มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ชวนจิตอาสา พัฒนาบ้านนาปอ ช่วยจัดการแหล่งน้ำยกระดับคุณภาพชีวิต
นาปอ ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย เป็นชุมชนตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน แม้การมาที่นี่ ต้องใช้เวลาพอสมควร ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า ก็มิอาจเป็นอุปสรรคต่อพวกเขาหลายชีวิต ที่ตั้งใจมาเป็นอาสาช่วยกันพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบ้านนาปอให้ดีขึ้น
หวังจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน นำทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนมีมาใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีค่าจ้างสำหรับพวกเขา ตรงกันข้ามต้องจ่ายค่าเดินทาง และสละเวลา กันมาเอง แต่พวกเขาเกือบ 20 ชีวิต ก็มาอย่างเต็มใจ
การมาครั้งนี้ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายการคนมันส์พันธุ์อาสา ชวนจิตอาสาทั่วสารทิศ มาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่อง “น้ำ” ให้กับชุมชนบ้านนาปอ ที่อาศัยอยู่บนเขาสูง ไม่สามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ ทั้งอุปโภค บริโภค ร่วมไปถึงการทำเกษตร ทำให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
จากที่เคยสำรวจสภาพพื้นที่ กับจัดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อเกิดการคิด การปฏิบัติ และเรียนรู้ร่วมกัน จึงเริ่มด้วยการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ บวกด้วยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่างและระบบสเปรย์หมอก วันที่ 13 – 15 ตุลาคม 2561 จึงเป็นวันที่ทุกคนรวมตัวมาช่วยกันติดตั้งระบบต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก ติดตั้งระบบตะบันน้ำ หน่วยงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินโครงการด้าน CSR เป็นหัวเรือใหญ่ในการติดตั้ง ตะบันน้ำจะดึงน้ำจากลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปีมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำบนที่สูง ผ่านการกรอง และจะส่งไปยังชุมชนไว้ใช้ในครัวเรือน
กลุ่มที่สอง มีฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำทัพในการติดตั้งระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ น้ำที่เก็บได้ในส่วนนี้จะดึงมาใช้สำหรับการเกษตร โดยช่วยกันติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ 16 แผง เดินท่อน้ำขึ้นไปบนยอดเขาเก็บไว้ในถัง จากนั้นชุมชนก็สามารถนำน้ำมาใช้ได้ตลอดทั้งปี
กลุ่มที่สาม เซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่าง สำหรับ วัด อาคารอเนกประสงค์ โรงเพาะกล้าไม้ มีทีมงานพลังงานชุมชน จากมูลนิธิพลังที่ยั่งยืนเป็นผู้ดูแลในการติดตั้งไฟขนาด 1.4 กิโลวัตต์ นอกจากนั้นยังติดตั้งระบบสเปรย์หมอกพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการเกษตรในโรงเรือนเพาะกล้าไม้ของชุมชน
ตลอดระยะเวลา 3 วัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง พอตอนทำงาน ก็มุ่งมั่น ช่วยกันทำอย่างเต็มที่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บางคนมาช่วยพร้อมเก็บเกี่ยวเพื่อจะนำความรู้ไปพัฒนาที่บ้านตัวเอง พอตกกลางคืนนอกจากได้สัมผัสบรรยากาศลมหนาว และความเอร็ดอร่อยของฝีมือแม่ครัว
และการตอนรับด้วยการเผาข้าวหลามที่เป็นไฮไลท์ของบ้านนาปอ ยังมีน้องๆ จากโรงเรียน ตชด.บ้านนาปอ มาแสดงสร้างรอยยิ้มและคลายความเหนื่อยล้าจากการร่วมแรงกัน หลายๆ ฝ่าย ทำให้ภารกิจต่าง ๆ เสร็จสิ้นไปด้วยดี คาดว่า ระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ สามารถสูบน้ำได้ 17,000 ลิตร หรือ 17 ลบ.ม. ต่อวัน ประหยัดค่าน้ำได้ 5,500 บาท/ปี
ระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 5.2 กิโลวัตต์นี้ ประหยัดค่าไฟได้ 30,000 บาท/ปี และเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่าง ขนาด 1.4 กิโลวัตต์ ก็สามารถประหยัดค่าไฟได้ 8,000 บาท/ปี
ด้วยสิ่งเหล่านี้ น่าจะทำให้คนในชุมชนบ้านนาปอมีชีวิตทีดีขึ้น ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ถึงการนำพลังงาน นำทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ และเหนือสิ่งอื่นใด เราได้ร่วมช่วยกันสร้างสังคมเล็ก ๆ เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน ได้เห็นแววตาแห่งความมุ่งมั่นของผู้ให้ และสัมผัสถึงความสุขของผู้ที่ได้รับ
สังคมแบบนี้แหละ…ที่มูลนิธิพลังที่ยั่งยืนอยากชวนกันมาสร้างให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ
ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน









