ชาวบ้านโวยแหลก ปลูกต้นไม้กลางถนน หลังพังไร้การเหลียวแล

ชาวบ้านโวยแหลก ปลูกต้นไม้กลางถนนห้วยปราบสะพานสี่ หลังถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ไร้การเหลียวแล

จากกรณีที่ มีผู้ใช้รถใช้ถนน บริเวณถนนสายห้วยปราบ-สะพานสี่ เขตรอยต่อระหว่างพื้นที่ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้ประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์ตกหลุม แล้วพลิกคว่ำ จนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความไม่พอใจ และร้องเรียนมาทางผู้สื่อข่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบนถนนเส้นทางสายห้วยปราบ-สะพานสี่ พบว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นถนนสองเลน ขับขี่สวนทางกัน อีกทั้งตลอดระยะทาง พบถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ บางจุดลึกเกือบ 1 เมตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างพากันหักหลบหลุด บางคันที่หลบไม่ทันก็ต้องตกหลุมไป

จากการสอบถาม นายนฤเทศ คำโคตร อายุ 44 ปี พ่อค้าขายกาแฟโบราณ กล่าวว่า ปกติแล้วตนเป็นผู้ที่ต้องขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ขายกาแฟโบราณ ตามเส้นทางดังกล่าวนี้เป็นประจำ โดยถนนเส้นทางนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ มานานนับปีได้แล้ว เมื่อฝนตกหนักน้ำก็ท่วมขังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

ประกอบกับเวลามีรถบรรทุก 18 ล้อ วิ่งผ่านก็มีฝุ่นพัดฟุ้งกระจายขึ้นมา และที่สำคัญในช่วงเวลากลางคืน มักจะมีรถจักรยานยนต์ ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงาน ใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายหลัก แล้วตกหลุดพลิกคว่ำ จนได้รับบาดเจ็บกันทุกวัน บางรายกับเสียชีวิตเพราะหลุมดังกล่าว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ เพราะถนนต้องใช้ทุกวัน

ขณะเดียวกันนายเชิญ จันทร์หอม อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก จากถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อมานานมาก เคยร้องเรียนไปหลายหน่วยแต่ยังไม่มีการซ่อมแซม โดยเฉพาะเดือนนี้มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บไปหลายคน

ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ก็มีรถจักรยานยนต์ตกหลุดพลิกคว่ำ จนได้รับบาดเจ็บ ต้องหามส่งโรงพยาบาล ชาวบ้านจึงต้องนำต้นไม้มาปลูกกลางถนน เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ให้เห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ และอยากเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบถนนสายนี้เข้ามาซ่อมแซมโดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากกว่านี้

โปรดเกล้าฯ ‘พ.ต.อ.วันธิกรณ์’ พ้นจากนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้ ‘พ.ต.อ.วันธิกรณ์ ราชสิริเสนา’ พ้นจากนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

วันที่ 30 พ.ย. 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้ข้าราชการในพระองค์ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าราชการในพระองค์ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๔ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนัก พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พันตำรวจเอก วันธิกรณ์ ราชสิริเสนา ตำแหน่ง นายตำรวจปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

เตรียมเสนอนวดไทย-ต้มยำกุ้งต่อ หลังยูเนสโกขึ้นบัญชีโขนไทยเป็นมรดกโลก

กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าสงวนรักษาคุ้มครองโขน หลังยูเนสโกประกาศขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาโลก เตรียมเสนอนวดไทยและต้มยำกุ้งในลำดับต่อไป

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในการแถลงข่าวแสดงความยินดีหลังจากการที่คณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ครั้งที่ 13 ประกาศรับรองให้“การแสดงโขนในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ หรือมรดกโลกทางภูมิปัญญา 

ทางด้านนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีต่อการขึ้นทะเบียนและขอให้ประชาชนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงฟื้นฟูโขน ให้เป็นที่รู้จักของเยาวชนรุ่นใหม่และเผยแพร่สู่สายตาชาวไทยและต่างประเทศผ่านการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการสงวนรักษาคุ้มครองและสืบสานการแสดงโขนให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไป โดยหลังจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมจะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองตลอดปีหน้า

สำหรับการนำเสนอมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในครั้งนี้ ไทยได้นำเสนอการแสดงโขนในประเทศไทยและนวดไทย เพื่อให้ยูเนสโกพิจารณาประกาศรับรองแต่ยูเนสโกแจ้งให้คณะกรรมการของประเทศไทย เลือกเสนอรายการใดรายการหนึ่ง จึงเสนอรายการแสดงโขนเป็นอันดับแรกก่อน แล้วจะเสนอนวดไทยขึ้นทะเบียนอีกครั้งเชื่อมั่นว่าการนวดของไทยมีเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาที่ชัดเจนโดยเฉพาะการนวดไทยต้นตำรับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ที่มีตำรามาจากฤาษีดัดตน รวมถึงจารึกวัดโพธิ์ควรได้รัยการสืบสานให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เมื่อนวดไทยได้ขึ้นทะเบียนแล้ว จะนำเสนอต้มยำกุ้งในลำดับถัดไป