จับสาวทิ้งลูกวัยแบเบาะ เจ้าตัวอ้างจำใจทำ เพราะยังไม่พร้อมมีบุตร

จับสาวลาวทิ้งลูกวัยแบเบาะ เจ้าตัวอ้าง ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเพราะยังไม่พร้อมจึงนำลูกไปทิ้ง

กรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคนใจร้ายนำเด็กทารกวัยแบเบาะเพศชายไปทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 60/49 ในซอย 10 ถนนพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แล้วหลบหนีไป

เบื้องต้นทางตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เดินทางไปตรวจสอบ และนำตัวเด็กไป ให้เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ดูแลเป็นการชั่วคราว พร้อมกับเร่งหาเบาะแสติดตามตัวคนที่นำเด็กมาทิ้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพ่อหรือแม่ของเด็กเอง ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 พ.ย.61 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว น.ส.ประไพ แวงสะกา (Mrs.Paphay Viengsanga) อายุ 28 ปี สัญชาติลาว มารดาของเด็ก มาทำการสอบสวน หารายละเอียด หลังจากมีหลักฐานว่า หญิงชาวลาวรายนี้เป็นคนที่นำลูกตัวเองไปทิ้ง

หลังสอบสวนเบื้องต้น พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้ทางตำรวจ ได้ทำการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เด็กถูกนำไปทิ้งจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นหญิงสาวชาวลาวนั่งอยู่หน้าบ้านโดยอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอด เมื่อสอบถามหญิงคนดังกล่าวอ้างว่า มานั่งรอเพื่อน ก่อนที่จะทิ้งเด็กไว้แล้วหลบหนีไป

เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เจ้าตัวเป็นคนทิ้งลูกจริงๆ จึงออกสืบสวนหาข่าว แนะนำภาพถ่ายเผยแพร่ไปในโลกโซเชียล กระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบผู้ต้องสงสัยลักษณะใกล้เคียงกับบุคคลในภาพ กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านมีดีแจ่วฮ้อน ซอยอรุโณทัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ จึงเดินทางไปตรวจสอบ และพบ น.ส.ประไพ นั่งอยู่ในร้านดังกล่าว ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าการอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เป็นมารดาของเด็กและเป็นคนนำเด็กไปทิ้งจริง โดยก่อนหน้านี้ตนกับสามีเดินทางมาทำงานที่เมืองพัทยา และพักอาศัยอยู่ที่ลิตเติ้ลคอร์ด ในซอยบัวขาว จากนั้นตนได้เกิดตั้งท้องและคลอดลูกเองภายในห้องพัก แต่ภายหลังไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูเพราะยังไม่พร้อม จึงนำลูกไปทิ้งดังกล่าว

เบื้องต้น ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานทอดทิ้งเด็กตามมาตรา 306 คือผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปีไว้ ณ ที่ใดเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล และข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยใบอนุญาตสิ้นสุด ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รัฐบาลเตรียมจัดงาน วันเฉลิมพระชนมพรรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9

รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม พร้อมเชิญชวนประดับไฟ, ดอกไม้สีเหลือง และธงชาติไทย

เนื่องในโอกาสวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โดยยังถือเป็นวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติด้วยนั้น รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่

1.กิจกรรมบำเพ็ญกุศล หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล

2.กิจกรรมเทิดพระเกียรติและเชิดชูสดุดีพระเกียรติคุณ

3.กิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายราชสักการะกตัญญุตาบูชา ตลอดจนกิจกรรมเกี่ยวกับวันชาติ ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2561

โดยในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ รัฐบาลมีกำหนดจัดกิจกรรมพร้อมกันทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ซึ่งในช่วงเช้า จะมีพิธีทำบุญตักบาตรและบำเพ็ญกุศล ถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีริ้วขบวนอัญเชิญพานพุ่มดอกไม้ ของเหล่าข้าราชการและตัวแทนประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ พร้อมถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ท้องสนามหลวง

ในช่วงค่ำ จะมีการจัดการแสดงดนตรี และการแสดงในชุด “เสียงแห่งความจงรักภักดี : Sounds of Love” โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ในส่วนของภูมิภาค จะมีการจัดพิธีที่ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่เหมาะสม พร้อมให้หน่วยราชการ อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่บูชา ประดับพานพุ่มดอกไม้สีเหลือง ณ สถานที่ราชการ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้เชิญชวนประดับตกแต่งไฟ ดอกไม้สีเหลือง และธงชาติไทย ตามอาคารสถานที่ทำการของหน่วยงานและอาคารบ้านเรือน อีกทั้งจะมีการเผยแพร่ภาพพระราชกรณียกิจทางสถานีโทรทัศน์ พร้อมเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมจิตอาสาตามความเหมาะสม โดยสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีเหลืองขณะทำกิจกรรม

ยูเนสโก้ ยกดนตรี ‘เร็กเก้’ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ยูเนสโก้ ประกาศขึ้นทะเบียนดนตรี ‘เร็กเก้’ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ สมควรได้รับการปกป้องและส่งเสริม

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การยูเนสโก ที่กรุงพอร์ตหลุยส์ สาธารณรัฐมอริเชียส ประกาศขึ้นทะเบียนดนตรี “เร็กเก้” ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งสมควรได้รับการปกป้องและส่งเสริม

ดนตรีเร็กเก้มีต้นกำเนิดจากจาไมก้า และแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเป็นแนวดนตรีที่ใช้เรียกร้องถึงความยุติธรรมในสังคม สันติภาพ และความรัก โดยเริ่มต้นในย่านคนยากจนใกล้กรุงคิงสตันของจาไมก้า เมื่อยุค 1960 ซึ่งแม้จะสะท้อนถึงช่วงเวลายากลำบาก แต่ก็เป็นดนตรีที่สร้างความสนุกสนานจากจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์

Bob Marley ศิลปินและนักแต่งเพลงแนวเร็กเก้ชื่อดัง

บ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) ศิลปินและนักแต่งเพลงแนวเร็กเก้ชื่อดัง ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ก็กลายเป็นที่รู้จักในระดับโลกจากผลงานเพลงมากมาย เช่น No Woman, No Cry และ Get Up, Stand Up


ขอบคุณภาพจาก  wikipedia