น้ำท่วมรุนแรงทางตอนเหนือของอินเดีย

เหตุน้ำท่วมรุนแรงในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย พัดเอารถโดยสารไหลไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก

สำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า ภาพเหตุน้ำท่วมรุนแรงที่พัดพารถบัสไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากถูกถ่ายไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเหตุเกิดในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้โดยสารและคนขับอยู่ในรถ เนื่องจากรถถูกพัดขณะจอดอยู่

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมนั้นส่งผลกระทบ 10 เมืองในรัฐหิมาจัลประเทศ โดยนอกเหนือจากน้ำท่วมรุนแรง ยังเกิดเหตุดินถล่ม หน่วยกู้ภัยได้ร่วมมือกับหน่วยงานรับมือภัยพิบัติแห่งชาติอินเดีบ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย 19 ราย ที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆ เนื่องจากเหตุน้ำท่วม

ฤดูมรสุมในอินเดียทำให้เกิดน้ำท่วมและยังเกิดโรคหรือความเจ็บป่วยที่แพร่กระจายได้ด้วยน้ำ ซึ่งองค์การบริหารท้องถิ่นในอินเดียมักล้มเหลวในการรับมือปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ ฤดูมรสุมในอินเดียทำให้ฝนตกเป็นปริมาณมากถึงร้อยละ 70 จากปริมาณฝนทั้งหมดตลอดปี

กรมขนส่งทางบก เผยห้ามรถตู้เกิน 10 ปีวิ่งเริ่ม 1 ต.ค. นี้ หยุดวิ่งไม่ถึง 1,000 คัน

เผยเส้นทางรถตู้โดยสารหยุดวิ่งจากกรณีหมดอายุการใช้งานตามกฎหมายกำหนด ตามมาตรฐานความปลอดภัย กระทบเส้นทางไปกลับเส้นมีนบุรี รังสิต และอนุสาวรีย์ชัยฯ หากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

จากกรณีที่มีข้อกำหนดความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกนั้น ไม่อนุมัติขยายอายุการใช้งานรถตู้  ตามมาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้รถตู้โดยสารสาธารณะกำลังจะหมดอายุสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากอายุใช้งานเกิน 10 ปี ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป รถตู้จำนวน 954 ที่วิ่งให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะต้องหยุดวิ่ง ทั้งยังไม่มีการเปิดให้มีรถตู้โดยสารใหม่เข้ามาทดแทนหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2561 กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า นโยบายการกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไม่เกิน 10 ปีนั้น เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 8/2551 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย รักษามาตรฐานคุณภาพการให้บริการ

สำหรับรถตู้โดยสาร หรือคิวรถตู้ ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ย่านมีนบุรี รังสิต และอนุสาวรีย์ชัยฯ เพราะรถตู้ 3 เส้นทางนี้ จะหยุดวิ่งมากที่สุด เพราะมีจำนวนรถหมดอายุมากที่สุด

พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบก ระบุถึงจำนวนรถตู้ ซึ่งแบ่งเป็น รถหมวด 1 ให้บริการกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 954 คัน ไม่ถึง 1,800 คันตามที่ระบุในข่าวก่อนหน้านี้ ส่วนรถร่วม บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เส้นทางต่างจังหวัด จะหมดอายุในปีนี้ 404 คัน ในจำนวนนี้บางส่วนเปลี่ยนรถตู้ใหม่ไปแล้ว ขณะที่รถร่วม บขส. บางส่วนเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัส

ส่วนเส้นทางที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบ ในพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีนบุรี จตุจักร และ รังสิต จากการสำรวจพบว่า ต้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปลายทางในเขตกรุงเทพฯ ปัจจุบันมี 17 เส้นทาง จะมีรถหมดอายุ 260 คัน ส่วนต้นทางมีนบุรี ปัจจุบันมี 7 เส้นทาง จะมีรถหมดอายุ 191 คัน ขณะที่ต้นทางจตุจักร มีรถหมดอายุเพียง 1 คัน และต้นทางรังสิต มีอยู่ 1 เส้นทาง จะมีรถหมดอายุ 28 คัน

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้เชิญ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) และ บขส. มาหารือการจัดรถโดยสารสำรอง หากมีการหยุดเดินรถ จึงให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะไม่ให้เกิดความเดือดร้อน และจะหารถมาทดแทนในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งคาดหวังว่าปัญหาคงจะไม่รุนแรง เพราะรถที่หยุดวิ่งจะมีไม่ถึง 1,000 คัน

ส่วนมาตรการของกรมการขนส่ง ในการแก้ไขปัญหาประชาชนขาดแคลนรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะเขตกรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล ซึ่งสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 41 ของ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อสั่งเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถ เวลา และจำนวนเที่ยวของการเดินรถ หรือให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งนำรถที่ตนได้รับอนุญาตไปช่วยเหลือเป็นการชั่วคราวตามควรแก่กรณี

สหรัฐยันมอบเงิน 185 ล้านดอลลาร์ ช่วยผู้ลี้ภัยโรฮีนจาหนีจากเมียนมาไปบังกลาเทศ

สหรัฐฯ ระบุจะมอบเงินมูลค่า 185 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่หลบหนีเหตุรุนแรงจากประเทศเมียนมา ไปยังประเทศบังกลาเทศ

วันที่ 25 ก.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณี นางนิกกิ เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติประกาศว่า สหรัฐฯ จะจัดตั้งกองทุนใหม่สำหรับความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำ การดูแลสุขภาพ และความช่วยเหลือสำคัญอื่นๆ มูลค่ากว่า 185 ล้านดอลลาร์ แก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ที่หลบหนีความขัดแย้ง และความรุนแรงภายในประเทศ เข้าไปอาศัยพักพิงอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ 

ทั้งนี้การประกาศดังกล่าว มีขึ้นระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับวิกฤตชาวโรฮีนจาในเมียนมา นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาติในนครนิวยอร์ก

ส่วนทางด้านพลเอกมีน ออง ไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมากล่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2561 ระบุว่า ไม่มีประเทศ องค์กรหรือกลุ่มใดมีสิทธิที่จะแทรกแซงและตัดสินใจเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยของเมียนมาได้

อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ และสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรฝั่งตะวันตก ต่างกล่าวหากองทัพเมียนมาว่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา