ในขณะที่ประเทศไทย ยังอยู่ในเส้นทางการปลดล็อกกัญชา ออกจากยาเสพติดประเภท 5 เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่อีกหลายประเทศทั่วโลก ได้มีการเปิดเสรีกัญชาเป็นเวลานานแล้ว
ยกตัวอย่างประเทศแคนาดา สามารถทำรายได้มหาศาลเข้าประเทศมานับทศวรรษ หลังมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้รักษาโรคได้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยบรรดาบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดา ต่างแข่งขันเพื่อแย่งชิงตลาดผลิต และจำหน่ายกัญชาถูกกฎหมายรายใหญ่ของโลก ขณะที่ ประเทศเนเธอร์เเลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการเสพกัญชาถูกกฎหมาย แถมยังช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโต
ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่าง สเปน กลายเป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้และปลูกเองภายในบ้านได้ตามจำนวนที่กำหนด แต่ห้ามนำออกมาขายและซื้อ พร้อมสามารถพกติดตัวได้สูงสุด 40 กรัม ขณะที่กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นอีกเมืองที่สามารถปลูกกัญชาในครอบครองได้ 5 ต้น และพกติดตัวได้สูงสุด 15 กรัม
ส่วนประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา นั้นมี 14 มลรัฐ ที่สามารถใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้ อาทิ อะแลสกา, แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, ฮาวาย หรือวอชิงตัน โดยมี 5 มลรัฐ ที่เปิดรับรองให้การซื้อขายครอบครองกัญชา ทั้งเพื่อการแพทย์และสันทนาการ อย่างถูกกฎหมาย ได้แก่ มลรัฐวอชิงตัน / โคโลราโด / โอเรกอน / อะแลสกา ตามด้วยแคลิฟอร์เนีย
ปิดท้ายด้วยดินแดนแถบลาตินอเมริกาอย่าง อุรุกวัย ที่รัฐบาลได้อนุญาตขายกัญชาเพื่อสันทนาการตามร้านขายยาได้อย่างถูกกฎหมาย ไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมปีก่อน หลังผ่านกฎหมายเสพกัญชาอย่างถูกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2013
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศที่มีการเปิดเสรีกัญชา ได้ผ่านการรวบรวมรายงานผลดี-ผลเสียต่างๆ ตลอดจนการพิจารณา หรือถกเถียงกันอย่างหนักหน่วงมาแล้วทั้งสิ้น


