เอาจริง! ดำเนินคดีแล้ว 2 ราย ขายหน้ากากอนามัยแพงเกินจริง

กรมการค้าภายในเอาจริง! ดำเนินคดีผู้ขายหน้ากากอนามัยแล้ว 2 ราย หลังพบโก่งราคาแพงเกินจริง

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ประชาชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก และมีร้านค้าฉวยโอกาสช่วงเวลานี้ปรับขึ้นราคาแพงเกินความเป็นจริง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานการณ์การจำหน่าย และดำเนินการตามข้อร้องเรียนที่ประชาชนร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 อย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562 กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาแพงเกินจริง จำนวน 2 ราย โดยร้านแรกเป็นร้านขายยา ย่านถนนลาดพร้าว ซอย 9 แขวงจอมพล เขตจตุจักร ได้รับร้องเรียนว่าร้านขายยาดังกล่าวจำหน่ายหน้ากากอนามัย N95 ราคา 90 บาท เห็นว่าจำหน่ายราคาแพงฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค

และร้านที่สองร้านขายยา ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ได้รับร้องเรียนว่า จำหน่ายหน้ากากอนามัย N95 ราคา 191 บาท และไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีก เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดจริงตามมาตรา 29 ตาม พรบ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ห้ามมิให้ผู้ประกอบการธุรกิจดำเนินการใดๆ จงใจหรือจะทำให้ราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งราคาของสินค้า และมีโทษตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน และสถานีตำรวจนครบาลพญาไทตามลำดับ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้ สามารถมาซื้อได้ที่กระทรวงพาณิชย์ (สนามบินน้ำ) บริเวณหน้าไปรษณีย์ ฝั่งโรงอาหารสวัสดิการ 2 โดยจะจัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยทุกวันจันทร์ – ศุกร์ วันละ 25,000 ชิ้น

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ทางกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทันที หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

มากกว่าคำว่าเป๊ะ! คลิปนาทีทหารจีนซ้อมเข้าแถวริมสระน้ำ เป็นระเบียบจนต้องกดไลค์

เปิดคลิปสุดทึ่งของทหารจีน ยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งได้นิ่งสุดเป๊ะ ทำคนพบเห็นแห่กดไลค์ชื่นชม

วันนี้ (18 ม.ค. 2562) เพจ China Xinhua News ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดอเมซิ่งในการฝึกซ้อมเข้าแถวของทหาร ที่เป็นระเบียบตรงเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าทหารของจีนจำนวนประมาณ 1 กองร้อย ยืนเข้าแถวหน้ากระดานด้วยปลายเท้าอยู่ริมสระน้ำ ในลักษณะหันหน้าเข้าพื้นดินให้หลังให้กับน้ำ ซึ่งทุกคนต่างยืนนิ่งไม่ไหวติงคล้ายกับรูปปั้น เพราะหากขยับแม้แต่นิดเดียวอาจทำให้ร่วงตกน้ำจนเปียกปอนได้

ขณะที่เพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า  เบื้องหลังความเป๊ะ! ทหารจีนซ้อมยืนแถวบนขอบบ่อน้ำ ชวนชมภาพเบื้องหลังเผยที่มาของความสงบนิ่งดุจหินผา

ที่เรามักเห็นยามทหารแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) รวมพลในสถานการณ์ต่างๆ โดยคลิปวีดีโอนี้เป็นการฝึกซ้อมยืนตรงบนขอบบ่อน้ำของนายทหารนับสิบชีวิต ที่ยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบและนิ่งสุดๆ จนต้องขอยกนิ้วชื่นชมเลยทีเดียว

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างทึ่งในความอดทนของเหล่าทหารหาญที่ยืนได้นิ่งและเป็นระเบียบอย่างมากในครั้งนี้

ปส.ยืนยัน ‘ยาบ้าสีชมพู’ ตัวยาเดิมแค่เปลี่ยนแพ็คเกจ ไม่มีส่วนผสมยาปลุกเซ็กส์

พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงการระดมปิดล้อมชุมชนในห้วงเวลาที่ผ่านมาสามารถยึดของกลางยาบ้าเกือบ 6 หมื่นเม็ด กัญชากว่า 300 กิโลกรัม ไอซ์ ยาอี และ กระท่อมอีกจำนวนหนึ่งจากชุมชน 14 ชุมชน ทั่วประเทศ ที่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาทิ กรุงเทพฯ นครนายก สระแก้ว ชลบุรี และ ระยอง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 37 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่

โดยการปฎิบัติการครั้งนี้ยังมีการบุกเข้าทลายแหล่งต้นตอการผลิตยาเสพติดได้ถึง 4 แห่ง โดยสองแห่งแรกเป็นการบุกเข้าจับกุมโซเดียมไซยาไนด์ น้ำหนักรวม 3750 กิโลกรัม หรือ ประมาณ 75 ถัง มูลค่า 375,000 บาท ที่ จังหวัดตาก

ทั้งนี้ พลตำรวจโทชินภัทร ระบุว่า สารโซเดียมไซยาไนด์เป็นสารที่พบในเหมืองทอง และ โรงงานอุตสาหกรรม แต่ช่วงหลังเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติว่าเครือข่ายยาเสพติดว่ามีการลำเลียงสารนี้เข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงน่าเชื่อว่าอาจเป็นสารตั้งต้นที่สามารถนำไปผลิตเป็นยาบ้าได้กว่า 75 ล้านเม็ด และ ไอซ์อีกกว่า 2,400 กิโลกรัม เนื่องจากมีราคาถูกกว่าสารตั้งต้นเดิมแต่ต้องผ่านกรรมวิธีที่มากขึ้น

ขณะที่ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าหน่วยงานความมั่นคงยึดยาบ้าสีชมพูผสมไอซ์สูตรพิเศษกระตุ้นความต้องการทางเพศต้อนรับวันวาเลนไทน์ ที่จังหวัดบึงกาฬ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่าไม่มียาบ้าสูตรพิเศษดังกล่าว เป็นยาบ้าธรรมดาที่นำไปใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ไม่มีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กส์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์แน่นอน