ตำรวจรวบ 3 โจ๋ ยิงคู่อริดับกลาง ซอยราชฎร์อุทิศ 23 อ้างไม่ชอบหน้า ปัดเอี่ยวสถาบัน ขณะผู้ต้องหายังหลบหนีอีก 1
วานนี้(3 ก.ย.) จากกรณีคนร้ายก่อเหตุ ใช้อาวุธปืน ยิงจนเป็นเหตุให้ นายนพเก้า หรือแบงค์ อายุ 19 ปี เสียชีวิต ในพื้นที่ สน.มีนบุรี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย จากทั้งหมด 4 ราย คือนายวิรัตน์ อายุ 19 ปี นายเขมชาติ อายุ 18 ปี และนายจิรัฐิติกาล อายุ 19 ปี สามารถยึดของกลางเป็นอาวุธปืน และเครื่องกระสุน
รอง ผบช.น. กล่าวว่า ทางตำรวจสืบสวนจนสามารถจับกุมตัว นายวิรัตน์ ได้ที่บ้านพัก ภายใน ซ.ราษฎร์อุทิศ 26 เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวน จนทราบว่ามีผู้ก่อเหตุร่วมด้วย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายจับนายเขมชาติ หรืออามิน และนายจิรัฐิติกาล หรือเบน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยผู้ต้องหาให้การว่านายบุก เป็นผู้ลงมือยิง นายนพเก้า หรือผู้ตาย และมีนายวีรศักดิ์ หรือ จู้ เป็นคนขับรถให้ สำหรับรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ นายวิรัตน์ ได้ให้ นายเขมชาติ หรือ อามีน ไปจัดหามาโดยเตรียมชุดสีรถก่อนเกิดเหตุจากเดิมสีแดงให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เพื่อใช้ในการก่อเหตุ โดยนายวิรัตน์ และนายวีรศักดิ์ ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปพบกับนายนพเก้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา บริเวณซอยราษฎร์อุทิศ ใกล้แยกบางแล หลังจากที่ทั้งคู่ได้พบเจอกันนายนพเก้า ผู้ตายได้ทำท่าจะชักปืนออกมา ก่อนมีการยิงปะทะกัน จนนายนพเก้าถูกยิงเสียชีวิต
จากนั้นนายวิรัตน์ ได้นัดหมายกับนายเขมชาติ และนายจิรัฐติกาล ให้ไปพบกันที่บริเวณท้ายซอยใหม่ตรี 6/8 เพื่อทำการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ที่ใช้ก่อเหตุ และเปลี่ยนยานพาหนะของกลาง จากรถจักรยานยนต์ เป็นรถยนต์ พร้อมขับหลับหนีไป ต่อมานายวิรัตน์ ได้ติดตามข่าวจึงนำของกลางไปเผาทำลาย แต่ก็ถูกเข้าหน้าที่จับกุมได้ในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายวิรัตน์ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ส่วนนายเขมชาติ หรืออามิน และนายจิรัฐิติกาลหรือเบน ในข้อหา เป็นผู้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งราย คือนายวีระศักดิ์ หรือจู้ บุญเพ็ง อายุ 19 ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี