รอง ผบ.ตร. ตรวจโรงงานอิฐมวลเบา หลังทราบมีการซุกซ่อนไม้หวงห้าม

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่โรงงานอิฐมวลเบา ตรวจสอบความถูกต้อง หลังรับแจ้งมีการซุกซ่อนไม้หวงห้าม

วันนี้(24 ก.ย. 61) เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ปัญญา วิเศษพานิชกิจ ผกก.สภ.สามโคก นายพงศ์สันต์ ดนูพิทักษ์. ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ปทุมธานีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) เจ้าหน้าที่ทหารและส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบบริษัทไทยไล้ท์บล๊อคแอนด์แพแนลจำกัด เลขที่ 59 ม.4 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอิฐมวลเบาหลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการครอบครองไม้หวงห้ามแบบผิดกฏหมายจากการตรวจสอบที่อาคารสำนักงานซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น พบไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์แกะสลักจากไม้ขนาดใหญ่ ไม้ท่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้มะค่าโมง และไม้สัก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า การตรวจค้นในวันนี้เป็นการดำเนินการตามที่คสช.แจ้งมาซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีไม้ผิดกฏหมายจำนวนหนึ่ง ได้ประสานกรมป่าไม้ให้ดำเนินดคีในวันพรุ่งนี้คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาตรวจสอบอย่างละเอียดโดยในวันนี้จะมีการอายัติไม้ที่พบไว้ห้ามเคลื่อนย้ายเพื่อรอการตรวจสอบ เพื่อดำเนินคดีทางกฏหมาย

ด้านนายพงศ์สันต์ ดนูพิทักษ์. ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ปทุมธานีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการตรวจสอบจดบันทึกขนาดไม้ที่พบไว้เป็นหลักฐาน และพรุ่งนี้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยจะให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของโรงงานโดยจะให้นำเอกสารสิทธิ์การครอบครองมาแสดงหากไม่มีเอกสารมาแสดงก็จะต้องดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

สุดทึ่ง! พบปลัดอำเภอบางบัวทอง หูหนวกไม่ใช่อุปสรรค แถมยังเขียนหนังสือกลับหัวได้

หูหนวกไม่ใช่อุปสรรคการทำงาน!! ปลัดอำเภอบางบัวทอง หูหนวกทั้งสองข้าง แต่สามารถทำงานได้ปกติ แถมยังเขียนหนังสือกลับหัวได้

วันนี้(24 ก.ย. 61) เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีปลัดอำบางบัวทองเขียนหนังสือกลับหัวได้ แถมยังพิการหูหนวกทั้งสองข้าง แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน อีกทั้งยังเป็นกันเองกับชาวบ้านและผู้ใต้บังคับบัญชาจนทุกคนรักใคร่ผู้สื่อข่าวจึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่ว่าการอำเภอบางบัวทองสถานที่ทำงานของปลัดอำเภอรายนี้

ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุรชาติ กลิ่นโกมุท อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/613 ม.1ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้พูดคุยเพื่อขอสัมภาษณ์ แต่นายสุรชาติ ไม่ได้ยินผู้สื่อข่าวพูดเพราะหูที่หนวกทั้งสองข้าง ได้เพียงแต่ส่งยิ้มให้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่บนอำเภอได้เข้ามากระซิบผู้สื่อข่าวว่า ถ้าจะสื่อความหมายอะไรกับท่านก็ให้เขียน เป็นหนังสือให้ท่านอ่าน ปลัดสุชาติจึงตอบรับด้วยความยินดี

นายสุรชาติ กลิ่นโกมุท ปลัดอำเภอบางบัวทอง กล่าวว่าตนเองเป็นปลัดอำเภอมาหลายปี อยู่มาหลายที่จน ปี 2544 ตนก็ได้ย้ายมาประจำ อยู่ที่อำเภอบางบัวทอง และประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนกระทั่งหูทั้งสองข้างหนวกไม่ได้ยิน ผู้บังคับยัญชาก็เมตตาให้ตนมาดูแลฝ่ายทะเบียนราษฎร์ และจุดนี้เองที่ทำให้ตนเองต้องมาเขียนหนังสือกลับหัว เพราะประชาชนได้มาติดต่องานทำบัตรที่อำเภอในแต่ละวันมีจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและไวขึ้นตนเองจึงได้บอกกับประชาชนว่าเดียวจะเขียนให้แต่ประชาชนต้องเซ็นเอง

โดยเมื่อก่อนที่ให้ประชาชนเขียนเองจะใช้เวลาประมาณ 5-8 นาที แต่ถ้าตนเองเขียนให้จะใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที ทำให้ประหยัดเวลาได้เยอะมาก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี่เจริญไม่ไกลจึงไม่ต้องเขียนแล้วโดยใช้คำบันทึกของผู้มาติดต่อลงที่คอมพิวเตอร์แทน แต่ตนเองก็ต้องเซ็นเอกสารรับรองให้กับประชาชน

