ตร.ชัยนาทคุมเข้ม ‘ยิงปืนขึ้นฟ้า’ วันสิ้นปีฝ่าฝืนขอหมายศาลค้นดำเนินคดี

ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท คุมเข้ม ‘ยิงปืนขึ้นฟ้า’ วันสิ้นปีฝ่าฝืนขอหมายศาลค้นดำเนินคดี

วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทมีคำสั่งกำชับให้ 14 โรงพักในสังกัด เฝ้าระวังเหตุในคืนวันสิ้นปี 31 ธันวาคมต่อเนื่องเช้าวันที่ 1 มกราคม ที่ประชาชนจะมีการเลี้ยงสังสรรค์ และเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และในช่วงข้ามปีมักจะมีผู้โทรแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท จำนวนมากถึงเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าในพื้นที่ต่างๆ

ด้าน พ.ต.อ.ชัชภิมุก มีมุก ผกก.สภ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า การยิงปืนขึ้นฟ้า เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและผิดกฎหมาย เพราะกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้าเมื่อตกลงมาก็สามารถทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ และหากถูกจุดสำคัญของร่างกายก็สามารถทำให้ถึงตายได้ จึงสั่งการให้สายตรวจป้องกันและปราบปราม และสายตรวจตู้ยามประจำตำบลเข้มงวดประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่

และหากพบบ้านใดที่มีพฤติกรรมยิงปืนขึ้นฟ้า โดยพบเห็นเป็นเหตุซึ่งหน้าก็ให้จับกุมดำเนินคดีทันที ส่วนกรณีที่มีผู้มีผู้แจ้งเบาะแสก็ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นหาอาวุธปืนของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2562 เป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง จะต้องไม่มีคนเจ็บหรือตายด้วยกระสุนปริศนา ที่มาจากความคึกคะนองของคนบางกลุ่มอย่างเด็ดขาด

วันที่ 4 ตาย 236 เจ็บ 2,265 คน สาเหตุหลักดื่มแล้วขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2561 เกิดอุบัติเหตุ 561 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 578 คน

นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 561 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 578 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.42 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.99 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.31 รถปิคอัพ 6.39 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.06 บนถนน ใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.86 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 35.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 28.70 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,051 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,742 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 876,537 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 177,400 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,039 ราย ไม่มีใบขับขี่ 43,799 ราย

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา (23 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา (24 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (27 – 30 ธ.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,194 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 236 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,265 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 13 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (77 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา (จังหวัดละ 12 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (79 คน)

นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 37.95 มาจากการขับรถเร็ว และกว่าร้อยละ 27.68 เกิดจากการเมาสุรา ประกอบกับวันนี้เป็นเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายพื้นที่จะมีการจัดงานรื่นเริง ศปถ. จึงได้สั่งการให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการของจุดตรวจและด่านชุมชน โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบพื้นที่จัดงานรื่นเริง (Count down) และสถานบันเทิง ให้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายและการเรียกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทั้งเมาแล้วขับและขับรถเร็ว

รวมถึงให้คุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะการจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และการจำหน่ายในลักษณะเร่ขายในบริเวณสถานที่จัดงาน นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่จัดงานรื่นเริง สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา โดยให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างเต็มที่

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ ศปถ. ได้ประสานให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักและสายรองในช่วงเวลา 16.00 – 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง รวมถึงให้ดูแลเส้นทางโดยรอบแหล่งท่องเที่ยว ศาสนาสถาน จุดเสี่ยงอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ศปถ.ขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองและเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว ใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

ระทึก!! ศาลาริมน้ำร้านอาหารพังทรุดตัว ลูกค้าตกน้ำโชคดีปลอดภัยทุกคน

เกิดอุบัติเหตุศาลาในร้านอาหารกลางเมืองหาดใหญ่ ทำลูกค้าตกลงไปในน้ำแต่ทุกคนปลอดภัย คาดสาเหตุศาลาเก่าและรับน้ำหนักมากเกินไป

เมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (30 ธ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นบ่อตกปลา เมื่อศาลาริมน้ำเกิดพังและทรุดตัวลงไปในบ่อทั้งหลังโผล่เพียงส่วนหลังคา และพาลูกค้าที่นั่งอยู่ในศาลาราว 5 คน ตกลงไปในน้ำด้วย

แต่โชคดีที่ทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่เปียกโชกและตกใจ พนักงานได้ช่วยกันพยุงร่างขึ้นมา ส่วนสาเหตุคาดว่าสภาพศาลาที่เก่าและจำนวนคนที่ไปนั่งในศาลามากเกินไป ทำให้ศาลาหลังนี้เกิดทรุดตัวลงไปในน้ำ