จิตอาสาร่วม 20 ชีวิต ลุยสานสุขชาว ‘นาปอ’ ยกระดับคุณภาพชีวิต

มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ชวนจิตอาสา พัฒนาบ้านนาปอ ช่วยจัดการแหล่งน้ำยกระดับคุณภาพชีวิต

นาปอ ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย เป็นชุมชนตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน แม้การมาที่นี่ ต้องใช้เวลาพอสมควร ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า ก็มิอาจเป็นอุปสรรคต่อพวกเขาหลายชีวิต ที่ตั้งใจมาเป็นอาสาช่วยกันพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบ้านนาปอให้ดีขึ้น

หวังจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน นำทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนมีมาใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีค่าจ้างสำหรับพวกเขา ตรงกันข้ามต้องจ่ายค่าเดินทาง และสละเวลา กันมาเอง แต่พวกเขาเกือบ 20 ชีวิต ก็มาอย่างเต็มใจ

จิตอาสา, ข่าวสดวันนี้, มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน, ปตท.

การมาครั้งนี้ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายการคนมันส์พันธุ์อาสา ชวนจิตอาสาทั่วสารทิศ มาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่อง “น้ำ” ให้กับชุมชนบ้านนาปอ ที่อาศัยอยู่บนเขาสูง ไม่สามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ ทั้งอุปโภค บริโภค ร่วมไปถึงการทำเกษตร ทำให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

จากที่เคยสำรวจสภาพพื้นที่ กับจัดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อเกิดการคิด การปฏิบัติ และเรียนรู้ร่วมกัน จึงเริ่มด้วยการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ บวกด้วยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่างและระบบสเปรย์หมอก วันที่ 13 – 15 ตุลาคม 2561 จึงเป็นวันที่ทุกคนรวมตัวมาช่วยกันติดตั้งระบบต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก ติดตั้งระบบตะบันน้ำ หน่วยงานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินโครงการด้าน CSR เป็นหัวเรือใหญ่ในการติดตั้ง ตะบันน้ำจะดึงน้ำจากลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปีมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำบนที่สูง ผ่านการกรอง และจะส่งไปยังชุมชนไว้ใช้ในครัวเรือน

กลุ่มที่สอง มีฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำทัพในการติดตั้งระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ น้ำที่เก็บได้ในส่วนนี้จะดึงมาใช้สำหรับการเกษตร โดยช่วยกันติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ 16 แผง เดินท่อน้ำขึ้นไปบนยอดเขาเก็บไว้ในถัง จากนั้นชุมชนก็สามารถนำน้ำมาใช้ได้ตลอดทั้งปี

กลุ่มที่สาม เซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่าง สำหรับ วัด อาคารอเนกประสงค์ โรงเพาะกล้าไม้ มีทีมงานพลังงานชุมชน จากมูลนิธิพลังที่ยั่งยืนเป็นผู้ดูแลในการติดตั้งไฟขนาด 1.4 กิโลวัตต์ นอกจากนั้นยังติดตั้งระบบสเปรย์หมอกพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการเกษตรในโรงเรือนเพาะกล้าไม้ของชุมชน

จิตอาสา, ข่าวสดวันนี้, มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน, ปตท.

ตลอดระยะเวลา 3 วัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง พอตอนทำงาน ก็มุ่งมั่น ช่วยกันทำอย่างเต็มที่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บางคนมาช่วยพร้อมเก็บเกี่ยวเพื่อจะนำความรู้ไปพัฒนาที่บ้านตัวเอง พอตกกลางคืนนอกจากได้สัมผัสบรรยากาศลมหนาว และความเอร็ดอร่อยของฝีมือแม่ครัว

และการตอนรับด้วยการเผาข้าวหลามที่เป็นไฮไลท์ของบ้านนาปอ ยังมีน้องๆ จากโรงเรียน ตชด.บ้านนาปอ มาแสดงสร้างรอยยิ้มและคลายความเหนื่อยล้าจากการร่วมแรงกัน หลายๆ ฝ่าย ทำให้ภารกิจต่าง ๆ เสร็จสิ้นไปด้วยดี คาดว่า ระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ สามารถสูบน้ำได้ 17,000 ลิตร หรือ 17 ลบ.ม. ต่อวัน ประหยัดค่าน้ำได้ 5,500 บาท/ปี

จิตอาสา, ข่าวสดวันนี้, มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน, ปตท.

ระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 5.2 กิโลวัตต์นี้ ประหยัดค่าไฟได้ 30,000 บาท/ปี และเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับไฟส่องสว่าง ขนาด 1.4 กิโลวัตต์ ก็สามารถประหยัดค่าไฟได้ 8,000 บาท/ปี

ด้วยสิ่งเหล่านี้ น่าจะทำให้คนในชุมชนบ้านนาปอมีชีวิตทีดีขึ้น ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ถึงการนำพลังงาน นำทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ และเหนือสิ่งอื่นใด เราได้ร่วมช่วยกันสร้างสังคมเล็ก ๆ เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน ได้เห็นแววตาแห่งความมุ่งมั่นของผู้ให้ และสัมผัสถึงความสุขของผู้ที่ได้รับ

สังคมแบบนี้แหละ…ที่มูลนิธิพลังที่ยั่งยืนอยากชวนกันมาสร้างให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ


ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน

เตือนภัย! หนุ่มโรคจิตยัดกล้องใส่รองเท้า แอบถ่ายชั้นในนักศึกษาสาว

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เตือนภัย จับหนุ่มโรคจิตยัดกล้องใส่รองเท้า แอบถ่ายชั้นในนักศึกษาสาว

วันนี้(31 ต.ค.) โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวเตือนภัยจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Yo Pakwan ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยแอบถ่ายใต้กระโปรงในธรรมศาสตร์รังสิต โดยข้อความระบุว่า

เตือนภัย แอบถ่ายใต้กระโปรง ในธรรมศาสตร์รังสิต วันนี้ตอนพักเที่ยง เรายืนรอแฟนอยู่หน้าเซเว่นโรงอาหาร SC พอแฟนเดินออกมาก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเรา ที่รองเท้ามีแสงสะท้อนเหมือนติดกล้องแอบถ่าย แฟนเราเข้ามาถามว่าทำอะไร มันรีบวิ่งหนี ดูมีพิรุธ เลยวิ่งตามไปจนจับได้

มันใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ เจาะรู มีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ในรองเท้า มันเคยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ คณะวิทย์ แต่โดนไทร์ ตอนนี้พักอยู่หอแถวเชียงราก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำ มันสารภาพว่าทำตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เคยโดนจับแล้วด้วย แต่ก็ไม่เข็ด

ถึงทุกๆ คน อย่าคิดว่าเรื่องแอบถ่ายเป็นเรื่องไกลตัว นี่ก็เคยโดนเตือน แต่ก็คิดมาตลอดว่ามันคงไม่เกิดกับเราหรอก หลังจากนี้จะคอยระวังตัวเองให้มากกว่านี้ นี่ได้ยินว่าเพิ่งมีแอบถ่ายในห้องน้ำที่เอสซีไป แล้วก็เคยมีที่บร. รพ. ด้วย ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจริงๆ ขอบคุณพี่วินมอไซค์ และทุกๆคน ที่เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแชร์เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ Edit เราเห็นคลิปในกล้องมันแล้ว มีคนโดนมันแอบถ่ายเยอะมากๆ มันเดินไปทั่วโรงอาหารเลยอ่ะ

ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายปองคุณ อายุ 27 ปี ผู้กระทำผิด ในข้อหาได้กระทำการใดๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแกข่มเหงคุกคามหรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนปรับไป 1,000 บาท และชดใช้ผู้เสียหายเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท โดยพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้เปรียบเทียบปรับไปเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท พร้อมยึดกล้องเก็บไว้เป็นหลักฐานและปล่อยตัวไป

ภาพจาก Yo Pakwan

ต้องลอง ‘ขนมตดหมา’ อาหารพื้นถิ่น ชุมชนบ้านธาตุน้อย

วานนี้ (30 ต.ค. 61) ที่ ชุมชนบ้านธาตุน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชน

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายแนะนำชุมชนท่องเที่ยว ด้วยการเล่าเรื่องชุมชน พร้อมเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในฐานเรียนรู้ต่างๆ อาทิ ฐานเรียนรู้ชุมชน ฐานเรียนรู้การปลูกหม่อนไหม ฐานการย้อมสีผ้าไหมธรรมชาติ การทอผ้า ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ฐานเรียนรู้การจักสาน และฐานเรียนรู้การทำอาหารพื้นถิ่น โดยเฉพาะ ขนมตดหมา ซึ่งทุกคนได้ลองชิมต่างพูดเป็นเสียงเดี่ยวกันว่า อร่อย

“ขนมตดหมา” หรือเรียกตามภาษาถิ่นว่า “เวือระพอม” ได้ชื่อนี้เพราะมีส่วนผสมของ “เครือตดหมา” พืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่บางพื้นที่เรียกว่า ต้นกระพังโหม สำหรับหน้าตาและรสชาติคล้ายขนมจาก มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด น้ำตาลทรายแดง มะพร้าวทึนทึก ทั้งหมดนี้นำมาผสมกับน้ำเครือตดหมา คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน พักไว้หนึ่งชั่วโมงเพื่อให้แป้งขึ้น แล้วจึงนำเนื้อขนมมาใส่ใบตองห่อเป็นชิ้นยาวๆ นำไปย่างจนสุกหอม

สำหรับอำเภออุทุมพรพิสัย เป็นอำเภอที่มีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ของคนในชุมชน สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสร้างการยอมรับ เข้ารับการพัฒนาศักยภาพ เป็นผู้ประกอบการที่ดี พัฒนาทักษะการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ สร้างตราสินค้า เรื่องราวผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่เป็นภูมิปัญญาไทยได้รับการยอมรับสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน