เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเปิดข้อมูลลับบ้านป่าแหว่ง เดินหน้านำหลักฐานยื่น ปชช.และ สตง.ตรวจสอบการประมูล- สัญญาจ้างเอกชน ปกปิดข้อมูล
วันนี้ ( 29 กันยายน) ที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดประชุมเรื่อง”จะปิดบัญชีป่าแหว่งอย่างไร” โดยมีแกนนำสำคัญ อาทิ นายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายฯ และตัวแทนจากองค์กรต่างๆที่เป็นเครือข่ายฯร่วม เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปประเด็นปัญหากรณีการก่อสร้างบ้านข้าราชการตุลาการ 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง บริเวณเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
หลังการประชุมเครือข่ายฯ ได้จัดแถลงข่าว ระบุเครือข่ายมีมติให้ส่งตัวแทนยื่นร้องเรียนกรณีการคัดเลือกผู้รับเหมาออกแบบและก่อสร้างโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ “บ้านป่าแหว่ง” ไม่โปร่งใส ไม่ได้แจ้งรายละเอียดการประมูลให้ครบถ้วนเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ปิดบังข้อมูลในขั้นตอนคัดเลือก และส่อว่าอาจจะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้รับเหมาทั้งในระยะออกแบบ และการก่อสร้าง
กรณีแรกเครือข่ายฯ พบว่า นายวิทยา เกื้อกูลธเนศ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานออกแบบและก่อสร้างสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย (อุเทน46) กับ นายวิศัลย์ ศศิธรานนท์ ผู้บริหารและกรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท เกทเวย์ อาร์คิเท็ค จำกัด ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นผู้ออกแบบโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ มีหลักฐานภาพถ่ายและข่าวในสื่อมวลชนแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน
ข้อสงสัยสำคัญ การได้รับการคัดเลือกให้รับงานออกแบบโครงการ “บ้านป่าแหว่ง” ในครั้งนั้น ไม่ปรากฏในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้ตรวจสอบเพิ่มพบว่า บริษัทเกทเวย์ อาร์คิเท็ค จำกัด เคยรับงานและเป็นคู่สัญญากับสำนักงานศาลยุติธรรมอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ปรากฏในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
การออกแบบโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ “บ้านป่าแหว่ง” ที่ประสบปัญหาจนเกิดความล่าช้าใช้เวลาก่อสร้างนานร่วม 5 ปีจากกำหนดเดิมไม่เกิน 2 ปี และต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสัญญาหลายครั้งปรากฏในบันทึกท้ายสัญญา ทั้งยังพบว่าบ้านพักหลายหลังตั้งบนพื้นที่ลาดชันไม่เหมาะสม จึงควรจะมีการตรวจสอบว่าในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตงานออกแบบก่อสร้างมีข้อผิดพลาดไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ หรือ มีการเอื้อประโยชน์กำหนดคุณสมบัติเอกชนผู้รับงานหรือไม่
กรณีที่สองการประกวดราคาหาผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการและอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่โปร่งใส แบ่งโครงการออกเป็นสามสัญญา ได้เอกชนรายเดียวกันเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และมีการปกปิดข้อมูลไม่แจ้งเข้าระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดว่า เหตุใดจึงได้เอกชนรายเดิมในการประมูลสัญญาที่ 2 และ 3
โครงการนี้มีการแบ่งเป็นสามสัญญา คือ สัญญาแรกทำกันเมื่อ 19 มิถุนายน 2556 ให้ก่อสร้างบ้านพักระดับประธานและรองฯ จำนวน 9 หลัง บวกกับอาคารชุด 64 หน่วย มูลค่า 342,432,710.28 บาท ขั้นตอนการประกวดราคา มีผู้ซื้อซอง 26 ราย ยื่นจริง 4 ราย ได้บริษัท พี.เอ็น.เอส.ไซน์ จำกัด เป็นผู้ชนะและได้รับคัดเลือกทำสัญญา
โครงการแรก ได้แจ้งรายละเอียดเข้าระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐครบถ้วน ยังทำให้สื่อมวลชนเช่น สำนักข่าวอิศรา และ เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน เคยใช้รายงานสกู๊ปข่าวนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าสัญญาที่ 2 ก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดส่วนที่เหลือ มูลค่า321,670,000 บาท ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2557 กับสัญญาที่ 3 ก่อสร้างอาคารสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 มูลค่า 290,885,000 บาท เมื่อกลางปี 2557 กลับไม่มีรายละเอียดแจ้งลงในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายละเอียดการยื่นเสนอราคา จำนวนเอกชนที่ซื้อซองและเอกชนที่ยื่นราคา เพราะว่าในที่สุดเอกชนรายเดิมที่ได้สัญญาแรกคือ บริษัทพี.เอ็น.เอส.ไซน์. จำกัด ได้สัญญาก่อสร้างทั้งหมดไป
การปกปิดข้อมูลสำคัญไม่แจ้งเข้าระบบเพื่อให้สาธารณะตรวจสอบได้ เป็นข้อพิรุธที่สมควรให้หน่วยงานตรวจสอบเข้ามาดำเนินการให้เกิดความกระจ่าง
กระทั่งล่าสุด สำนักงานศาลยุติธรรมยังไม่สามารถรับมอบงานจากผู้รับเหมาได้ตามกำหนด ทั้งที่มีการต่อเวลาก่อสร้างนานกว่าสามปี รอบสุดท้ายกำหนดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จแต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า ได้ต่ออายุสัญญาหรืออนุญาตให้เอกชนผู้รับเหมาดำเนินการต่อเช่นไร เพราะว่าตามสัญญาที่ทำไว้ หากบริษัทผู้รับเหมาไม่สามารถส่งมอบงานก่อสร้างบ้านพักเดี่ยวและอาคารชุดได้ทันกำหนดจะต้องถูกปรับเงินและค่าใช้จ่ายจ้างผู้คุมงานตกรวมกันถึงวันละประมาณ 350,000 บาท คำนวณเป็นตัวเงินกรณีต้องปรับ นับจากวันที่ 18 มิถุนายนมาจนถึงประมาณสิ้นเดือนสิงหาคมซึ่งก็ยังไม่สามารถส่งมอบได้ คิดเป็นเงินกว่า 25 ล้านบาท
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขอเรียกร้องให้สำนักงานศาลยุติธรรมเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้เป็นที่รับรู้ และขอให้เร่งรัดส่งมอบงานจากผู้รับเหมาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ขณะเดียวกันเครือข่ายฯจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ยื่นต่อ ปปช. และ สตง.ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้