นักธุรกิจหนุ่มโวยธนาคารกรุงไทย ถูกปลอมลายเซ็นสูญเงิน 8 ล้าน

นักธุรกิจหนุ่มร้องสคบ.ตรวจสอบ หลังธนาคารกรุงไทยบ่ายเบี่ยงประเด็นที่ตนเองถูกปลอมลายเซ็นสูญเงิน 8 ล้าน

วันที่ 22 ม.ค. 2562 เวลา11.00น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ผู้เสียหายที่ถูกปลอมลายเซ็นสูญเงิน 8 ล้านบาท เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีถูกพนักงานธนาคารกรุงไทยที่ทำผิดกฎระเบียบในการถอนเงิน-โอนเงิน ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานของผู้เสียหาย แต่พนักงานของธนาคารกรุงไทยกลับดำเนินการให้มีการถอน-โอนเงินไปได้

นายเอกวิชช์ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนได้ไปร้องเรียนที่ ธ.กรุงไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่ทางธนาคารกรุงไทยกลับบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนประเด็นที่ตนร้องโดยโยนไปเป็นเรื่องทางศาล ทั้งที่ตนได้ไปร้องเรียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานธนาคารที่ทำผิดกฎระเบียบในการเบิกถอน-โอนเงิน ที่มีการปลอมลายเซ็น

นายกฯ ชมโบราณวัตถุของไทย หลังได้คืนจากอเมริกา แนะจริงจังใช้วัสดุธรรมชาติแทนโฟม

นายกฯ แนะนำไอเดีย ผู้ว่าฯ จังหวัดเลย ใช้วัสดุธรรมชาติ ทั้งกาบกล้วย ใบตอง ใบสัก แทนการใช้โฟม พร้อมแนะหาวิธีต่อยอด ทำให้แข็งแรงนำกลับมาใช้ใหม่

วันนี้ (22 ม.ค. 2562) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนการประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมโบราณวัตถุของไทยจากสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่มาตุภูมิ” ซึ่งมีทั้งหมด 46 รายการ ส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ 2000-3000 ปี และบางรายการอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้นอายุ 3000-4300 ปี ตามที่การกระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น

โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถาม ถึงการดูแลเก็บรักษาวัตถุต่างๆ ที่ได้คืนมาว่า เจ้าของเต็มใจส่งมอบคืนให้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าสิ่งที่ได้คืน ทุกคนเต็มใจให้เป็นสมบัติของชาติ และมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี มีการจดบันทึกและขึ้นทะเบียนไว้ทุกชิ้น

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เยี่ยมชมภาชนะจาน ชาม ที่ทำจาก กาบกล้วย กาบหมาก ใบตองแห้ง ใบสัก ที่นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้นำผลิตภัณฑ์ชาวบ้าน บ้านท่าดีหมี อ.เชียงคาน มาประชาสัมพันธ์ให้นายกฯ ได้เห็นนวัตกรรมการผลิตภาชนะจากวัสดุธรรมชาติทดแทนการใช้โฟม

ก่อนที่จะแนะนำว่าอยากให้เพิ่มความแข็งแรงของภาชนะต่างๆ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้หลายๆ ครั้ง อีกทั้งให้ทำภาชนะเป็นหลายรูปแบบ และประกอบเป็นชุด เพื่อเวลานำไปใช้จริง จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกชิ้น และแนะนำให้มีการวาดลวยลายให้เกิดความสวย เพื่อนำไปจำหน่าย แข่งขันกับวัสดุที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ

นอกจากนี้ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำตัวแทนลูกจ้างกลุ่มใหม่ที่ได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนิทรรศการ เรื่อง การบังคับใช้พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์ และนายจ้างได้รับความเป็นธรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานทราบถึงสิทธิประโยชน์ตามร่างกฎหมายดังกล่าว และขอให้สื่อมวลชน ช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีๆ ที่เป็นนโยบาย ที่ประชาชนได้รับผลประโยขน์ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าทำอะไรที่ง่ายๆก็จะไม่ยั่งยืน

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยและสอบถาม นายณัฐกิตติ์ ราชเนตร อายุ 28 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานจนพิการ ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคม จ่าค่ารักษาพยาบาล 17,999 บาท และค่าทดแทนขาดรายได้ เดือนละ 5,958 บาท

คนแห่แชร์คลิปล่าตัว หนุ่มกร่างทำทีมีปืน ขู่ยิงคู่กรณีทิ้งกลางถนน

คลิปหนุ่มกร่าง ทำทีมีปืนขู่ยิงคู่สามี-ภรรยาทิ้งกลางถนน ฉุนไม่ถอยรถให้เพื่อจะเข้าจอดข้างทาง ชาวเน็ตเร่งตำรวจล่าตัวตักเตือนป้องกันไปก่อเหตุซ้ำจนเกิดการสูญเสีย

วันนี้ (22 ม.ค. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อคลิปจากเพจ  หัวร้อน เพื่อหวังเป็นกระบอกเสียงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามล่าตัวชายคนหนึ่งมาว่ากล่าวตักเตือนและดำเนินคดี หลังทำท่าชักปืน พร้อมขู่จะยิงคู่สามี-ภรรยาคู่หนึ่งทิ้งกลางถนน หลังไม่พอใจที่พวกเขาไม่ยอมถอยรถให้ชายคนดังกล่าวเข้าจอดข้างทาง

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าระหว่างที่สามีภรรยาคู่หนึ่งขับอยู่บนถนนนั้น จู่ๆ รถเก๋งคันที่ขับอยู่ด้านหน้าได้จอดรถและเปิดไฟฉุกเฉิน จากนั้นก็ได้ถอยหลังกลับมา เกือบจะชนรถของคู่สามี-ภรรยา ทำให้พวกเขาต้องบีบแตรไล่ ทำให้คนขับรถเก๋งไม่พอใจเปิดกระจกมาตะโกนใส่ ก่อนที่จะเปิดประตูรถพร้อมทำท่าคล้ายมีปืนออกมาด้วย ทำให้คู่สามี-ภรรยา พยายามบอกว่ามีรถอยู่ข้างหลังไม่สามารถถอยได้ ชายคนดังกล่าวได้ด่าทอต่อ และกลับขึ้นรถไป เหตุการณ์จึงยุติ
ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

“มึงอยากเจอลูกปืนไหม” คนแบบคุณควรอยู่บ้าน จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองได้ ไม่ต้องแคร์คนอื่น เพราะออกมาข้างนอกก็ทำตัวเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เห็นแก่ตัว คิดแต่เรื่องความสะดวกสบายของตัวเอง แย่มาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของชายคนขับรถเก๋ง เพราะขับรถมาดีๆ ไม่มีสัญญาณว่าจะหยุดเพื่อจอด ทำให้คันที่ตามหลังมาคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งถ้าหากคนขับรถเก๋งส่งสัญญาณเตือนให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงหากเปลี่ยนจากอารมณ์เกรี้ยวกราด แค่เดินลงมาบอกว่า ขอโทษนะครับพี่ผมขอถอยเพื่อเข้าจอดหน่อยได้มั้ย แค่นี้ก็จบแล้วหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันก็ได้เรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาว่ากล่าวตักเตือน เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งครั้งนี้ถือว่าไม่มีอาวุธเหตุการณ์ร้ายๆ จึงไม่เกิดขึ้น