ชาวสบบง ผลิตน้ำอ้อยกะทิโบราณ สูตร 100 ปี ขายกิโลละ 100 บ. สร้างรายได้

ชาวสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา สืบทอดการทำน้ำอ้อยโบราณ ที่เคยทำกันมานานกว่า 100 ปี ซึ่งในปัจจุบันสามารถพัฒนาผลิตน้ำอ้อยโบราณหลายรูปแบบ ทั้งน้ำอ้อยกะทิ ใส่มะพร้าว ถั่วลิสงคั่ว งาขาวคั่ว ซึ่งเป็นอาหารพื้นที่ถิ่นที่สามารถรับประทานเป็นอาหารว่างและอาหารหลักได้ โดยสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์หลักของชุมชนและสร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ นายบุญธรรม สามสี พร้อมกับชาวบ้านตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กำลังช่วยกันกวนน้ำอ้อย ที่ได้ทำการคั้นเอาน้ำจากต้นอ้อย มาเคี่ยวจนเข้มข้น จากนั้นได้นำกะทิสดเข้าทำการผสม พร้อมใส่มะพร้าวที่หั่นเป็นชิ้นลงไปกวน รวมทั้งถั่วลิสงคั่ว งาขาวคั่ว ซึ่งเป็นสูตรการทำน้ำอ้อยกะทิโบราณ ที่ทางนายบุญธรรมและทางชาวบ้านในพื้นที่ทำการสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนานนับร้อยปี จนทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่องน้ำอ้อยสบบงที่ขึ้นชื่อ

โดย นายบุญธรรม เล่าว่า การทำน้ำอ้อยถือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสบบง ที่ทำกันมาหลายชั่วอายุคน โดยวิธีการทำก็จะเริ่มจากการนำเอาน้ำจากตันอ้อยมาทำการเคี่ยวจนเข้มข้นและเหนียวจับกัน จากนั้นก็จะนำกะทิ เพิ่มความหอมรสชาติของความมัน และมะพร้าวเพิ่มความอร่อยกลมกล่อม รสหวานของน้ำอ้อยก็เข้ากันได้อย่างดี จากนั้นก็รอให้น้ำอ้อยที่เคี่ยวเย็นตัวลงสักพัก ก็ตักออกมาใส่ในกระโด้งแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อสะดวกในการรับประทาน รอให้แห้งจากนั้นก็ทำการบรรจุลงไปในถุงเพื่อจำหน่าย โดยจะทำการออกขายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

สำหรับรสชาติของน้ำน้อยกะทิสดทำให้คนนิยมทานกันเป็นจำนวนมากตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งน้ำอ้อยถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของชาวล้านนาในภาคเหนือ สามารถเป็นได้ทั้งของหวานทานกินกันเล่นๆ และทานกับข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก คนสมัยก่อนหากออกไปทำงานนอกบ้านไกลๆ จะนำน้ำอ้อยห่อไปด้วยเพราะทานง่ายอร่อยให้พลังงาน ทานกับข้าวได้สะดวก และน้ำอ้อยกะทิก็ยังนิยมกันมาถึงทุกวันนี้ จนเป็นอาหารพื้นถิ่น ที่มีผู้มาซื้อกันเป็นจำนวนมาก และถือถือเป็นของฝากประจำท้องถิ่น จนเป็นทีรู้จักกันทั่ว

และชาวตำบลสบบงยังคงยึดการทำอาชีพการทำน้ำอ้อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนเป็นสัญลักษณ์หากใครไปที่ตำบลสบบง ก็จะนึกถึงน้ำอ้อยสบบง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังผลิตน้ำอ้อยจำหน่าย เพียงแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา สำหรับน้ำอ้อยกะทิโบราณ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลยที่150 หมู่ 3ต.สบบง อ.ภูชาง จ.พะเยา โดยมีนายบุญธรรม สามสี ซึ้งปัจจุบันอายุ 59  ปี เป็นเป็นผู้สืบทอดสูตรน้ำอ้อยกะทิโบราญที่ทำต่อกันมานานนับ 100 ปี

‘อีลอน มัสก์’ สละตำแหน่งประธานเทสลา หลังให้ข้อมูลผิดนักลงทุน

‘อีลอน มัสก์’ ยอมสละตำแหน่งลาออก พร้อมจ่ายค่าชดเชย หลังให้ข้อมูลผิดกับนักลงทุน ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ยื่นฟ้อง

จากกรณีที่นายอีลอน มัสก์ ได้ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่าจะนำบริษัทเทสลาออกจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อกลับไปดูแลเป็นการส่วนตัว และเตรียมแผนขอซื้อหุ้นคืนจากนักลงทุนในราคาหุ้นละ 420 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 13,440 บาท แต่ภายหลังกลับประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าล้มเลิกแผนการแล้ว เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อความดังกล่าว ทำให้ราคาหุ้นของเทสลาเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จนต้องมีการระงับการซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จนตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ระบุว่าการกำหนดราคาหุ้นที่ 420 เหรียญสหรัฐฯ เป็นราคาที่สูงเกินจริงนั้น

ล่าสุด วันนี้(30 ก.ย.) มีรายงานว่า นายอีลอน มัสก์ ประธานและซีอีโอบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเทสลายอมตกลงที่จะลงจากตำแหน่งประธานบริษัทเทสลาเป็นเวลา 3 ปี พร้อมจ่ายเงินชดเชย 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 640 ล้านบาท หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ยื่นเรื่องฟ้องเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กรณีให้ข้อมูลเท็จและสร้างความเข้าใจผิดต่อนักลงทุน แต่ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอของเทสลาต่อไป

หวิดดับ! ช้างน้อยเพศผู้ หลงฝูงพลัดตกหนองน้ำนาน 2 วัน เร่งช่วยทัน

วานนี้ (29 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชชุมพร-ระนอง ว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะเดินป่าเพื่อสำรวจพื้นที่หมู่ 10 บ้านฉานเรน ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ได้พบลูกช้างเพศผู้ชื่อ “ไอ้ด้วน”อายุ 2 ปี พลัดหลงจากฝูงตกลงไปในหนองน้ำกว้างประมาณ 3-4 เมตร ระหว่างร่องภูเขาสูงกว่า 100 เมตร มีสภาพอิดโรยนอนดิ้นพยายามจะลุกแต่ลุกไม่ไหวด้วยสภาพของหนองน้ำลึกประมาณ 60-70 ซม. เป็นโคลนตมและลื่น นอนซมหมดแรงร่างเกือบมิดน้ำ คาดว่าน่าจะตกหนองน้ำมาแล้วประมาณ 1-2 วัน โดยสังเกตจากสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าเต็มที

หลังจากนั้นได้แจ้งต่อ นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมทั้งได้สั่งการให้เร่งเข้าช่วยเหลือเจ้าด้วยช้างน้อยทันที โดยได้นำรถแบคโฮเข้าช่วยเหลือ

ทั้งนี้ สภาพร่างกายของ พลายด้วน ในช่วงที่พบก็คือ มีลักษณะงวงสั้นกว่าช้างทั่วไป มีงวงยาวแค่ 1 ใน 4 ของช้างปกติ จึงทำให้ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้ด้วน” หรือ “พลายด้วน” และการที่งวงมีลักษณะผิดปกติก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทรงตัวไม่ดีเหมือนช้างตัวอื่นๆ จึงทำให้พลัดตกลงไปในเหว และการตกลงไปในเหวยังทำให้ขาหลังทั้งสองข้างของพลายด้วนยังไม่สามารถกระดิกได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พลายด้วนสามารถกินน้ำและอาหารได้บ้าง