ย้ายคลื่นหรือลุ้นเยียวยา กับจำนวนผู้ใช้ กว่า 4 แสนราย เมื่อเส้นตาย 15 ก.ย เสี่ยงซิมดับ สิ้นสุดสัมปทานคลื่น 850 MHz และ 1800 MHz ของ dtac ล่าสุด กสทช. ยังไม่ฟันธงว่าจะเยียวยาหรือไม่
ผู้ที่อยู่ในวงการโทรคมมาคมจะทราบดีว่า กลางเดือน ก.ย. 2561 นี้ จะถึงจุดสิ้นสุดสัมปทานของทาง dtac ใช้สัมปทานคลื่นความถึ่ 850 MHz และ 1800 MHz ที่เปิดให้บริการมานานบนระบบ 2G/3G ซึ่งผู้ใช้บริการอย่างเราๆ นั้น ถือได้ว่า อยู่ในยุคการเปลี่ยนผ่าน จาก 2 G ไปสู่ 3G, 4G และอนาคตคือ 5G ในที่สุด
แม้ว่า dtac ได้คลื่น 2300 MHz มาใช้งาน ซึ่งถือได้ว่า เป็นล็อตใหญ่ที่พียว แต่ถึงกระนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการจำนวนไม่น้อยที่อุปกรณ์นั้น จำเป็นจะต้องเปลี่ยนให้รองรับระบบใหม่ๆ นี้ด้วย
แต่หากหันกลับมาดูกัน ในกรณีหมดสัมปทาน ในครั้งนี้ ของโครงข่าย 850MHz ของ DTac นั้น ถือว่าเป็นโครงข่ายที่ให้บริการมานาน ด้วยความสามารถของคลื่นความถี่ต่ำ ที่สามารถกระจายสัญญาณได้กว้าง ผู้ที่อยู่ห่างจากเสา ก็ยังสามารถใช้บริการได้ แต่ในข้อดีนั้น ก็มีข้อจำกัดอยู่คือ ความสามารถในการส่งถ่ายข้อมูลนั้น ไม่สามารถทำได้ดีนัก

ข้อมูลการถือครองคลื่นมือถือในไทย
หมดสัมปทาน – ซิมดับ ไม่ใช่ครั้งแรก
ปัญหาของการหมดสัปทานในคลื่นโทรคมนาคมนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ทั้ง AIS และ True ล้วนแล้วแต่ผ่านสถานการณ์ที่เกิดเหตุการณ์ “ซิมดับ” กันมาแล้วทั้งนั้น โดยครั้งแรก เกิดขึ้นใน 2556 เป็นการหมดสัมปทานคลื่น 1800 MHz ที่มี CAT Telecom เป็นเจ้างของสัปทาน และมีผู้รับช่วงต่อ 2 รายด้วยกันคือ True และ DPC ( บ. ในเครือของ AIS )
ในครั้งนั้น เป็นการหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 MHz ของทั้ง True และ DPC นั้นเป็นสัมปทานคลื่นความกว้าง 12.7 MHz 15 ก.ย. 2556 หรือเมื่อ 5 ปีก่อน
ส่วนในกรณีของ dtac ที่จะหมดนั้น เป็นสัญญาสัมปทานที่ได้รับตั้งแต่ปี 2534 ถึง 15 ก.ย. 2561 นี้ เป็นคลื่นที่ประกอบไปด้วย ช่วงแรกคือ ความถี่ 1722.7-1747.9 เป็นช่วงที่ dtac หลักที่มีการใช้งาน ส่วนอีกช่วงหนึ่งคือ ความถี่ 1760.5-1785 เป็นชุดสำรอง
เมื่อรวมทั้ง 2 ชุุดที่ dtac ถืออยู่นั้น รวม 50.4 MHz ซึ่งถือว่าเป็นช่องสัญญาณที่ใหญ่มากทีเดียว ที่จะหมดสัมปทานในครั้งนี้
ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2558 นั้นเป็นทาง AIS ที่หมดสัมปทานคลื่น 900 MHz จำนวน 17.5 MHz ที่ระหว่าง AIS – TOT โดยหลังจากที่หมดสัญญาดังกล่าง คลื่น 900 MHz ได้จะถูกคืนไปยัง TOT ซึ่งในการจบสัญญาระหว่าง AIS และ TOT นั้น ดูจะไม่ค่อย Happy Ending กันเท่าไหร่ ก็ตาม
กสทช.ช่วยเหลืออย่างไร
เมื่อครั้งที่คลื่น 1800 MHz หมดสัมปทานลงเมื่อ 15 กันยายน 2556 กสทช.กล่าวไว้ในเว็บไซต์ กสทช
15 กันยายน 2556 นี้ สิ้นสุดสัมปทานคลื่น 1800MHz ซิมไม่ดับ กสทช. พร้อมดูแล
ให้ลูกค้าทรูมูฟ ( ไม่ใช่ TrueMove-H) และ ดีพีซี (GSM1800) สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง
และย้ายหมายเลยของท่านไปยังเครือข่ายที่คุณพอใจ ภายในระยะเวลา 1 ปี
โดยในครั้งนั้น กสทช.ให้เหตุผลว่า “กสทช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการให้บริการสาธารณะที่ต้องมีความต่อเนื่องไม่ให้ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบ จึงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับบริการอย่างต่อเนื่องอีกไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวผู้ใช้บริการพึงเร่งโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ และขณะนี้ กสทช. อยู่ระหว่างการเตรียมการประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz”
ส่วนเหตุการณ์ในครั้งที่คลื่น 900 ของ AIS หมดสัมปทานนั้น กสทช. ใช้มาตรการเช่นเดิมคือ “เยียวยาผู้บริโภค” มิให้ได้รับผลกระทบ ซึ่ง กสทช. ได้ยืดระยะเวลา “ซิมดับ” ออกไป ต่อ โดยเส้นตายของ กทค. ให้ AIS ให้บริการได้ถึง 15 มึ.ค. 59 หรือราวเกือบ 6 เดือน
กสทช. ยังคงเสียงแข็ง แม้ยังไม่สรุปว่า จะเยียวยาหรือไม่
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา หากใครติดตามข่าว จะพบว่า กสทช. ยืนยันเสียงแข็งมาโดยตลอดว่า อาจจะไม่มีการเยียวยาเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งในุมของกสทช.เองนั้น มองว่า ในปัจจุบัน การประมูลคลื่นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการใช้ ต่างจากในอดีตที่การประมูลเกิดขึ้นหลังจากการหมดสัญญา-สัมปทานแล้ว จากเหตุผลดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดการใช้บริการไม่ต่อเนื่อง กระทบต่อผู้บริโภคได้
แต่ในปัจจุบัน การประมูลครั้งล่าสุดเกิดขึ้นก่อน เส้นตาย “ซิมดับ” ซึ่งกสทช.อาจจะหมายความถึงการที่ผู้ให้บริการมีเวลาเตรียมตัว – โยกย้าย ผู้ให้บริการไปสู่คลื่นใหม่นั่นเอง
แต่การที่ไม่มีผู้ใดเข้าประมูลคลื่น 900 MHz นั่นดูจะทำให้ กสทช.ถูกมองได้อีกทางหนึ่งว่า มีการตั้งราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริง จนทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถแข่งขันได้ เป็นต้น
……………………….
“ใครที่ฝันไม่ไกล ระวังจะไปไม่ถึง บอกว่าคลื่นพอ เราจะทำให้ไม่พอเอง จะอ้างว่าราคาแพง เราก็บอกแล้วว่าลดราคาไม่ได้ เพราะมันเป็นราคาที่เอไอเอสและทรูจ่ายเงินมา 75% แล้ว กสทช.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ แต่หากให้แก้หลักเกณฑ์เป็น 9 ใบ ตรงนี้ทำได้ “
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวไว้เมื่อช่วงเดือนมิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา
……………………….
