นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน ท้า 2 ลูกค้าสักปากเน่า ตรวจหาเชื้อต้นตอ

นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน เผยขอให้ลูกค้าที่อ้างว่าติดเชื้อจากการสักปากที่ร้าน ตรวจเชื้อเพื่อทำการพิสูจน์ ก่อนนำหลักฐานวงจรปิดโชว์ขั้นตอนทำการสัก

จากกรณีที่ นางสาวพลอยชวริณทร์ เมืองอินทร์ หรือแพรวา อายุ 35 ปี และ นางสาวพนิดา ภูมิคอนศาลณ์ หรืออี๊ด อายุ 39 ปี 2 พี่น้องอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย จากการไปสักปากที่ร้านเสริมความงามย่านเสนานิคม 24 ของพริตตี้ชื่อดังจนติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ล่าสุดเมื่อวานนี้ นางสาวณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์ หรือ นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน พร้อมด้วยนายธรรมชาติ สุนทรนิธิพงศ์ ซึ่งเป็นสามี รวมถึงเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว และ นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ได้แถลงเปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ในวันที่ลูกค้ามาใช้บริการได้เช็คแล้วไม่พบอาการผิดปกติ ซึ่งก่อนสักได้มีการฉีดยาชา มีหลักฐานทุกขั้นตอน จากกล้องวงจรปิด กระทั่งเกิดปัญหาลูกค้ามาแจ้งภายหลังว่าตอนทำรู้สึกเจ็บปวด ทั้งที่วันสักไม่ได้แสดงอาการผิดปกติแต่อย่างใด

จนต่อมามาแจ้งอีกว่ารู้สึกแปลกๆ อ้าปากไม่ได้ ทางร้านแนะนำไปว่าหลังสัก ปากจะแห้งและลอก โดยได้ชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติตัวหลังสักอย่างละเอียด หากเกิดปัญหามีหนอง ให้ไปซื้อยาตัวหนึ่งมารับประทาน ประมาณ 7-10 วัน อาการจะดีขึ้น

แต่วันที่ 25 สิงหาคม ลูกค้าบอกว่ามีไข้ขึ้น ต้องการแอดมิดที่โรงพยาบาล จึงพยายามติดต่อบอกให้ไปรักษาตัวก่อน ทางร้านจะรับผิดชอบเอง แต่ขอใบรับรองแพทย์ยืนยันด้วย

จากนั้น น้องสาวผู้เสียหายก็ทักมาอีก บอกรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปาก ต้องการจะเข้าตรวจโรงพยาบาล ทางเรายินดีให้รักษา มีการติดต่อขอคุยกับแพทย์ เพื่อสอบถามถึงอาการ แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง คือน้องสาวผู้เสียหาย ยืนยันว่าการติดเชื้อมาจากการสักที่ร้าน ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ และยังไม่แน่ชัดว่าติดเชื้อมาจากที่ใด จึงอยากให้ลูกค้าไปตรวจเชื้อให้ชัดเจนถึงสาเหตุ อีกทั้งหากเช็คจากกล้องวงจรปิด จะเห็นได้ว่าพนักงานเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง

นางสาวณัฐณิชา ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ทางร้านเสียชื่อเสียง และมีลูกค้าหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคลินิกเถื่อน ทั้งที่ทำถูกต้องตามกฏหมายและเปิดมากว่า 10 ปีแล้ว

ทักษิณ ดัน ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขย นั่งหัวหน้าเพื่อไทย หวังลดขัดแย้งในพรรค

พรรคเพื่อไทย เผยเตรียมดัน ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยทักษิณ นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ หวังปรับภาพลักษณ์ดึงคนรุ่นใหม่มาทำงาน และลดขัดแย้งภายใน

ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

วานนี้ (2 ก.ย. 2561) ได้มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย ว่า เตรียมจะแต่งตั้งนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพรรคและเจาะฐานเสียงคนรุ่นใหม่

โดยระบุว่า หลังคสช.เตรียมคลายล็อกทางการเมือง ช่วงเดือน ก.ย. เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้บางส่วนนั้น พรรคเพื่อไทยเตรียมเรียกสมาชิกพรรค อดีต ส.ส.จัดประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แทนชุดรักษาการเดิมได้ เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ทั้งพรรคและผู้นำใหม่ แม้แต่เดิมพรรคจะมีฐานเสียงในภาคเหนือและอีสานอย่างเหนียวแน่นก็ตาม

โดยรายชื่อคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะจะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย คือนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เป็นบุคคลที่คุณสมบัติครบตามที่นายทักษิณและแกนนำพรรคต้องการ หวังจุดกระแสใหม่ๆ ให้เกิดในประเทศ อีกทั้งเป็นการช่วงชิงตลาดการเมืองจากคู่แข่งอย่างพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และยังล้อไปกับทิศทางของโลกที่ต้องการคนหนุ่มมาเป็นผู้นำพัฒนาประเทศมากขึ้น

ขณะเดียวกันหากนายณัฐพงศ์ ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยจริง ก็จะช่วยลดทอนความขัดแย้งภายในพรรคที่อดีต สส.และแกนนำพรรค ไม่ให้การยอมรับแกนนำบางรายหากต้องขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำพรรคได้

ครอบครัวเชื่อ ลูกสาวติดเชื้อ HIV หลังไปสักลายที่ข้อเท้า

กรมควบคุมโรคเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนรวม 4 ราย ภายใน 1 เดือน หลังไปสักลายที่ข้อเท้า แล้วติดเชื้อเอชไอวี ขณะที่ครอบครัว ยืนยันที่ผ่านมาลูกสาวสุขภาพแข็งแรง

จากกรณีหญิงสาว วัย 22 ปี ลูกสาวเจ้าหน้าที่อาสา ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากไปสักลายที่ข้อเท้า เนื่องจากติดเชื้อเอชไอวีระดับ 3 ขณะที่ก่อนหน้านี้ เพื่อนอีก 3 คนที่ไปสักด้วยกัน ได้เสียชีวิตด้วยการติดเชื้อเอชไอวีเช่นกัน ทำให้ภายใน 1 เดือน มีการเสียชีวิตถึง 4 รายนั้น

ล่าสุดพี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา น้องสาวได้ไปสักลายที่ขา พร้อมด้วยเพื่อนอีก 3 คน แถวตลาดนัดคลองหลอด กรุงเทพฯ จนมีอาการผิดปกติและเข้ารักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี แต่แพทย์ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคเอชไอวี

กระทั่งเดือนมิถุนายน น้องสาวไปหาญาติที่ จ.เชียงใหม่ แล้วเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เมื่อตรวจจึงพบว่าน้องสาวเป็นเอชไอวีระดับ 3 พ่อจึงได้นำตัวกลับมารักษาที่ จ.เลย แล้วเสียชีวิต

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าน้องสาวพร้อมเพื่อนอีก 3 คน ติดเชื้อเอชไอวีมาจากการสักที่ขาด้วยกัน และไม่เชื่อว่าน้องสาวติดเชื้อมาก่อน เพราะได้โทรไปสอบถามแฟนน้องสาวบอกว่าเขาไม่ได้รับเชื้อแต่อย่างไร

เช่นเดียวกับพ่อผู้เสียชีวิต ที่ยืนยันว่าลูกสาวและเพื่อนอีก 3 คน เสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้อเอชไอวี จากการสักลาย โดยได้แสดงใบรับรองแพทย์ จากโรงพยาบาลนครพิงค์มาให้ผู้สื่อข่าวดูดู ซึ่งระบุว่า ลูกสาว ติดเชื้อในกระแสเลือด (HIV) ขั้นที่ 3 รวมถึงหนังสือรับรองการตาย ที่ออกโดยโรงพยาบาลเลย

พ่อของผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ ลูกสาวมีสุขภาพแข็งแรง พึ่งจะโทรมาบ่นกับพ่อ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมหลังจากสักลายที่ข้อเท้า ว่าปวดท้องบ่อย และทราบว่าติดเชื้อ ขั้นที่ 3 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และทรุดหนัก วันที่ 17 สิงหาคม และเสียชีวิตในวันที่ 31 สิงหาคม

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การสักตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวี รวมไปถึงเชื้อโรคอื่นๆ ก็มีสิทธิ์ติดได้เช่นกัน หากเครื่องมือ อุปกรณ์ไม่สะอาด แต่กรณีข่าวที่เกิดขึ้น ทางแพทย์หญิงมิ่งขวัญระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าติดเชื้อจากการสักหรือไม่ ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

สำหรับคนที่จะไปสักต้องเลือกร้านให้ดีว่าร้านนั้นการดูแลความสะอาดหรือไม่ เข็มที่ใช้แล้วใช้เสร็จต้องทิ้ง เครื่องมือต่างๆ ต้องทำความสะอาด ต้องฆ่าเชื้อโรคทั้งหมด และคนที่ไปสักต้องดูแลตัวเอง เพราะหากดูแลไม่ดี ก็อาจจะติดเชื้อหลังการสักได้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ข้อเท็จจริง และดำเนินการตรวจสอบผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย ตามที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้มีการให้ข้อมูลไว้