“ถึงแม้ตนเองจะหูหนวกก็ไม่มีอุปสรรคในการทำงานแต่อย่างใดถ้าลูกน้องต้องการอะไรก็ให้เขียนส่งมาตนก็จะทำให้ส่วนผู้บังคับบัญชาเวลาสั่งงานก็จะสังทางไลน์และก็เขียนเอา เพราะเข้าใจและให้ความเมตตากับตนเอง”

น.ส.วรรณา บุญรอด ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอำเภอบางบัวทองลูกน้องปลัดสุรชาติ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนไกล้ชิดกับท่านปลัดมานานแล้วท่านปลัดเป็นคนใจดีมีความโอบอ้อมอารีกับลูกน้องและประชาชนที่มาติดต่องานบนอำเภอ ตั้งแต่เห็นท่านมาประจำที่นี่ ท่านจะตั้งใจทำงานมาก ถึงแม้ท่านจะหูหนวกท่านก็ไม่เคยขี้เกียจในการทำงานมาก่อนและก็เลิกที่หลังลูกน้องทุกวัน ประชาชนส่วนมากจะชอบท่านปลัดสุรชาติ

เรื่องหูไม่มีอุปสรรคท่านทำงานดีเวลาจะคุยกับท่านก็เขียนส่งให้ท่านอ่านเสร็จท่านก็จะบอกและแนะเราในการทำงานทุกอย่าง

นายวันเดิม ขันทนิเทศน์ อายุ 62 ปีเพื่อนบ้านปลัดสุรชาติ กล่าวว่าปลัดสุรชาติเป็นคนเก่งตั้งแต่ตนคบกับปลัดมาเค้าเป็นคนตั้งใจทำงานมากและสิ่งที่แปลกก็คือเค้าจะเขียนหนังสือกลับหัว และเวลาคุยกันก็จะใช้เขียนเอาหรือใช้คุยทางไลน์ เพราะแกไม่ได้ยินเลยเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีที่แล้ว

อาละวาดหนัก! แก๊งฉกรองเท้าวัดดังเชียงใหม่ ผู้เสียหายร้องขอตำรวจตามจับ

โจรชายหญิงย่องขโมยรองเท้าวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อาศัยจังหวะนักท่องเที่ยวถอดรองเท้าเข้าไปไหว้พระในวิหารฉกรองเท้าหนี ตำรวจลงพื้นที่หาหลักฐาน

นายเยี่ยน มีชัย เจ้าหน้าที่ดูแลวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ยืนยันว่า เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริงและเกิดมาแล้วหลายครั้ง กล้องวงจรปิดของทางไว้ที่ติดไว้มากกว่า 50 ตัว สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ เป็นชายอายุประมาณ 35 ปี มีเป้สะพายหลัง ใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ทำทีเดินถ่ายภาพหน้าพระวิหารและเข้ามาก่อเหตุขโมยรองเท้าของนักท่องเที่ยวที่ถอดไว้หน้าวิหารหลายครั้งแล้ว นอกจากนั้นยังมีคนร้ายอีกหลายราย ทั้ง ชายสูงวัย และ หญิงสาว สวมรองเท้าเก่ามาขโมยรองเท้าใหม่ หรือ บางคนก็แต่งกายดูดีมาขโมย

นายเยี่ยน บอกว่า แต่ละเดือนมีคนร้ายเข้ามาขโมยรองเท้านักท่องเที่ยวนับสิบราย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว ไม่ไปแจ้งความ เพราะไม่อยากเสียเวลาและต้องรีบเดินทางกลับประเทศ รองเท้าที่หายส่วนใหญ่เป็นรองเท้ายี่ห้อดังราคาแพงของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เชื่อคนร้ายน่าจะรู้ราคาของรองเท้าและคาดว่าจะนำไปขายต่อ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางวัดได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาโดยเร็วที่สุด เพราะถือว่าสร้างความเสียหายในด้านการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของวัดด้วย ขณะเดียวกันก็ฝากถึงนักท่องเที่ยวที่ใส่รองเท้าราคาแพง หรือ กลัวว่ารองเท้าจะสูญหาย หลังจากถอดรองเท้าแล้ว อาจจะถือรองเท้าเข้าไปในวิหารด้วย หรือ ใส่ถุงพลาสติกแล้วเดินถือเข้าไปในวิหารก็ได้ หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ก็ฝากถึงไกด์นำเที่ยวให้ช่วยแนะนำนักท่องเที่ยวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ครูแอ๊ด หรือ นายภานุทัต อภิชนาธง ศิลปินล้านนาชื่อดัง ที่มาบรรเลงดนตรีล้านนา ภายในงานศพ โอ วรุฒ วรธรรม ช่วงที่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาสหัท หงส์ มหาคุณ อนุสรณ์ รองเท้าก็ยังหาย ยังไม่ได้คืนและยังจับคนร้ายไม่ได้ ขณะที่ตำรวจสืบสวนสถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ เร่งหาเบาะแสคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิด พร้อมเร่งรัดติดตามจับกุม เพราะถือว่าสร้างความเสียหายในด้านการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของวัดด้วย