายราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ขณะกำลังขายของอยู่ในตลาดนัดลำพยา นครปฐม

วานนี้ (7 ก.ย.61) เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ 2 สามีภรรยา ถูกคนร้ายราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ขณะกำลังขายของอยู่ในตลาดนัดลำพยา หมู่1 ตำบลลำพยา อำเภอเมืองนครปฐม

ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นางอุไรวรรณ อายุ 45 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้ง ถูกไฟไหม้ทั่วร่างกายและใบหน้าอาการสาหัส ส่วนนายเสาร์คำ อายุ 55 ปี สามี ถูกไฟไหม้ที่บริเวณแขนและตามลำตัว

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายรูปร่างผอมเดินเข้ามาราดน้ำมันใส่ทั้ง 2 คนแล้วจุดไฟเผา ส่วนผู้ก่อเหตุถูกไฟติดเสื้อ จนต้องถอดเสื้อทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อหาตัวชายคนดังกล่าวและเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องชู้สาวหรือมือที่ 3

สธ. เปิดคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ ช่วยแก้ปัญหาแออัด ลดรอคอย

สธ. เตรียมเปิดบริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ เป็นทางเลือกในการรับบริการของประชาชน ช่วยลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย นำร่องแล้ว 7 โรงพยาบาล

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขสัญจร ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จังหวัดตรัง ว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายในการลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย ในการพบแพทย์เฉพาะทาง

โดยเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปที่เปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทาง จึงได้เปิดคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการของหน่วยบริการในสังกัด เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่มารับบริการ

“จากการทำประชาพิจารณ์ประชาชนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 7 แห่งที่นำร่องที่เปิดให้บริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางฯ ได้แก่ รพ.สกลนคร, รพ.มหาราชนครราชสีมา, รพ.นครปฐม, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.พระนครศรีอยุธยา, รพ.เชียงรายประขานุเคราะห์ และ รพ.อุดรธานี พบว่า เห็นด้วยกับการเปิดคลินิกพิเศษเฉพาะทางฯ เกือบ 100% และระเบียบสามารถนำไปใช้ได้จริง

โดยราคาค่าบริการรวมทั้งอัตราค่าตอบแทนบุคลากรเหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำระเบียบคลินิกพิเศษฯ ซึ่งจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามในเดือนกันยายน 2561 และแจ้งให้หน่วยบริการโดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ผ่านเกณฑ์เปิดบริการ คลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาต่อไป ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวก หรือทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการความรวดเร็ว และพบแพทย์เฉพาะทาง” นายแพทย์เจษฎา กล่าว