หมอภาคย์ โพสต์เล่านาทีชีวิต ขณะดำน้ำไปช่วย 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำหลวง

หมอภาคย์  โพสต์เล่าประสบการณ์เฉียดตาย ขณะปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำหลวง เผยเกิดอุบัติเหตุสายอุปกรณ์ดำน้ำพันตัวเกือบเอาชีวิตไม่รอด

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2561 พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ 1 ในเจ้าหน้าที่คนสำคัญในภารกิจช่วยชีวิตทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า 13 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายหลังจากพวกเขาเข้าไปเที่ยวในถ้ำแต่กลับมีน้ำไหลหลากจนต้องพากันหนีหน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด

หมอภาคย์, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, หมูป่า, ถ้ำหลวง, ข่าวสดวันนี้

ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าวินาทีชีวิต หลังประสบอุบัติเหตุจนเกือบทำให้เอาชีวิตไม่รอดจากภารกิจดังกล่าว จากการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานเดินวิ่งการกุศลเพื่อสมทบทุนสร้างตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 กันยายน 2561 โดยระบุว่า  วันนี้ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังครับ 😊

ผมได้’สัมผัสประสบการณ์ความเป็นตาย ‘ตอนดำน้ำเข้าถ้ำหลวง’

มันเป็นตอนที่ดำน้ำอยู่ในช่องแคบซึ่งน้ำปิดเต็มไม่สามารถโผล่พ้นน้ำได้ ผมไปติดซอก จังหวะตอนที่พยายามดิ้นให้หลุดจากซอกที่ติดอยู่ สายออกซิเจนที่คาบอยู่ก็ถูกอุปกรณ์ที่ติดตัวมาด้วยเกี่ยวหลุดออกจากปากและพันตัวเราแถมเกี่ยวรั้งติดกับซอกถ้ำ มือก็หลุดจากเชือกนำทาง มองอะไรก็ไม่เห็น

จังหวะนั้นสิ่งที่แว๊บเข้ามาในความคิดทันที คือ เราจะต้องมาตายในที่นี้หรือ ใบหน้าลูกเมียแว๊บขึ้นมา จากนั้นนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ครูบาอาจารย์ จนตั้งสติได้

วินาทีระหว่างพยายามหาสายออกซิเจน ก็มีภาพต่างๆผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งภาพเหล่านั้น มันทำให้ผมเริ่มสงบ และ สบายใจ  ‘มันคือภาพสิ่งดีๆต่างๆที่ผมได้สะสมทำมา’ หากผมจะต้องจากโลกนี้ไป ผมก็สบายใจกับที่หมายที่เราจะไปต่อ 😊

ถ้าเรื่องภพภูมิ การเวียนว่ายตายเกิด มีจริง ประสบการณ์ตรงที่ผมได้สัมผัสนี้ ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ‘ดวงจิตสุดท้ายจะนำพาเราไปสู่ภพภูมิใด’

หากเราสะสมแต่เรื่องเบียดเบียนผู้อื่น การเอารัดเอาเปรียบ การปลุกปั่นให้สังคมแตกแยก คอยแต่จะต่อว่าตำหนิความไม่ดีของคนอื่น ไม่คอยพัฒนาขัดเกลาจิตใจเราเอง จังหวะที่กำลังจะละจากโลกนี้ไป สิ่งใดจะผุดขึ้นมาในใจ และ จะนำพาไปสู่ที่ใด

ปลื้มปิติกับพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่ช่วยกันบริจาค ให้ รพ.มหาราชนครราชสีมา และ ที่ใดๆ ก็ตามที่เป็นสาธารณประโยชน์ ขออนุโมทนา กับ ทุกๆคุณงามความดี ที่ทุกๆท่านได้ทำ ครับ สาธุ สาธุ สาธุ 😊


ข้อมูลข่าวจาก ภาคย์ โลหารชุน 

รถไฟความเร็วสูง “ฮ่องกง-จีน” เปิดให้บริการแล้ว

บริการรถไฟความเร็วสูงจากฮ่องกงไปจีนเริ่มให้บริการประชาชนครั้งแรกเมื่อวานนี้ โดยช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจาก 1 ชั่วโมง เหลือไม่ถึง 20 นาที

รถไฟหัวกระสุนความเร็วสูง ที่วิ่งให้บริการระหว่างเกาะฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ เริ่มให้บริการประชาชน เป็นเที่ยวแรก เมื่อเวลา 7.00 น.วานนี้ (23 ก.ย.2561 ) ตามเวลาท้องถิ่น

รถไฟความเร็วสูงขบวนแรกที่เดินทางระหว่างฮ่องกงไปจีน วิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดินทางจากสถานีเกาลูนตะวันตกไปยังสถานีเซินเจิ้นเหนือ เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที จากเดิมต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ มีมูลค่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนาน 8 ปี สามารถขนส่งผู้โดยสารมากกว่า 8 หมื่นคนต่อวัน

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้สร้างความกังวลว่าจีนจะละเมิดสิทธิเสรีภาพของฮ่องกง เนื่องจากภายใต้กฎหมายจีน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของจีนต้องมาประจำการที่สถานีในฮ่องกง

โครงการทางรถไฟนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามหลอมรวมฮ่องกงให้เป็นหนึ่งเดียวกับจีนมากขึ้น ผ่านโครงการ “เกรทเตอร์ เบย์ แอเรีย” (Greater Bay Area) ของจีน ที่หวังรวมมาเก๊า ฮ่องกง เข้ากับเมืองใหญ่ อย่างเซินเจิ้น และนครกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง โดยพื้นที่เมืองในโครงการ “เกรทเตอร์ เบย์ แอเรีย” นี้มีประชากรราว 68 ล้านคน และมีจีดีพี รวมกันสูงราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 49 ล้านล้านบาท

นักวิชาการ ชี้ ธุรกรรมออนไลน์มาพร้อมกับความเสี่ยง

นักวิชาการ ชี้ ทำธุรกรรมออนไลน์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้บริการต้องแบกรับ

นายวุฒิพงษ์ ชินศรี ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยกับทีมข่าว MONO29 ว่า ปัจจุบันประชาชนหันมาทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายในการใช้บริการ

ประกอบกับการที่ธนาคารต่าง ๆ ประกาศฟรีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking และ Internet Banking รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่น และบริการรูปแบบใหม่ อาทิ การชำระค่าใช้จ่าย การเติมเงิน หรือการสแกนเพื่อชำระเงิน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถดึงดูดประชาชนให้เข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันความเสี่ยงที่ผู้ใช้บริการจะต้องแบกรับ คือการมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้กับทางธนาคาร รวมถึงความปลอดภัยที่อาจลดลงเมื่อการเข้าใช้บริการสะดวกและรวดเร็วขึ้น เช่นการใส่รหัส PIN แทนการกรอก Password ในการเข้าใช้บริการ และในอนาคตธนาคารอาจยกเลิกชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว หรือ OTP (One Time Password) เพื่อลดค่าใช้จ่าย

นายวุฒิพงษ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าใช้บริการผ่านการสแกนลายนิ้วมือ หรือใบหน้าอาจช่วยในเรื่องของความปลอดภัย แต่จะติดข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ หรือโทรศัพท์บางรุ่นที่ไม่รองรับระบบนั้นๆ

ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถสังเกตความผิดปกติในเรื่องของความปลอดภัยได้จากการแจ้งเตือนการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ที่ทางธนาคารจะแจ้งถึงอีเมลผู้ใช้ เป็นต้น