ตัวแทนคนรุ่นใหม่ 6 พรรค ร่วมเสวนาในโจทย์ ‘ทำอย่างไรให้เยาวชนสนใจการเมือง’

ตัวแทนคนรุ่นใหม่ 6 พรรค ร่วมเสวนาในหัวข้อคนรุ่นใหม่กับการเมือง

วันที่ 22 ม.ค. 2562 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานเสวนาทางวิชาการภายใต้ชื่อ Bangkok International Student Conference 2019 presents Public Forum “Youth Engagement in Politics” โดยมีการประชุม พูดคุยกันในหัวข้อ – Redefining Democracy: the New Battleground?

โดยภายในงานมีตัวแทนกลุ่มคนรุ่นใหม่อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคอนาคตใหม่ นายพลนชชา จักรเพ็ชร จากพรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์​ วัชรสินธุ​ จากพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.เจน ฮอลโลเวย์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายพัชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และ นายวราวุธ ศิลปะอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา โดยการพูดคุยครั้งนี้มีการกล่าวถึงประเด็นคนรุ่นใหม่และการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจในหลายมิติด้วยกัน

นายพริษฐ์​ วัชรสินธุ​ ตัวแทนคนรุ่นใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ความสนใจในการเมืองสำหรับเยาวชนมีความสำคัญเสมอ เพราะโลกมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและ เทคโนโลยี ยกตัวอย่างอย่างเช่นในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่มีการให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ และการให้คนรุ่นใหม่เข้าไปในสภานั้น ก็เปรียบเหมือนการส่งตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นตัวแทนสะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่ต่อไป ซึ่งประเทศต้องการกลับไปเป็นระบอบประชาธิปไตย การจะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจการเมืองนั้น จะต้องแสดงให้เห็นว่า การเมืองมีความสอดคล้องกับคนรุ่นใหม่อย่างไร

นายพลนชชา จักรเพ็ชร จากพรรคเพื่อไทยตอบโจทย์ในวันนี้ว่า ต้องผลักดันคนรุ่นใหม่จาก comfort zone ต้องให้ความรู้ว่า หากเพิกเฉยต่อสิทธิ์ที่มีอาจเกิดผลเสียต่อตัวเอง เช่น ตกงาน เป็นต้น ยิ่งมีเสียงจากประชาชน หรือคนรุ่นใหม่เยอะมากเท่าไร เสียงนั้นก็จะยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้

น.ส.เจน ฮอลโลเวย์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พูดถึงโจทย์เดียวกันว่า การจะให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมกับการเมืองต้องมองว่า อายุเป็นแค่ตัวเลข การให้โอกาสคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งสำคัญ

ส่วนทางด้าน นายพัชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ  เผยถึงโจทย์หลักที่มีการตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรให้เยาวชนหันมาสนใจการเมืองนั้น นายพัชรระบุว่า การเพิ่มการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ให้เยาวชน  เห็นว่าการเมืองส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง  และชี้ให้เห็นว่า การไม่ตื่นตัวทางการเมือง อาจต้องตกอยู่ภายใต้ระบบที่ไม่เอื้อต่อการมีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อนั้นเยาวชนจะตื่นตัวและออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเยาวชนต้องแสดงออกเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง แม้นักการเมืองส่วนมากไม่ค่อยฟังเสียงของเยาวชนเท่าใดนัก

อย่างไรก็ตาม การประชุมระหว่างพรรคการเมืองครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 6 (Bangkok International Student Conference 2019) ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมือง และการระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัย และอภิปรายเชิงวิชาการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และระบอบประชาธิปไตย นอกเหนือจากการพูดคุยในหัวข้อการเมืองแล้ว ในงานจะมีกิจกรรมนำเสนอผลงานเชิงวิชาการ การถกประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งกับตัวแทนคนรุ่นใหม่จากพรรคการเมืองไทย

หนุ่มใหญ่แทบช็อค ได้รับข่าวว่าตัวเองเสียชีวิต อยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา

หนุ่มใหญ่วัย 41 ปี ได้รับข่าวว่าตัวเองเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา ไปตรวจสอบพบเป็นคนละคนกันแต่ถูกสวมบัตร

หนุ่มใหญ่วัย 41 ปี แทบช๊อคได้รับข่าวว่าตัวเองเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา ไปตรวจสอบพบเป็นคนละคนกันแต่ถูกสวมบัตรประชาชน ทั้งชื่อที่อยู่และรายละเอียดในบัตรตรงกันหมด ต่างกันแค่รูปถ่ายคนละคน

โดยหนุ่มใหญ่คนนี้ชื่อ นายหมัดโสด สายสะอิด อายุ 41 ปี หรือบังโสด ได้เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลสงขลาได้โทรศัพท์มาหาญาติของตนว่า ตัวเองป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลและอาการหนัก แพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจอยู่ในห้องไอซียู ซึ่งญาติตกใจมากรีบไปที่โรงพยาบาล เมื่อดูชื่อและนามสกุลก็เป็นของตนจริงๆ เนื่องจากตอนนั้นอยู่ในห้องไอซียูไม่เห็นหน้า

กระทั่งต่อมาแพทย์ได้แจ้งว่าตนเองได้เสียชีวิตแล้ว ญาติจึงไปดูศพ แต่พอเปิดหน้าออกก็พบว่าเป็นคนละคนกัน และได้พาตนไปยืนยันตัวตนที่โรงพยาบาลสงขลาว่า เป็นคนละคนกันซึ่งน่าจะถูกสวมบัตรประชาชน ซึ่งในบัตรประชาชนรายละเอียดตรงกันทุกอย่างยกเว้นรูปถ่าย รวมทั้งบัตรตัวปลอมเป็นบัตรเก่าที่หมดอายุไปแล้วเมื่อปี2560 ส่วนบัตรตัวจะหมดอายุในปี 2564

และต่อมา เมื่อคืนนี้ทางโรงพยาบาลสงขลายังได้แจ้งมายังผู้ใหญ่บ้านอีกครั้งว่า ให้มาช่วยแจ้งญาติตนว่า ตนเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ก็ได้บอกไปว่าไม่ใช่ตัวจริง และได้ไปยืนยันตัวตนแล้ว จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มาที่ไปของชายคนนี้ว่า มาสวมบัตรประชาชนของตนได้อย่างไร

นายหมัดโสด บอกว่า นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกปลอมบัตรประชาชน โดยเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยมีคนไปแจ้งขอต่อบัตรประชาชนใหม่ในชื่อตนที่ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ แต่ไม่สามารถต่อได้ เพราะซ้ำซ้อนเนื่องจากตนได้ไปทำบัตรใหม่แล้ว

หลังจากที่ได้ทำบัตรประชาชนหล่นหาย จึงเชื่อว่าน่า จะมีคนพบและนำไปสวมชื่อแทน ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เคยถูกนำไปใช้รักษาพยาบาลและสมัครทำงานขายไอศกรีมด้วย

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลของชายที่เสียชีวิตจากทางโรงพยาบาลสงขลา พบว่าหน่วยกู้ภัยของเทศบาลเมืองสงขลาได้ไปรับมาจากวัดแหลมทราย ในเขตเทศบาลนครสงขลา เนื่องจากป่วยหนัก และได้บอกว่าตัวเองชื่อ นายหมัดโสด สายสะอิด แต่ไม่มีบัตรประชาชน

เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางโรงพยาบาลก็มีประวัติผู้ป่วยชื่อ นายหมัดโส สายสะอิด ที่เคยเข้ารักษาอยู่แล้วด้วย จึงแจ้งให้ญาติทราบ โดยขณะนี้ศพของชายคนนี้ก็ยังคงถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลสงขลาเพราะเป็นศพไร้ญาติ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดแหลมทราย เพื่อสอบถามรายละเอียดของชายคนนี้ และทราบจาก นายฉัตรชัย ทองชาติ อายุ 64 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่รู้จักกับชายคนนี้บอกว่า ไม่ทราบประวัติและที่มาที่ไปของชายคนนี้

ทราบแต่เป็นคนขายไอศครีมและช่วงหลังได้มาช่วยงานที่วัดแหลมทราย และนอนพักที่วัดบ้างเป็นครั้งคราว ในวันเกิดเหตุมีอาการป่วยหนักอาเจียนเป็นเลือด ขอให้ตนช่วยแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มารับตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา กระทั่งทราบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวได้นำภาพบัตรประชาชนตัวจริงของ นายหมัดโสด สายสะอิด ให้นายฉัตรชัยดู ก็บอกว่ารูปถ่ายเป็นคนละคนกัน แต่รายละเอียดในบัตรประชาชนตรงกันทุกอย่าง เนื่องจากตนไปขอเอกสารบัตรประชาชนจากร้านไอศครีมซึ่งเป็นที่ทำงานเก่าไปมอบให้กับทางโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทราบประวัติของชายคนนี้เช่นกันเพราะบอกช่วงที่รู้จักก็บอกเพียงชื่อเล่นว่าบังเท่านั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสะเดา ซอย5 ก็ได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าของร้านว่าชายคนนี้เคยมาสมัครขายไอศครีมที่ร้านเมื่อราว 2 ปีก่อนและใช้เอกสารบัตรประชาชน ชื่อ นายหมัดโสด สายสะอิด พร้อมที่อยู่ตามบัตรมาสมัครแต่ก็ยืนยันว่าเป็นคนละคนกับตัวจริง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลยังสำนักทะเบียนราษฎร์ที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา พบว่าในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์บัตรประชาชนชื่อนี้เป็นรูปของ นายหมัดโสด สายสะอิด ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่บัตรได้ถูกระงับไว้แล้ว

ด้านนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา เปิดเผยว่า เรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์ว่าใครคือตัวจริงตัวปลอม โดยจะต้องนำคนที่ยังมีชีวิตอยู่มาสอบสวนและพิสูจน์ รวมทั้งนำพ่อแม่ญาติพี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านมายืนยันซึ่งจะมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังไม่สรุปว่ามีการสวมตัวหรือไม่ ใครเป็นคนสวมใคร และสวมมาจากสำนักทะเบียนไหน

นายอำเภอเมืองสงขลา กล่าวว่า กรณีนี้เกิดขึ้นได้ทั้งเรื่องของความบังเอิญ ความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ และเจตนาที่จะทุจริตในการสวมตัว แต่เท่าที่พบการสวมตัวจะไม่สวมกับคนที่มีชีวิตอยู่ แต่ละสวมกับคนที่ตายไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงการต่อไป

ครม. เห็นชอบ ให้ค่ายา,เวชภัณฑ์ เป็นสินค้าควบคุม ด้านนายกฯ ยันเหมาะสม

ครม. เห็นชอบตามการเสนอกำหนดยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมปี 2562

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (22 ม.ค. 2562) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ ยา เวชภัณฑ์ บริการทางการแพทย์และบริการรักษาพยาบาล เป็นสินค้าและบริการควบคุมใหม่ ปี 2562 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ มีการปรับปรุงรายการสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562

โดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การพิจารณาดังกล่าว ไม่ได้เป็นการ ควบคุมราคาค่าบริการของโรงพยาบาลเอกชน และ ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง กำหนดค่ารักษาพยาบาล

แต่จะมีคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นผู้กำหนดมาตรการในการดูแลให้เกิดความเหมาะสมเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในเรื่องของการรักษาพยาบาลและรับบริการทางการแพทย์

ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยถึงผลการประชุมดังกล่าวว่า  แม้คณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบ แต่ยังไม่ได้หมายความว่าจะประกาศใช้ทันทีในช่วงนี้ เพราะต้องให้กระทรวงพาณิชย์เรียกประชุมคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดราคาค่าบริการให้เกิดความเหมาะสม

ทั้งนี้หากไม่มีการประกาศความคุมราคา อาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเมื่อสินค้าขาดตลาดได้ ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ราคาค่ารักษา เวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลของรัฐไม่ต่างกันมากเกินไปนั่นเอง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้นว่า

สิ่งที่รัฐบาลทำตอนนี้ คือการมอบหมายให้ไปกำหนดมาตรการที่เหมาะสมออกมา ต้องดูกฎหมายหลายฉบับ และไม่ใช่จะไปควบคุมราคาได้ทั้งหมด แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม จึงขอทุกฝ่ายอย่าเพิ่งวิตกหรือตื่นเต้นในเรื่องนี้ และอย่าไปเคลื่อนไหวหรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง

เพราะเรามีพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งควบคุมดูแลสถานบริการทางการแพทย์ และกำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่งต้องมีป้ายแจ้งจุดที่ผู้ป่วยสามารถตรวจสอบสิทธิของผู้ป่วยหรืออัตราค่าบริการทางการแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

ขณะที่ผู้ให้บริการต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยได้รับทราบเพื่อใช้ในการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา

ส่วนตัวจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำตรงนี้ตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้ ถ้าใครพบว่ามีโรงพยาบาลแห่งใดที่ไม่ติดป้ายดังกล่าว สามารถร้องเรียนมาได้ หรือหากใครเข้ารับบริการทางการแพทย์แล้วรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางรับเรื่องร้องเรียน