รพ.ดังหอบกระเช้า-มอบยา ขอโทษอดีตนักมวยหลังร้องสื่อถูกปฏิเสธรักษา

รพ.ดังหอบกระเช้า-มอบยา ขอโทษอดีตนักมวยหลังร้องสื่อถูกปฏิเสธรักษา ผู้บริหารเสียใจ ยอมรับผิด แจงเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินบกพร่อง

ความคืบหน้ากรณีนายธนวัฒน์ แสนสุวรรณ์ อายุ 43 ปี อดีตนักมวยที่ปัจจุบันเป็นผู้จัดการบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ หลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์จนบาดเจ็บ แต่กลับถูกปฎิเสธการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงใหม่ โดยถูกปล่อยให้รอนานกว่า 20 นาที ทำให้ต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ (19 มกราคม) ที่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ผู้บริหารของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวได้ส่งตัวแทนมอบกระเช้าผลไม้เพื่อขอโทษและมอบยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบ ให้กับนายธนวัฒน์ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลช่วยทำแผลบริเวณมือ ศีรษะ และ มุมปากให้

ตัวแทนของโรงพยาบาลกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ผู้บริหารรับทราบเรื่องแล้วและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับผิดว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน จากนี้พร้อมจะปรับปรุงเพื่อให้การบริการดีขึ้น

ขณะที่นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ช่วงเย็นวานนี้ผู้บริหารโรงพยาบาลได้โทรศัพท์มาขอโทษและแสดงความเสียใจ ซึ่งตนเองไม่ติดใจเอาเรื่องและพร้อมจะให้อภัย เพราะเข้าใจว่าปัญหาเกิดจากตัวบุคคลากร แต่ขอฝากให้โรงพยาบาลปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินที่ประสบอุบัติเหตุและเข้ามารับการรักษา ไม่ควรถูกปฏิเสธ เรื่องนี้ขอให้เป็นกรณีตัวอย่างให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ หากประสบอุบัติเหตุจากการใช้รถ และมี พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากการใช้รถ สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ขณะที่โรงพยาบาลเองก็ต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ช่วยชีวิตคนก่อนเป็นเรื่องสำคัญ

นอกจากนี้ยังฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และควรให้ความสำคัญกับการต่อภาษีและ พ.ร.บ.รถทุกครั้ง เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองในกรณีประสบอุบัติเหตุ ซึ่ง พ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองและดูแลค่าใช้จ่ายจากการประสบอุบัติเหตุขั้นต่ำ 3 หมื่นบาท

นายธนวัฒน์ ยังกล่าวถึงฉายาในวงการมวย ‘หลับสนิท ศิษย์หามลง’ ว่า ตนเองเป็นเพียงนักมวยสมัครเล่น ชกโชว์ให้ชาวต่างชาติดู ที่ผ่านมาชกมวยมาประมาณ 10 กว่าไฟล์ ก็มีทั้งแพ้และชนะสลับกันไป โดยหากแพ้ก็จะถูกหามลงเวที จึงเป็นที่มาของฉายา

เปิดมุมมอง!! คนรุ่นใหม่กับปัญหาที่อยากให้แก้ไขหลังเลือกตั้ง

นับถอยหลังใกล้เข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แม้จะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปจากเดิมวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 เป็นช่วงเดือนมีนาคม 62 ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไว้ว่า “การเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่เกินเดือนมีนาคมนี้ ส่วนจะเป็นวันใดนั้น เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะกำหนด”

ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าประชาชนล้วนตั้งตารอวันเลือกตั้ง เพื่อที่จะเลือกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์และนโยบายที่ตอบโจทย์มากที่สุด และสามารถเข้ามาพัฒนาประเทศ รวมถึงบริหารจัดการบ้านเมืองให้เป็นไปในทิศทางที่ดีได้

วันนี้ MThaiNews จึงได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณจุดใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสอบถามกลุ่มคนรุ่นใหม่กับความคิดเห็นและสิ่งที่พวกเขาต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ รวมถึงรัฐบาลในฝันที่พวกเขามองไว้

จากการสอบถามน้องบาส อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ แก้ไขปัญหาด้านการศึกษา พร้อมให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าการศึกษาในประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำกันอย่างชัดเจน ในฐานะที่ตนเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน

ส่วนรัฐบาลในฝันในมุมมองของตน อยากได้รัฐบาลที่คิดการไกล มีอุดมการณ์ที่ดี และที่สำคัญคือบริหารประเทศด้วยความสุจริต ไม่คอร์รัปชั่น ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะเป็นครั้งแรกที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้รู้สึกว่าตนมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศของเราได้

ทางด้านน้องภูมิ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ระบุว่า อยากให้รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่บ้าง ถึงนโยบายที่จะผลักดันออกมา เพื่อเป็นการเปิดรับฟังความเห็นต่างจากกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ที่จะได้มีสวนร่วมในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่ออกนโยบายโดยที่ไม่รับฟังเสียงจากประชาชนเลย ส่วนการได้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิตก็รู้สึกดีใจ และที่สำคัญคือการได้เห็นประเทศไทยมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในรอบ 4-5 ปี ที่ผ่านมา

น้องนุ่น อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภฏสวนดุสิต เปิดเผยว่า อยากให้รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้ง ปรับแก้ปัญหาจราจร แก้ปัญหาเรื่องรถติด ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปีแล้ว ส่วนด้านการศึกษาอยากให้เน้นหลักสูตรด้านภาษาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตนมองว่าภาษาเป็นซึ่งสำคัญอย่างมากในยุคปัจจบัน

สำหรับรัฐบาลในฝันนั้น อยากเห็นรัฐบาลทำตามที่บอกกับประชาชนไว้ให้เป็นจริง ไม่ใช่แค่พูดลอยๆขายฝันให้กับประชาชน และไม่อยากมีรัฐบาลที่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วกับใช้อำนาจในทางที่ผิดกฎหมายเสียเอง ส่วนการที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจในระบบและขั้นตอนของการเลือกตั้งที่ชัดเจน

ทั้งนี้จากการสำราจความคิดเห็นจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกับว่าอยากให้แก้ปัญหาด้านการศึกษามากที่สุด รองลงมาเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง

อย่างไรก็ตามจากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นเพียงเสียงส่วนหนึ่งของประชาชนเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกเหลายคนอยากให้รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ

แล้วคุณล่ะ… อยากให้รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาพัฒนาประเทศในทิศทางไหน…?

แห่แชร์! ภาพ ‘น้องเอิง’ นักบินหญิงฝนหลวงคนแรกของไทย

จากกรณีสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง และเริ่มสวมหน้ากาก N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละลองระดับ PM 2.5 ได้ โดยทางหน่วยงานรัฐได้ออกมาช่วยกันหาวิธีแก้ปัญหา เช่น การทำฝนหลวง

ซึ่งในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับนักบินหญิงฝนหลวง รายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เป็นคนแรกของไทย มีชื่อว่า น.ส.สร้อยสกุล คุณสุข หรือเอิง อายุ 25 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วเป็นอย่างดี ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จบการศึกษาจากคณะวิศวะอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน โดยเข้าร่วมปฎิบัติ การฝึกบินทบทวนการบินฝนหลวง ประจำปี 2561

“การได้มาเป็นนักบินฝนหลวงหญิงคนแรกมันเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันทำให้บุคคลภายนอกได้รู้ว่ากรมฝนหลวงฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นนักบิน และไม่ว่าจะเป็นผู้ชายผู้หญิงจะทำอาชีพอะไร ทุกคนมีวิธีการแสดงออกการทำความดีในแบบตัวเอง”