ซีดีซีโร่ตรวจสอบ พบผู้โดยสารจากดูไบไปสหรัฐฯ ป่วยพร้อมกันจำนวนมาก

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากนครดูไบ มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ กับสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์  มีอาการเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก ด้านกรมควบคุมโรคโร่ตรวจสอบ

วันที่ 5 ก.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว หลังการท่าเรือแห่งมลรัฐนิวยอร์กและมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ระบุว่า มีผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินโดยสารของสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ ซึ่งเดินทางมาจากนครดูไบ แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดีที่ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชุมชนจาเมกา, ควีนส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้นิวยอร์กซิตี ซึ่งถึงที่หมายเมื่อเวลา 09.15 วันที่ 5 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น มีอาการป่วยเป็นจำนวนมาก จนทำให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมโรค (CDC) ต้องเดินทางมาครวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่มีอาการเจ็บป่วยดังกล่าว

ภาพประกอบข่าวเท่านั้น

ส่วนทางด้านเอริค ฟิลลิปส์ โฆษกนายกเทศมนตรีบิลเดอบลาซิโอ ระบุว่า ผู้โดยสารจากเที่ยวบินดังกล่าวจำนวน 10 คนถูกส่งไปที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว มีรายงานว่ามีผู้ป่วยอีก 9 รายที่มีอาการป่วย ที่อาการบ่งชี้ว่ามีความคล้ายคลึงกับไข้หวัด พร้อมระบุว่า ผู้โดยสารหลายคนที่โดยสารมากับเที่ยวบินนี้ ได้ไปเยือนนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งขณะนี้ โรคไข้หวัดใหญ่กำลังระบาดอย่างหนัก

ทั้งนี้มีการส่งหน่วยแพทย์ที่สวมชุดป้องกับเชื้อ เพื่อตรวจร่างกายผู้โดยสารก่อนที่จะออกจากเครื่องบินลำนี้  โดยสำนักงานต่อต้านการก่อการร้ายของกรมตำรวจนิวยอร์กเข้ามามีส่วนตรวจสอบกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ ได้เร่งตรวจสอบสาเหตุของอาการเจ็บป่วยของผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้อย่างเร่งด่วน

ที่มา www.independent.co.uk

เกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม เปลี่ยนนาข้าวหันมาทำนาบัวฟันรายได้หลักแสน

เกษตรกรรมบ้านหัวขัว ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ประสบปัญหา ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก และการทำนาข้าวเป็นการลงทุนที่มาก จึงได้ปรับเปลี่ยนพลิกผืนนาหันมาปลูกนาบัวปลอดสารเคมีแทนนาข้าว สร้างรายได้ปีละแสนแต่ลงทุนไม่มาก โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ด้วยการปลูกนาบัว เลี้ยงปลา มูลปลาก็เป็นปุ๋ยให้กับต้นบัวเป็นการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคามรายงาน นายอรรถสิทธิ์ ลุนบง เกษตรกรบ้านหัวขัว หมู่ที่ 4 ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนเองมีที่นาปลูกข้าว 7 ไร่ ที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมช้ำซาก ทำให้ได้ผลผลิตน้อยปีละ2-3ตัน ขายได้เพียงปีละ 20,000-30,000 บาท เท่านั้น ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าย ค่าดำนา ค่าปุ๋ย จ้างค่าแรงสูง ตนเองจึงได้คิดเลิกที่จะทำนา ซึ่งนึกได้ว่าปลูกดอกบัวดีกว่าไม่ต้องดูแลอะไรมาก นาบัวลงทุนครั้งเดียว โดยเพื่อนก็ได้แนะนำด้วย เพราะดอกบัวเป็นดอกไม้ที่ใช้ทุกวันพระ และทุกเทศกาลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา หรืองานบุญประเพณีต่างๆ สำหรับพันธุ์บัวหลวงฉัตรที่ปลูกนี้ได้มาจากบ้านญาติพี่น้องกันจากอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นพันธุ์ไม่มีเมล็ด

ภาพประกอบข่าว

เริ่มทำนาบัวมาตั้งแต่ปี 2557 บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ปลูกบัวฉัตร สีขาว และสีแดง ซึ่งได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะสีขาวนิยมนำไปไหว้พระ ส่วนสีแดง นิยมนำไปไหว้เจ้า สำหรับการดูแลจะเน้นการปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี แต่ต้องควบคุมหญ้า หากมีโรคแมลงรบกวนจะใช้วิธีถอนทำแปลงใหม่ หรือไถย่ำทำแปลงใหม่ โดยทั่วไปจะต้องทำแปลงย่ำติดใหม่ 2 ปีต่อครั้ง แบ่งทำทีละครึ่งแปลง เพื่อให้มีดอกบัวส่งลูกค้าตลอดทั้งปี ใช้ระยะเวลาการปลูก 3 เดือนจึงจะเก็บดอกบัวขายได้

ส่วนขั้นตอนการเก็บดอกบัวไม่ยุ่งยาก จะเริ่มเก็บประมาณเวลา 16.00-17.30 น. หากเก็บตอนเช้าบัวจะไม่สวย เพราะบัวไม่ชอบแดดและจะเก็บดอกบัวก่อนวันพระ 2 วัน เพียงเลือกขนาดดอกบัวที่เหมาะสม หักก้านยาวประมาณ 1 ฟุต นำไปมัดเป็นกำแช่ในน้ำเพื่อรักษาความสด แล้วส่งตลาดในตอนเช้ามืด โดยในรอบ 1 เดือน จะเก็บดอกบัวก่อนถึงวันพระ 2 วัน จำหน่ายดอกละ 1 บาท ซึ่งในช่วงเทศกาลหากมีลูกค้าสั่งจำนวนมากก็ต้องใช้เวลาเก็บทั้งวัน แต่ก็เก็บไม่ทัน จะเก็บได้ครั้งละ 1,800-2,000 ดอก นอกจากนั้นลูกค้าก็จะลงไปเก็บดอกบัวเองด้วย ทำให้ตนเองมีรายได้ปีละกว่า 1 แสนบาท สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบายกว่าเดิมมาก

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม

กัมพูชาแจงภาพซาก MH 370 โผล่ป่าเขมร

ทางการกัมพูชา ออกแถลงการณ์กรณีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชาวอังกฤษ เปิดเผยว่าพบวัตถุคล้ายเครื่องบินในเขตป่าประเทศกัมพูชา และคาดว่าจะเป็น เที่ยวบิน MH370

MH370 , กัมพูชา , เขมร
MH370

วันที่ 5 ก.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณี นายเอียน วิลสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชาวอังกฤษ เปิดเผยว่าพบวัตถุคล้ายเครื่องบินในเขตป่าประเทศกัมพูชา โดยมีขนาดใกล้เคียงกับ เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 คาดว่าจะเป็น เที่ยวบิน MH370 ของ สายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ ที่หายสาบสูญไปพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ราย เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

หลังจากนั้นนายสิน จันเสรีวุทธา โฆษกสำนักเลขาองค์กรการบินพลเรือนของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว ‘ซินหัว’ ของประเทศจีนว่า “ประการแรกคือไม่มีหลักฐาน ข่าวสาร หรือข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเครื่องบินตกในกัมพูชา ประการที่สอง ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง สำนักงานการบินพลเรือนมาเลเซียคงรีบต่อสายด่วนเพื่อประสานงานกับเราแล้ว เนื่องจากอยู่ในอาเซียนเหมือนกัน”

นอกจากนี้มาเลเซียและกัมพูชา รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียนมีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการประสานงานและแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาและกู้ภัย หากเกิดเหตุเครื่องบินตก แต่หลังมีข่าวพบภาพเครื่องบินบนกูเกิลเอิร์ธ มาเลเซียยังไม่ติดต่อกัมพูชามา จึงสรุปว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH-370 หายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ปี 2557 ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งของจีน โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีน 152 คน มาเลเซีย 50 คน อินโดนีเซีย 7 คน ออสเตรเลีย 6 คน อินเดีย 5 คน ฝรั่งเศส 4 คน และอเมริกัน 3 คน

ที่มา www.business-standard.com