ญาติผู้เสียชีวิตร่วมรำลึก 8 ปี สลายการชุมนุมปี 53

เมื่อเวลา 13:00 น. วันนี้ ( 27 ก.ย.61 ) ที่ บริเวณวัดปทุมวนาราม นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ น.ส. กมลเกด อัคฮาด หรือ น้องเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดดังกล่าว พร้อมนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 โดยจัดกิจกรรมวางดอกไม้ไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสีย พร้อมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อเอกอัคราชทูตเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของคดี 99 ศพ ที่มีคนพยายามจะทำให้คดีนี้เป็นคดีมุมดำ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ยุติธรรมดำเนิน Justice walk” จากนั้นเดินจากวัดปทุมไปสถานทูตสวิส ,สถานทูตอิตาลี ,สถานทูตญี่ปุ่น และองค์การสหประชาชาติ หรือ UN

นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด เปิดเผยว่าการมาในครั้งนี้เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และบุคคลอื่นๆในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 เนื่องจากคดีผ่านมาร่วม 8 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีการฟ้องบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวในการกระทำเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยการเดินทางไปสถานทูตนั้นเพื่อแจ้งให้ทราบว่าคดีดังกล่าวกำลังถูกลืมหรือเป็นคดีมุมดำ ซึ่ง ณ ปัจจุบันจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบาลในสมัยนั้นยังไม่ได้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เดียวกับปี 53 อีก และจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

‘บิ๊กป้อม’ ยันกองทัพไม่ผิด ปมซื้อจีที 200 ฟ้องบริษัทไปแล้ว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทตัวแทนจำหน่ายเครื่องตรวจหาสารระเบิดและสารเสพติด หรือ จีที 200 ในส่วนของเหล่าทัพ ว่า

ดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว อยู่ในกระบวนการดำเนินคดี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่บทเรียนในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากในการทดสอบการใช้งาน หน่วยที่เกี่ยวข้องก็ระบุว่าใช้งานได้ แต่เมื่อมีคนร้องเรียนก็ต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เคยเรียกเหล่าทัพมาพูดคุยในเรื่องนี้ กล่าวเช่นเดียวกันว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม มีการติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี 2555 – 2557 ซึ่ง พล.อ.ประวิตร สั่งการให้เร่งรัดติดตามคดี ขณะนี้มีเพียงกรมราชองครักษ์ ที่ศาลตัดสินแล้ว

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตัณตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กรมราชองครักษ์ ได้ดำเนินการฟ้องบริษัทตัวแทนจำหน่ายในไทยเป็นหน่วยแรก ในส่วนของกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการหลังจากที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายที่อังกฤษถูกฟ้องและถูกตัดสินว่ามีความผิด

โดยเหล่าทัพที่ใช้จีที 200 ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งไม่รับคำฟ้องในตอนแรก แต่เหล่าทัพก็ได้อุทธรณ์อย่างต่อเนื่องจนขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ส่วนในการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ต้องรอให้คดีอาญาเสร็จสิ้นก่อน ยืนยันว่าจะไม่มีการเพิกเฉยหรือปกป้องผู้ที่กระทำความผิด

ศาลพิพากษาจำคุก 15 ปี ‘ลุงวิศวะ’ ยิงเด็ก ม.4 เสียชีวิตที่ชลบุรี

ศาลพิพากษาจำคุก 15 ปี ‘ลุงวิศวะ’ ยิงเด็ก ม.4 เสียชีวิตที่ชลบุรี ขณะที่ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเนื่องจากเห็นว่าจำเลยมิได้มีจิตใจโหดเหี้ยม 

จากกรณีที่อัยการจังหวัดชลบุรี ได้มีการสั่งฟ้องคดีที่ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ ลุงวิศวะ อายุ 50 ปี อาชีพวิศวกร ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก นายสุเทพ ใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่นจนเป็นเหตุให้มีเด็ก ม.4 เสียชีวิต จากสาเหตุมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ บริเวณจุดรับซื้อของฝาก จ.ชลบุรี

ล่าสุดวันนี้ (27 ก.ย.) ศาลจังหวัดชลบุรี มีคำพิพากษาให้จำเลยมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนและฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง แต่เนื่องจากจำเลยมิได้มีจิตใจโหดเหี้ยมเยี่ยงโจรผู้ร้าย เพียงแต่ขาดสติยับยั้งชั่งใจในการควบคุม จำเลยจึงยิงปืนไปเพียงหนึ่งนัด หลังเกิดเหตุมิได้หลบหนีและยอมรับกับตำรวจในทันทีว่าเป็นคนยิงผู้ตาย

ประกอบกับผู้ตายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงเห็นสมควรลงโทษจำเลยในสถานเบา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจำคุก 15 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 10 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนปรับ 4,000 บาทลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาทรวมจำคุก 10 ปีและปรับ 2,000 บาท

พร้อมกับยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนางสาวมณีพร ผึ่งผาย มารดาผู้ตาย และให้ถือว่า นางสาวมณีพร อยู่ในฐานะผู้ร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น พร้อมสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 340,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องขอ