ผู้รับเหมาสุดชุ่ยก่อสร้างถนนไม่ติดป้ายเตือน2ผัวเมียขับชนท่อผัวสลบเมียเจ็บ

ประชาชนวิจารณ์ ผู้รับเหมาสุดชุ่ย ก่อสร้างถนนไม่ติดป้ายเตือน จนทำให้ 2 สามีภรรยาขับชนท่อได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 3 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีบริษัทรับเหมาสร้างถนนในซอยวัดตะเคียน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ เทศบาลตำบลปลายบางโดยถนนดังกล่าวมีระยะการก่อสร้างประมาณ 500 เมตร จากปากทางถึงวัดตะเคียน ความกว้างของถนน 5 เมตร 

สืบเนื่องมาจากได้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่บริษัทผู้รับเหมาไม่รับผิดชอบทำถนนและทำท่อโดยไม่ปิดฝาท่อและไม่ติดป้ายเตือนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าทางข้างหน้าอยู่ระหว่างก่อสร้าง ทำให้ประชาชนหลายรายได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ในเวลากลางคืนเพราะผู้รับเหมาไม่ติดไฟเตือนให้เห็นเพื่อให้รับรู้ว่ามีการก่อสร้างอยู่ในบริเวณนี้ เคยมีรถยนต์ตกท่อมาแล้วหลายคัน

 ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมานายวิวัฒน์ ลานทอง อายุ 42 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมภรรยา 2 คน ออกจากบ้านแถววัดโบสถ์ เมื่อช่วงเวลา 21.00 น. เพื่อจะกลับบ้านในตัวเมืองนนท์ โดยใช้เส้นทางดังกล่าวขณะขี่รถมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ขี่จยย.ชลอรถเพื่อข้ามสะพานหน้าวัดตะเคียนแต่เพราะความมืดของถนนในขณะขับลงจากสะพานมาทำให้ไม่ทันเห็นท่อที่เปิดอยู่จึงได้ขับชนขอบท่ออย่างจังจนเป็นเหตุให้รถจยย.พลิกคว่ำพังเสียหาย ส่วนตนเองถึงกับสลบคาที่ ส่วนภรรยาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยภรรยาตนจึงได้ร้องตะโกนให้คนช่วย จนมีพลเมืองดีผ่านมาและเข้าทำการช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาล ตนเองได้รับบาดเจ็บที่คิ้วซ้ายโดยเย็บไป 9 เข็มอีกทั้งแว่นสายตาที่ใส่อยู่กระจกแตกทื่มลูกตาด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ตามร่างกายก็มีบาดแผลทั้งตัว

ทางด้านนางพรวิลัย ลานทอง อายุ 58 ปีแม่ของนายวิวัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ถนนแห่งนี้ได้มีการก่อสร้างมาประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก เป็นเพราะบริษัทผู้รับเหมาไม่ได้แจ้งเตือนและปักป้ายบอกว่ามีการก่อสร้างถนนอยู่และฝาท่อก็เปิดมีเหล็กอยู่ข้างในถ้าเกิดประชาชนตกไปในท่ออาจถึงตายได้ ถือว่าผู้รับเหมารายนี้ขาดความรับผิดชอบเป็นอย่างมากไม่ห่วงใยคนใช้รถใช้ถนน  ต่อมานายสุเทพ ต่ายจันทร์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้พาสองสามี-ภรรยาเข้าร้องทุกข์กับนายวัชรเดช เกียรติชานน นอภ.บางกรวย ผ่านศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยทางนายวัชรเดช   กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางกรวยว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาบริษัทผู้รับเหมาทำถนนในซอยวัดตะเคียน  ว่ามีการก่อสร้างถนนแต่ไม่มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับรู้ว่าข้างหน้ามีการก่อสร้างทาง และในเวลากลางคืนก็ไม่มีไฟแจ้งเตือนให้ประชาชนได้เห็นจนทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมากตนจะได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลปลายบางให้มาชี้แจ้งและเพื่อให้ทำการแก้ไขให้เร่งด่วนและในครั้งนี้ตนได้ให้ผู้บาดเจ็บไปแจ้งความที่ สภ.ปลายบาง เพื่อดำเนินคดีกับผู้รับเหมารายนี้และสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งทรัพย์สินจากกรณีนี้ต่อไปด้วย

ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน อาหารผู้ประสบภัยน้ำท่วมนครพนม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้รับผลกระทบจากรองลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และพายุโซร้อน เบบินคา (BEBINCA) พัดผ่านทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันในพื้นที่จังหวัดนครพนม ทำให้บ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

วันที่ 3 กันยายน 2561 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนมรายงานข่าว  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มณฑลทหารบกที่ 210 และกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายกฤษณ์สีวะรา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นำรถครัวสนามไปจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อประกอบอาหารให้แก่ราษฎร หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ตำบลท่าบ่อสงคราม จำนวน 250 ครัวเรือน ให้ได้รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ราษฎร

ทั้งนี้ ในแต่ละวันโรงครัวพระราชทาน จะมีการเตรียมอาหารไว้ จำนวน 3,600 กล่องต่อวันแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา คือช่วงเช้า 1,200 กล่อง กลางวัน 1,200 กล่อง และช่วงเย็น 1,200 กล่อง เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่ทั้ง 2 หมู่บ้าน ได้มีอาหารที่สดและใหม่รับประทานครบทั้ง 3 มื้อ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ราษฎรที่เดินทางมารับอาหารพระราชทาน

โดยโรงครัวพระราชทานวันนี้มีนายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พันเอก ทฤษฎี คงชนะ รองมณฑลทหารบกที่ 210 นางดุษฎี ครรภาฉาย ประธานชมรมแม่บ้านมณฑลทหารบกที่ 210 สมาชิกชมรมแม่บ้าน มณฑลทหารบกที่ 210 กำลังพล เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าบ่อสงคราม และประชาชนจิตอาสา ร่วมประกอบอาหาร ก่อนที่จะนำไปมอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย

ขอบคุณภาพที่มาจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม

กล้องหน้ารถเก๋งจับภาพจยย.ตัดหน้าอย่างกะทันหันชนเสียชีวิต

กล้องหน้ารถยนต์เก๋งจับภาพรถจักรยานยนต์ตัดหน้าอย่างกะทันหัน ทำชนอย่างแรง ก่อนพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน ส่วนคนขี่จักรยานยนต์เสียชีวิต

ภาพจากกล้องหน้ารถกระบะ จับภาพขณะที่รถกำลังวิ่งไปตามถนนสาย 344 มุ่งหน้าแกลง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี  โดยระหว่างนั้น ได้มีรถจักรยานยนต์ ข้ามถนนตัดหน้าอย่างกะทันหัน ทำให้ชนทันทีเข้าอย่างแรง ก่อนที่รถจะไปพุ่งชนจุดยูเทิร์นเกาะกลางถนน

หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ. วันชัย แสงอ่วม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านบึง เข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนางทวาย สุขสวัสดิ์ อายุ 64 ปี เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายทะเบียน คจบ 643 ชลบุรี ในสภาพคอและซีโครงหัก ใกล้กันยังพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน กพ 6328 ระยอง ตกในร่องกลาง ล้อชี้ฟ้า เป็นรถที่สามารถบันทึกภาพได้ 

ส่วนนายสุรศักดิ์ คำมี เจ้าหน้าที่รางวัดของสำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง คนขับ ได้รับบาดเจ็บ สอบถามนายสุรศักดิ์ เล่าว่า ตนเองมุ่งหน้าจะไประยองเพื่อทำรางวัด ก่อนถึงที่เกิดเหตุ เป็นเนินก่อนยูเทิร์น ตนขับตามหลังรถเก๋งมา พอถึงที่เกิดเหตุ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ก็ขับตัดขวางถนนเพื่อยูเทิร์น รถเก๋งคันหักหลบได้พ้น แต่ตนขับตามหลังมาเบรคไม่ทันและพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นชนเข้าอย่างแรง ทำให้เป็นเหตุดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป