‘บิ๊กโจ๊ก’ ลุยจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตลาดโรงเกลืออยุธยา กว่า 3,000 ชิ้น

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตลาดโรงเกลืออยุธยา พบมากกว่า 3,000 ชิ้น

วันที่ 25 ก.ย. เวลา 20.00 น. ที่ลานจอดรถลาดโรงเกลือมาเก็ต อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.ชัยยะ เพชร ปัญญา รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล. ผกก.๒ บก.ทท.1. พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอน สาร สว.ส.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ สว.ส.ทท.1กก2 บก.ท.1 พระนครศรีอยุธยา นายเควิน แฮริงตัน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมาย ของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยตัวแทนลิสิทธิ์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

ผลการตรวจค้นจับกุม สามารถจับกุมได้รวมทั้งสิ้น 10 จุด ได้ผู้ต้องหา 4 ราย เป็นชาวกัมพูชา พร้อมกับตรวจยึดของกลาง เป็นเสื้อกีฬาสโมสรฟุตบอลต่างประเทศ รองเท้ากีฬา ยี่ห้อดัง กระเป๋าแบรนเนม ซึ่งเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้าได้กว่า 3,000 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 1,300,000 บาท โดยควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 110(1)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า “เสนอจำหน่าย จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอม หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้าเครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น…” ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาชาวต่างชาติ (กัมพูชา) 4 รายนั้น ยังได้กล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว ทั้ง 4 ราย และ “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2 รายด้วย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)โดยมุ่งเน้นผลการป้องกันปราบปรามกาอาชญากรรมที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ และดังที่ผ่านมาได้มีปรากฏว่ามีการประกาศโฆษณาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางแอปพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เป็นจำนวนมาก ทำให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องบูรณาการปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการสืบสวนทางออนไลน์และการขยายผลจากการระดมกวาดล้างแหล่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ณ ตลาดเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และตลาดเยาวราช-สำเพ็ง สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ตลาดโรงเกลืออยุธยา เป็นอีกหนึ่งแหล่งใหญ่ในการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งแบบปลีกและส่งไปยังตลาดอื่นๆทั่วประเทศ ศปอส.ตร.จึงได้ร่วมกับ บช.ทท., สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191), อรินทราช สภ.พระอินทร์ราชา เข้าทลายแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

คำสั่งคสช. แต่งตั้ง ‘สนธยา คุณปลื้ม’ เป็นนายกเมืองพัทยา

ราชกิจจานุเบกษา คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๕/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารราชการเมืองพัทยา โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาเพื่อให้ไม่ขัดหรือแย้งและมีความสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่จะมีขึ้นในอนาคต

ขณะที่เมืองพัทยาซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุนพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ จัดให้มีกิจกรรมภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จและครบวงจรจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาเมืองให้ทันสมัยระดับนานาชาติ จึงจำเป็นต้องได้มาซึ่งนายกเมืองพัทยาและผู้บริหารเมืองพัทยาที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ต่อการสนับสนุนกิจกรรมและการดำเนินการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้งเป็นการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นอันจะส่งผลดีต่อการปฏิรูปประเทศ

ดังนั้น หัวหน้าคสช.จึงมีคำสั่งให้พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และให้นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา และให้มีรองนายกเมืองพัทยาไม่เกิน 4 คน ตามที่นายกเมืองพัทยาแต่งตั้งตามมาตรา 46 และมาตรา 48 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาหรือคสช.มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่น โดยคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ตำรวจเร่งคลายปม สาวจีนตกโตนงาช้าง ดับปริศนา

เจ้าหน้าที่พาตัวชายชาวจีนต้องสงสัยไปชี้จุดขณะท่องเที่ยวอยู่ที่น้ำตกโตนงาช้างในวันเกิดเหตุ หลังถูกระบุว่าเป็นแฟนของผู้ที่ไปนัดเจอกัน ซึ่งพบพิรุธหลายอย่างที่สวนทางกับคำให้การของพยาน

เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนค้นหาความจริงกรณีการตาย ของ น.ส.LEI TIAN อายุ 28 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ถูกพบกลายเป็นศพอยู่ในแอ่งน้ำชั้น1 ของน้ำตกโตนงานช้างเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งยังมีเงื่อนงำว่ามาจากอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตรกรรม เนื่องจากผลการสืบสวนพบพิรุธหลายอย่างโดยเฉพาะชายต้องสงสัยชาวจีนที่พยานระบุว่าเป็นแฟนและไปนัดเจอกับผู้ตายที่น้ำตกโตนงาช้าง

ล่าสุด ช่วงบ่ายของวันนี้(25 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย หัวหน้าชุดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ซึ่งทางพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้ส่งลงมาคลี่คลายคดีนี้ พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ สภ.ทุ่งตำเสา ตำรวจตรวจค้นเข้าเมือง และสุนัขดมกลิ่นของ ตชด.43
ได้นำตัวชายชาวจีนต้องสงสัยคนนี้เดินทางไปยังน้ำตกโตนงาช้างอีกครั้งเพื่อชี้จุดว่าเข้าไปท่องเที่ยวในจุดใดบ้าง และตรงกับคำบอกเล่าของพยานหรือไม่

ซึ่งชายชาวจีนคนนี้ ระบุว่า ได้ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถ จากนั้นเดินขึ้นไปเที่ยวบนชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น3 และชั้น4 ของน้ำตกเพียงคนเดียว แต่ยังยืนยันว่าไม่เจอหรือรู้จักกับผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด และไม่ได้เข้าไปยังจุดที่พบศพ แต่ได้ทำรองเท้าตกน้ำที่บริเวณน้ำตกชั้น1 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้สุนัขดมกลิ่นร่วมค้นหาแต่ก็ไม่พบคาดว่าจะถูกนำพัดพาไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากทางชุดสืบสวนหลังจากที่พาชายต้องสงสัยคนนี้มาชี้จุดที่น้ำตกโตนงาช้างว่า พบพิรุธและข้อสงสัยหลายจุดที่สวนทางกับคำให้การของพยาน ซึ่งระบุว่าชายคนนี้มีพฤติกรรมที่ต้องสงสัยไม่เหมือนกับนักท่องเที่ยวทั่วไปออกอาการรุกรี้รุกลนและใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกโตนงาช้างเพียงแค่ 2 ชั่วโมง จึงจับรถออกไป โดยเฉพาะเรื่องการโทรศัพท์ซึ่งพยานระบุว่าชายคนนี้ได้ยืนคุยโทรศัพท์แต่กลับปฏิเสธว่าเพียงแค่เล่นโทรศัพท์เพื่อส่งรูปไปให้เพื่อนเท่านั้น ซึ่งคำให้การทั้งหมดเจ้าหน้าที่จะนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนคลี่คลายคดีนี้

สำหรับคดีนี้หลักฐานสำคัญคือผลการผ่าพิสูจน์ศพของแพทย์นิติเวชน์โรงพยาบาลหาดใหญ่ซึ่งยังไม่ออกมาว่าเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด เป็นอุบัติเหตุหรือถูกทำร้าย รวมทั้งผลการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ลายนิ้วแฝงที่พาสปอร์ตของผู้ตายที่ถูกฉีกทิ้งว่าตรงกับผู้ต้องสงสัยรายนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ผลยังไม่ออกมา

ส่วนชายชาวจีนต้องสงสัยรายนี้แม้จะยังคงปฏิเสธแต่ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีทุกขั้นตอนซึ่งระหว่างนี้ยังคงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ไปจนกว่าการสืบสวนจะสิ้นสุดเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนคนนี้