‘ฟ่าน ปิงปิง’ หายตัวเกือบ 3 เดือน หลังถูกกล่าวหาเรื่องโกงภาษี

‘ฟ่าน ปิงปิง’ นักแสดงสาวชาวจีน ไม่มีความเคลื่อนไหวเกือบ 3 เดือนแล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าโกงภาษี

สำนักงานที่กรุงปักกิ่งของนางเอกสาวชาวจีน “ฟ่าน ปิงปิง” ปิดไฟมืดและถูกทิ้งร้าง ขณะที่วันครบรอบวันเกิดเมื่อ 16 กันยายน แทบไม่ถูกพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์จีน “ฟ่าน” หนึ่งในนักแสดงหญิงที่โด่งดังที่สุดของจีน ซึ่งกำลังไปได้ดีในวงการฮอลลีวู้ด หายตัวไปเกือบ 3 เดือน ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องโกงภาษีและการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ

โดยแฟนๆ ยังคงเขียนข้อความถึงเธอผ่านเว็บไซต์ “เวยโป๋” ซึ่งมีผู้ติดตามเธอมากกว่า 62 ล้านคน ด้านนักแสดงหนุ่ม “หลี่เฉิน” คู่หมั้นของเธอ ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทาง “เวยโป๋” ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม เช่นกัน

มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันระบุว่า นักแสดงทั้งสองถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า “ฟ่าน” ทำสัญญา 2 ฉบับ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยรายได้ที่แท้จริง หรือสัญญา “หยิน-หยาง”

ขณะที่ไม่นานมานี้ สื่อจีนรายงานว่า ไม่สามารถติดต่อบริษัทผลิตภาพยนตร์และตัวแทนของเธอได้ ยิ่งทำให้ผู้คนสงสัยว่า ทั้งหมดถูกจับระหว่างการสอบสวน ทั้งที่ก่อนหน้านี้บริษัทผลิตภาพยนตร์ของเธอออกแถลงการณ์ระบุว่า “ฟ่าน” ไม่เคยเซ็นสัญญา “หยิน-หยาง”

สัญญาเจ้าปัญหาทำให้ “ฟ่าน” และคู่หมั้นตกที่นั่งลำบาก เพราะหลังถูกกล่าวหา แบรนด์ต่างๆ พากันยกเลิกสัญญากับทั้งคู่ ที่เพิ่งหมั้นกันในงานครบรอบวันเกิด 36 ปี ของ “ฟ่าน” เมื่อปีที่แล้ว

คนในแวดวงบันเทิงจีนบางคนมองว่า การที่นักแสดงที่โด่งดังมีรายได้สูง และทรงอิทธิพลหายตัวไปอย่างลึกลับ ถือเป็นปัญหาใหญ่ ขณะที่คนทั่วไปมองว่าคนที่มีรายได้สูงอย่าง “ฟ่าน” ไม่ควรโกงภาษี ส่วนแฟนๆ ที่ต้องการปกป้องนักแสดงที่พวกเขารัก คิดว่าถ้า “ฟ่าน” ยังหายตัวไปแบบนี้ แฟนๆ ก็คงจะช่วยเหลือได้ลำบาก

เปิดข้อดี-ข้อเสีย ‘กัญชา’ กับการแพทย์ หลังเล็งผลักดันให้ถูกกฎหมาย

กัญชาถือว่ามีผลกระทบน้อยกว่าสุราและบุหรี่ และมีประโยชน์ทางการแพทย์ หลายประเทศจึงหันมาผลักดันให้กัญชาไม่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงประเทศไทย

สำหรับ “กัญชา” จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกฤดูเดียว และมีสารสำคัญที่เชื่อว่าออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เรียกว่าสาร THC ซึ่งฤทธิ์ของกัญชา เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง อาการโดยทั่วไปจะเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับผลกระทบของสุราและบุหรี่แล้ว ทั้งสองอย่างถือว่าก่อผลกระทบได้มากกว่า อีกทั้งกัญชา ยังมีประโยชน์ทางการแพทย์ จึงทำให้หลายประเทศพยายามผลักดันให้กัญชาไม่ผิดกฎหมาย แต่ให้อยู่ภายใต้การควบคุม

โดยมีรายงานหลายชิ้น ระบุถึงประโยชน์ของกัญชาในทางการแพทย์ ที่ช่วยรักษาโรคและบรรเทาอาการได้หลากหลาย อาทิ ลมชัก บรรเทาหอบหืด หรือปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ กัญชายังถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผลข้างเคียงโรคมะเร็ง ป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนจากการทำเคมีบำบัด ใช้เป็นสารกระตุ้นความอยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ ส่วนในประเทศเสรีกัญชา ยังสามารถใช้สูบช่วยผ่อนคลายได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม กัญชายังมีฤทธิ์ที่ทำให้ผู้ที่เสพปริมาณมากติดต่อกัน มีความคิดเลื่อนลอยสับสน ความคุมตัวเองไม่ได้ หูแว่ว จนถึงมีอาการประสาทหลอน และมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด อีกทั้งมีหลักฐานทางการแแพทย์ชี้ว่า การใช้กัญชาระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้เด็กที่คลอดออกมา มีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าปรกติ

ขณะที่เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ปลดล็อคให้กัญชา สามารถศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในคนได้ อีกทั้งร่างกฎหมายฉบับนี้ ยังกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหาและควบคุมยาเสพติด โดยกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. อาจกำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือผลิตและทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติด

พบมีรถตู้โดยสารที่จะหมดอายุในปีนี้มีเพียง 954 คัน ไม่ถึง 1,800 คัน

เผยตัวเลข รถตู้โดยสาร ที่จะหมดอายุในปีนี้ พบมีเพียง 954 คัน ไม่ถึง 1,800 คันตามกระแสข่าวที่ออกมา ขณะที่เตรียมจัดรถเมล์วิ่งรับส่งผู้โดยสารแทน

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า สำหรับเส้นทางที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบ จากการที่มีรถตู้โดยสารหมดอายุ โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีนบุรี จตุจักร และรังสิต ขณะที่ รถตู้โดยสาร ที่จะหมดอายุในปีนี้มีเพียง 954 คัน ไม่ถึง 1,800 คันตามกระแสข่าวที่ออกมา

จากการสำรวจพบว่า ต้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปลายทางในเขตกรุงเทพ มีรถตู้โดยสารที่หมดอายุ 11 เส้นทาง จำนวน 260 คัน ต้นทางมีนบุรี มี 7 เส้นทาง รถหมดอายุ 191 คัน  ต้นทางจตุจักร 1 เส้นทาง หมดอายุ 1 คัน และต้นทางรังสิต 1 เส้นทาง รถหมดอายุ 28 คัน

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก ได้มอบให้ ขสมก.จัดเตรียมรถเมล์วิ่งให้บริการที่เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนเช้า-เย็นในเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยฯ หากไม่เพียงพอให้ประสาน เพื่อจัดหารถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) มาวิ่งให้บริการแทน เช่น รถตู้ 10 คัน จะใช้รถบัส 2-3 คัน

ซึ่งรถที่จัดวิ่งให้บริการแทนนี้ จะเน้นจอดรับส่งผู้โดยสารในจุดใหญ่ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทาง และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่ใช้บริการ