ค่ายมือถือประสานเสียงไม่ประมูลคลื่น 900
ในการประมูลคลื่น 900 MHz ที่ผ่านมานั้น ทั้ง 3 ค่ายคือ AIS, True และ dtac ต่างประสานเสียงกันเป็นเสียงเดียวว่า ไม่ราวมกันเข้าประมููล เนื่องจากข้อกำหนดในการประมูลคลื่น 900 ข้อที่ 18 ระบุว่า ผู้ที่ประมูลได้นั้นจะต้องดำเนินการป้องกันการรบกวนคลื่นดังกล่าวด้วย
อธิบายอย่างง่ายคือ ผู้ที่ประมูลได้นั้น จะต้องลงทุนการป้องกันไม่ให้คลื่นเกิดการกวนสัญญาณกันกับคลื่นข้าเคียง ที่มีระบบรถไฟใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Airport Rail link, โครงการรถไฟความเร็วสูง ดอนเมือง-อู่ตะเภา เป็นต้น ทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน จึงไม่มีผู้ใดเข้าร่วมประมูล แม้ว่า กสทช.จะลดราคาลง 2000 ล้านบาท ก็ตาม
ประมูลคลื่น 1800 ที่ True ปฏิเสธเข้าร่วม
ในการประมูลคลื่นคลื่น 1800 MHz เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเพียง AIS และ dtac ที่เข้าร่วมในการประมูล ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา จบที่ราคา 12,511 ล้านบาท โดย 2 ค่ายได้รับไป 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 2 รวม 10 MHz ใช้ระยะเวลาการประมูลเพียง 1 ชั่วโมงเศษ โดยคลื่นที่ประมูลมาได้นั้นถือว่า จะมาช่วยสนับสนุนรองรับปัญหา คลื่น 1800 MHz เดิมหมดอายุลงได้ทันเวลาพอดี
ผู้บริหาร dtac ครวญ กสทช. ยังไม่ตัดสินคุ้มครองลูกค้าใช้มือถือ
ายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คลื่น 850 MHz เป็นคลื่นที่มีความสำคัญต่อผู้ใช้งานพื้นที่ชนบทหรือผู้ที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นคลื่นนี้จึงมีความสำคัญต่อการคุ้มครองให้ใช้บริการต่อเนื่องเป็นการชั่วคราว เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานได้รับผลกระทบจนกว่าคลื่นความถี่จะถูกนำไปใช้งานด้วยการจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งการดูแลผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ใช้งานต่อเนื่องถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ กสทช. ที่จะคุ้มครองลูกค้าร่วมกับดีแทค และที่ผ่าน ผู้ประกอบการรายอื่นล้วนได้รับความคุ้มครองจากกสทช. ทั้งสิ้น”
สุดท้าย ผู้ใช้บริการ คือผู้ได้รับผลกระทบ
จากตัวเลขผู้ใช้บริการบนคลื่น 850 MHz ของ dtac นั้น ที่คาดว่าอาจจะได้รับผลกระทบนั้น มีอยู่ประมาณ 4 แสนราย ที่อยู่ในสภาวะของความไม่แน่นอนว่า อีก 9 วันข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้น ซิมจะดับหรือไม่ดับกันแน่ ซึ่งหลังจากที่ dtac เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ได้นั้น แลดูจะทำให้ความวิตกกังวลของลูกค้า ลดน้อยลงไปบ้าง ความเสี่ยงที่เหลือจึงไปตกอยู่กับลูกค้าที่ใช้บริการ คลื่น 850MHz นั่นเอง
ดังนั้น ใน 9 วันที่เหลือจึงต้องจับตาดูว่า ท้ายที่สุดแล้ว กสทช. จะตัดสินออกมาในรูปแบบใด ซึ่งนั่นจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่า ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ต่อไปใน