ขสมก. ชะลอขึ้นค่าโดยสารรถทุกประเภท หวังดึงประชาชนใช้บริการ

ขสมก. ชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถทุกประเภท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการรถโดยสารสาธาณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถทุกประเภทออกไปก่อน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้นในช่วงที่เกิดสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM 2.5) เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการเพิ่มปริมาณของฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 อนุมัติให้มีการปรับปรุงอัตราค่าโดยสาร ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ที่วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

แต่เนื่องจากปัจจุบันกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เพิ่มสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล และการก่อสร้างโครงการต่างๆ ขสมก.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงขอชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถทุกประเภท

ทั้งรถโดยสารธรรมดา รถโดยสารปรับอากาศเก่า และรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ใหม่ออกไปก่อน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แทนรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยมลพิษ และฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน

สภานศ. ม.เชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลคืนอำนาจให้แก่ประชาชน

สภานักศึกษา ม.เชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และเร่งกำหนดวัน เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2562 สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การแสดงจุดยืนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑

บัญญัติให้การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ต้องแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑๕๐ วัน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรีได้แสดงเจตนาต่อสาธารณชนในห้วงเวลาก่อนหน้านี้ ว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๒ แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังมิได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งแต่อย่างใด

สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะองค์กรเพื่อพิทักษ์สิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษา ได้เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งนักศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย

ความไม่ชัดเจนของวันเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงวันเลือกตั้งออกไปนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อนักศึกษาโดยตรง ทั้งยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตลอดจนนานาประเทศ ในการนี้ เราจึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง และรัฐบาลดำรงคงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี พร้อมทั้งยึดมั่นถือมั่นในระบอบประชาธิปไตย ผ่านการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนโดยเร็ว

ท้ายที่สุดนี้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงจุดยืนสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันเป็นระบอบที่ประกันสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยคาดหวังให้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

เตรียมประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘หลวงพ่อคูณ’ 21-30 ม.ค.

มข. บรรจุสรีระสังขารครูใหญ่ ‘หลวงพ่อคูณ’ ลงโลงแล้ว เตรียมเคลื่อนย้ายประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ 21-30 ม.ค.

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา ที่ห้องเก็บสรีระสังขารครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่ชั้น 7 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พระครูคชสารวรานุสิฐ เจ้าคณะตำบลด่านนอก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. , รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และนางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของหลวงพ่อคูณ นำคณะศิษยานุศิษย์ผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ คณาจารย์ และ นักศึกษาแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ มข.

ร่วมประกอบพิธีเปลี่ยนจีวรและบรรจุสรีระสังขารหลวงพ่อคูณในโลงไม้จันทร์หอม ตามลำดับขั้นตอนการดำเนินงานกำหนดการงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณเป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 ที่กำหนดจัดงานพิธีดังกล่าวขึ้นระว่างวันที 21-30 ม.ค.2562

โดยในการประกอบพิธีเปลี่ยนจีวรและการบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณนั้น คณาจารย์ในรายวิชากายวิภาคศาสตร์ ได้จัดเตรียมพื้นที่ประกอบด้วย จุดที่ 1 คือรูปหล่อหลวงพ่อคูณและพัดยศ ส่วนที่ 2 คือโลงไม้จันทร์หอมที่จัดทำขึ้นในลักษณะสีน้ำตาลเข้ม ฉลุด้วยลวดลายสีทองที่สื่อถึงกิจวัตรของหลวงพ่อคูณ

ขณะที่บริเวณด้านข้างพิมพ์ว่า “วทค” ซึ่งหมายถึงพระเทพวิทยาคม ส่วนที่ 3 คือโลงแสตนเลสสำหรับการใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชากายวิภาคศาสตร์ ส่วนที่ 4 คือรถเข็น และส่วนที่ 5 คืออ่างดองสรีระสังขาร

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวว่า ขั้นตอนดังกล่าวเริ่มขึ้นจากการที่คณะทำงานและคณะลูกศิษย์รวมทั้งคนในครอบครัวของหลวงพ่อคูณ ได้ทำการแต่งขัน 5 เพื่อขอขมาสรีระสังขาร จากนั้นได้เริ่มขั้นตอนจากการเปิดโลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณในส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นโลงแสตนเลส

ทำการเปลี่ยนจีวรให้หลวงพ่อจากจีวรชุดเดิมที่ใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำการห่อหุ้มจีวรทั้งร่างและมีจีวรสีเหลืองในลักษณะเป็นหมอนหนุนศีรษะท่านไว้ ซึ่งเมื่อขั้นตอนของการห่อหุ้มหรือการเปลี่ยนจีวรแล้วเสร็จ คณะทำงานและลูกศิษย์ได้ย้ายสรีระสังขารของท่านจากส่วนที่ 3 มาบรรจุลงในโลงไม้จันทร์หอม

ซึ่งอยู่ในส่วนที่ 2 จากนั้นมีพิธีถวายผ้าไตร จนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือคณะทำงานและคณาจารย์ได้ทำการปิดฝาโลงอย่างแน่นหนา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนของการดำเนินงานตามกำหนดการที่คณะแพทย์ฯ กำหนด

โดยไม่มีพิธีการทางสงฆ์ใดๆ เพราะเป็นพิธีการภายในร่วมระหว่าง คณะแพทย์ฯ ครอบครัวและลูกศิษย์ในหลวงพ่อคูณ ซึ่งด้วยบารมีของหลวงพ่อทำให้การดำเนินงานตามขั้นตอนต่างนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วน และไม่มีปาฎิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น

โดยในวันนี้เวลา 13.00 น. จะมีการเคลื่อนสรีระสังขารขงหลวงพ่อคูณ จากคณะแพทยศาสตร์ไปยังศูนย์ประชุมฯ เพื่อร่วมในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณตามลำดับขั้นตอนเฉกเช่นกันกับครูใหญ่ทั้ง 647 ร่างที่กำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้