คลิปตำรวจหนุ่มซิ่งจยย. ควักปืนยิงรถยนต์ต้องสงสัย หลังไม่ยอมจอดให้ตรวจ

นาที ตร.หนุ่มล่าระทึก รถต้องสงสัยไม่จอด บอกจะเข้าค่าย ก่อนจะใช้ปืนยิงสกัด

วันนี้ (18 ม.ค. 2562) โลกออนไน์ได้มีการเผยแพร่คลิประทึก นาทีตำรวจหนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถยนต์ เพื่อสงสัยว่ารถคันดังกล่าวอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย แต่รถคันดังกล่าวกลับไม่ยอมจอด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสกัดจนรถคันดังกล่าวจะยอมจอดในที่สุด

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ คนเลวต้องไม่มีที่ยืน ที่เผยให้เห็นว่า มีตำรวจนายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบรถยนต์คันหนึ่ง ก่อนจะชี้ให้จอดข้างทางเพื่อขอตรวจสอบ แต่คนขับรถคันดังกล่าวไม่ยอมพยามเร่งเครื่องหนี ขณะเดียวกันคนที่อยู่ในรถ  ได้บอกให้คนขับไม่ต้องจอด และให้ไปจอดที่บ้าน ตำรวจนายดังกล่าวก็พยายามอะิบายถ้าไม่จอดก็จะใช้ปืนยิงสกัด แต่จนแล้วจนรอดคนขับก็ไม่ยอม แถมบอกอยากยิงก็ยิงมา จนในที่สุดตำรวจก็ใช้อาวุธปืนยิง ไป 3 นัด รถคันดังกล่าวจึงยอมหยุด

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า กลิ่นมันแปลกๆ ว่ามั้ย??? …แล้วถ้าไม่ผิดทำไมไม่จอด???? บอกจะหนีเข้าค่ายอย่างเดียว รึว่าเค้าเป็นลูกเสือกันฮะ??

ต้นเรื่อง “ขอความรู้หน่อย ว่าคนคอนหวันคิดยังไงกับคลิปนี้ เจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุรึป่าวครับ ถึงกับยิงรถกันเลย คนในรถเป็นคนที่ผมนับถือมากคนหนึ่ง ช่วยแชร์ด้วยนะครับจะได้รู้ว่าเป็นแบบไหน”

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนที่อยู่ในรถยนต์ที่ไม่ยอมจอดรถทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็พูดจาด้วยดีๆ หากไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย หรือบริสุทธิ์ใจก็ควรจอดตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น

ค่าฝุ่น PM 2.5 กระทบเศรษฐกิจ เบื้องต้นเสียหาย 2,600 ล้านบาท

นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เบื้องต้นพบว่าส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 2,600 ล้านบาท พร้อมแนะภาครัฐควรวิเคราะห์ต้นเหตุและจัดอันดับที่มาของฝุ่นควัน เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอย่างตรงจุด

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูลการประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่าได้มีการวิเคราะห์จากสมมติฐานด้านเวลาใน 7 – 30 วัน พบว่ามีความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 2,600 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกคือ ค่าใช้จ่ายและค่าเสียโอกาสจากการรักษาพยาบาลหรือการป้องกันตัวเอง โดยคิดจากประชากรที่เป็นโรคภูมิแพ้ในกทม.และปริมณฑล ซึ่งมีประมาณ 2 ล้านคน และจากประชากรที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวแต่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อหน้ากากอนามัย ในส่วนนี้คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายมากถึง 1,600 ล้านบาท

อีกหนึ่งส่วนคือค่าเสียโอกาสจากการท่องเที่ยว ที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวเป็นต่างจังหวัดแทนกทม. ซึ่งประเมินความเสียหายไว้ร้อยละ 1 – 2 จากรายได้ที่จะเข้ากทม. หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปกติจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาจำนวนมาก แต่หากเป็นไปตามที่ภาครัฐคาดการณ์ว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองจะยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม ก็อาจจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวต่อไปอีก

อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำว่าภาครัฐควรวิเคราะห์ที่มาของปัญหาฝุ่นละอองว่าเกิดจากส่วนใดบ้างในสัดส่วนเท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุดในระยะยาว ไม่เช่นนั้นผลกระทบที่ตามมา ประเทศไทยอาจถูกจัดอันดับลดลงในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว หรือการแพทย์ ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินได้

‘ศรีสุวรรณ’ คัดค้าน ทบ.ซื้อรถถัง VT-4 จากจีน 2.3 พันล้าน ชี้ขัดรธน.

‘ศรีสุวรรณ’ ค้านทบ.ซื้อรถถังVT-4จากจีน2.3พันล้าน ชี้ขัดรธน. ลั่นไม่จบง่ายแน่นอน

วันนี้(18 ม.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง “คัดค้าน ทบ.เตรียมจัดซื้อรถถัง VT-4 จากจีน” ระบุว่า ตามที่มีรายงานข่าวเป็นการทั่วไปว่าทางกองทัพบก จะจัดซื้อ Main Battle Tank รถถัง VT-4 เพิ่มเติมอีก 14 คัน จากบริษัทของทางประเทศจีน โดยใช้งบประมาณ 2.3 พันล้านบาท ทั้งๆ ที่กองทัพบกได้เคยจัดซื้อ VT-4 ล็อตแรกจากจีนมาแล้วรวม 28 คัน ด้วยงบประมาณ 4.9 พันล้าน และล็อต 2 อีก 11 คัน งบประมาณ 2 พันล้านบาท จัดเตรียมการซื้อเพิ่มอีก 14 คัน ในครั้งนี้ในยามที่ประเทศยังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพบก และ คสช. ไม่เคารพต่อความรู้สึกและความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าในขณะนี้

แถลงการณ์ระบุว่า การที่ คสช.อนุญาตให้กองทัพจัดซื้อจัดหาอาวุธจากจีนเข้ามาประจำการเป็นจำนวนมากทั้งเรือดำน้ำจีน S-26T แล้ว 1 ลำ และซื้อรถเกราะ VN1 อีกด้วยนั้น มีข้อสงสัยจากสังคมหลายประการโดยเฉพาะเหตุใดจึงมุ่งเน้นการจัดซื้อจัดหาแต่เฉพาะประเทศจีน ซึ่งการจัดซื้อจัดหาไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสเหมือนกับการจัดซื้อจัดหาในประเทศตะวันตก ดังนั้นกรณีเช่นนี้จึงเป็นที่สงสัยว่า ทำไมสนช. กรรมาธิการทหาร กรรมาธิการงบประมาณของ สนช. และทางผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่คิดที่จะไต่สวนหาความจริงนำมาแถลงตอบข้อสงสัยของประชาชนบ้างหรือ รวมทั้ง ป.ป.ง. ควรที่จะตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของการจัดซื้อจัดหาอาวุธต่างๆ จากประเทศจีนกับบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหากมีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล(Good governance) เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในสังคมได้

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมิวิกฤตการณ์ความขัดแย้งหรือสู้รบใหญ่กับประเทศเพื่อนบ้านที่จำเป็นจะต้องจัดซื้อจัดหาและสั่งสมอาวุธแต่อย่างใด การจัดซื้อจัดหาอาวุธเพื่อนำมาสั่งสมบารมีของแต่ละผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันเข้ามานั้น ถือว่าเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่าตามกฎหมายวิธีงบประมาณหรือไม่ และการทบ.อ้างว่าจัดหารถถัง VT-4 เพิ่อทดแทนรถถังอเมริกัน M-41 Walker Bulldog ที่ใช้มานานกว่า 40 ปีนั้น รถถัง M-41 มีการใช้งานอย่างคุ้มค่าตลอดระยะเวลาของการประจำการหรือไม่ อย่างไร หรือมีไว้เพื่อโชว์เด็กๆ ในงานวันเด็ก และสุดท้ายก็นำไปทิ้งทะเลเพื่อทำเกาะปะการังที่แพงที่สุดในโลก ใช่หรือไม่

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 62 กำหนดให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ แต่การที่ คสช.และกองทัพไทยเร่งรีบจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์มาสะสมกันแล้วหลายแสนล้านบาทนั้น ถือได้ว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 76 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การใช้จ่ายเงินงบประมาณต้องมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ไม่จบง่ายแน่นอน