สาวใหญ่น้อยใจคนในครอบครัว ผูกคอตายลาโลกคากิ่งต้นมังคุดหลังบ้าน

สาวใหญ่น้อยใจคนในครอบครัว ผูกคอตายลาโลกคากิ่งต้นมังคุดหลังบ้าน

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 6 ก.ย.61ร.ต.อ.ณรงชัย คงช่วย ร้อยเวร สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอตายเสียชีวิตบนกิ่งต้นมังคุด หลังบ้านเลขที่ 117/17 หมู่ 6 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ๊ง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุพบญาติพี่น้องของผู้ตายรวมทั้งเพื่อนบ้าน อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรวจสอบหลังบ้านบนต้นมังคุดขนาดใหญ่พบศพผู้ตายทราบชื่อนางกนกอร สุทธิพันธ์ อายุ41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 3 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพใช้ผ้าถุงฉีกทำเป็นเชือกผูกคอกับกิ่งต้นมังคุด ในชุดสวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอก ห้อยโต่งเต่งบนกิ่งมังคุด คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 – 8 ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนญาติ ๆ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ตาย เกิดเรื่องทะเลาะกับคนในครอบครัว ก่อนจะหนีหายออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 10.00 น.ของวันนี้ ซึ่งทางญาติๆได้ออกตามหาบ้านเพื่อน บ้านญาติ แต่ไม่พบ จนกระทั้งช่วงเวลา 18.30 น.วันเดียวกัน ลูกชายของผู้ตายมาพบว่าแม่ผูกคอเสียชีวิตกับกิ่งต้นมังคุดหลังบ้านแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าภายหลังจากผู้ตายเกิดเรื่องทะเลาะกับคนในครอบครัว แล้วอาจเกิดความน้อยใจ จึงตัดสินใจผูกคอตายดังกล่าว

ด่วน ! แผ่นดินไหว 8.1 เขย่าฟิจิ คาดกระทบรวด 2 ประเทศ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.1 แมกนิจูด บริเวณชายฝั่งประเทศฟิจิ คาด 2 ประเทศได้รับผลกระทบ

วันที่ 6 ก.ย. 2561 กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสจีเอส ระบุว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.1 แมกนิจูด บริเวณชายฝั่งประเทศฟิจิ ซึ่งตั้งอยู่บนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เมื่อเวลา ประมาณ 8:49 น. ตามเวลาทิ้งถิ่นของแปซิฟิก โดยจุดศูนย์กลางของเหตุแผ่นดินไหว ห่างจากเมืองซูวาประเทศฟิจิระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะที่มีการคาดการณ์ว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ 2 ประเทศ ได้แก่ประเทศตองกา และประเทศฟิจิ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

บิ๊กโจ๊กแถลงข่าว ‘เกาะเต่า’ หลังจับกุม 12 ผู้ต้องหาแชร์ข่าว

บิ๊กโจ๊กแถลงข่าวเกาะเต่าหลังจับกุม12 ผู้ต้องหาแชร์ข่าวโจมตีเกาะเต่า

วันที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น. พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ร่วมกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 และนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน ร่วมกันแถลงข่าวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีที่ น.ส.อิสเบลล่า วิคตอรี แบกเตอร์ อายุ 19 ปี สัญชาติอังกฤษ ที่อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะเต่าแล้วถูกวางยาโดยไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืน 

ทำให้เพจ “สมุยไทม์” และ “CSI LA” นำข้อมูลเหตุการณ์ดังกล่าวไปลง และนำภาพของชายไทย 2 คนมาลงทำให้คนอ่านเข้าใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมและข่มขืนชาวอังกฤษ 2 ศพ เมื่อปี พ.ศ.2557 และกรณีของแหม่มอังกฤษในครั้งนี้ ต่อมาชายไทย 2 คนได้มาแจ้งความเอาผิดกับแอดมินเพจ “สมุยไทม์” และ “CSI LA” และคนที่แชร์อีก 12 คน ต่อมาศาลจังหวัดเกาะสมุยได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 14 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ที่แชร์ได้ทั้งหมด 12 คนที่อยู่ในประเทศไทย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สร้างความเสียหายต่อมาตรการด้านการป้องกันรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เดินทางไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นการลงข้อความยืนยันว่าเกิดเหตุวางยาและข่มขืนที่พื้นที่เกาะเต่า

กรณีทางเพจ “CSI LA” โพสต์ข้อความระบุว่ากล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายอ้างถึงเสียหมดทุกตัว และกรณีที่เพจ “สมุยไทม์” นำภาพของชายไทย 2 คน มาโพสต์ข้อความทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าทั้ง 2 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมและข่มขืนชาวอังกฤษ 2 ศพ เมื่อปี พ.ศ.2557 และกรณีของแหม่มอังกฤษในครั้งนี้ และหลังจากการตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมดพบว่าไม่เป็นความจริงตามที่แหม่มอังกฤษกล่าวอ้างถึง หลังจากจั้นทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับน.ส.ซูซาน เอมมิเร่ สัญชาติอังกฤษ แอดมิน”สมุยไทม์” นายประมุข อนันตศิลป์ แอดมินเพจ “CSI LAWและคนแชร์ 12 คน ที่เสนอข้อมูลอันเป็นเท็จโจมตีเกาะเต่า ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวปรเทศไทย ตามความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า มีสื่อต่างประเทศหลายสื่อพยามตีความว่าทำไมถึงรีบยุติการสอบสวนทำไมรีบจบ จริงๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นและได้บอกตั้งแต่นาทีแรกแล้วว่าเป็นการตรวจสอบไม่ใช่การสอบสวน การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการตรวจสอบตามพยานหลักฐาน ณ วันนี้ สถานทูตอังกฤษยังชื่นชมว่าตำรวจไทยทำงานเร็วมาก ทุ่มเทมาก ขนาดยังไม่ได้สอบปากคำผู้เสียหายยังไปค้นหาพยานหลักฐานกันขนาดนี้

และการจับกุมคนแชร์ 12 คนที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการปฎิบัติให้เป็นไปตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเรื่องของการสอบสวน การวิเคราะห์ และการติติงสามารถทำได้ แต่เรื่องในการบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะชน ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างอับอายเสื่อมเสีย เหล่านี้เป็นความผิดทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันเดียวกันนี้ทางญาติของผู้ต้องหาที่แชร์เพจทั้ง 12 คน ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 60,000 บาท เพื่อประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนให้ทันในคืนนี้ โดยทุกคนได้รับการประกันตัว