ศรีสุวรรณยื่นฟ้อง นายกฯ-ผู้ว่า กทม. ปมปัญหาฝุ่นพิษ

ศรีสุวรรณยื่นฟ้อง 3 ฝ่ายสำคัญที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2562 ที่ศาลปกครองครอง ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ นายศรีสุวรรณ จรรยา พร้อมด้วย สมาคมต่อต้านสภาวะโลก และชาวกรุงเทพมหานคร มายื่นฟ้อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ต่อศาลปกครองเพื่อทำการขอให้ศาลปกครองประกาศให้เขตพื้นที่ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษอย่างเร่งด่วนภายใน 3 วัน

ตามที่ปรากฏเกิดปัญหาฝุ่นพิษแพร่กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างมากอยู่ในขณะนี้ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่สะสมและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ทว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกลับเพิกเฉยต่อการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหา จนทำให้ประชาชนนับล้านคนเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ นักท่องเที่ยวหนีหาย กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศมูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาทตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานนั้น

กรณีปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องใช้อำนาจตามมาตรา 9 และมาตรา 59 แห่ง พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 เพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของคนกรุงเทพฯ

ตามที่กฎหมายบัญญัติว่าเมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภยันตรายต่อสาธารณชนอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ หรือภาวะมลพิษที่เกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของประชาชน หรือก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐเป็นอันมาก

ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใด รวมทั้งบุคคลซึ่งได้รับหรืออาจได้รับอันตรายหรือความเสียหายดังกล่าว กระทำหรือร่วมกันกระทำการใด ๆ อันจะมีผลเป็นการควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากอันตรายและความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างทันท่วงที

ในกรณีที่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้ก่อให้เกิดภาวะมลพิษดังกล่าว ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งบุคคลนั้นไม่ให้กระทำการใดอันจะมีผลเป็นการเพิ่มความรุนแรงแก่ภาวะมลพิษในระหว่างที่มีเหตุภยันตรายดังกล่าวด้วย และอำนาจในการสั่งดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจะมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัดแทนนายกรัฐมนตรีได้ แต่ทว่านายกรัฐมนตรีกลับเพิกเฉย มัวแต่ไปตระเวนหาความนิยมในจังหวัดเชียงใหม่-ลำปาง ทั้ง ๆ ที่ปัญหาฝุ่นพิษเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบออกมาตรการที่เด็ดขาดมาแก้ไข

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงจำต้องนำความไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลสั่งให้นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศให้พื้นที่ กทม. เป็นเขตควบคุมมลพิษเป็นการเร่งด่วนภายใน 3 วัน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการขจัดและมลพิษต่อไป

ครูกาฬสินธุ์ ร้องถูกหลอกกู้เงินออมทรัพย์ครู สูญเงิน 1.6 ล้าน

ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด โดยอ้างว่า ถูกนายหน้าหลอกกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทำให้เป็นหนี้ 2 ล้านบาท และยังปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินในบัญชีไปจนหมด โดยไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว

นางเยาวลักษณ์ ภูชุมอายุ 34 ปี ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่ง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขอความช่วยเหลือ และให้ช่วยประสานงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ หลังตกเป็นหนี้ 2 ล้านบาท โดยเล่าว่า ถูกปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินกู้จากบัญชีออมทรัพย์สหกรณ์จนหมดบัญชี และที่ผ่านมาพยายามสอบถามกับสหกรณ์ฯ ดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ได้ติดต่อขอกู้เงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์หลายครั้ง เพราะต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว และซ่อมแซมบ้าน แต่ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด กระทั่งมีผู้แนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือกับข้าราชการครูคนหนึ่งในอำเภอกุฉินารายณ์ เพราะสามารถช่วยในการกู้เงินผ่านง่ายและรวดเร็ว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเงินร้อยละ 13 จากยอดเงินกู้ทั้งหมดเป็นค่าดำเนินการ ตัวเองจึงนำเอกสารต่าง ๆ ไปมอบให้

ต่อมาเดือนตุลาคมได้มีการหักเงินในบัญชีเงินเดือน 19,000 บาท จึงไปสอบถามกับข้าราชการครูที่นำเอกสารไปให้ แต่ได้รับคำตอบว่า เอกสารกู้เงินยังไม่เรียบร้อย และเดือนพฤศจิกายนก็ถูกหักเป็นเดือนที่ 2 จึงไปสอบถามกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จึงทราบว่าได้อนุมัติเงินกู้ตั้งแต่ 27 กันยายน ปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 2 ล้านบาท หักค่าหุ้น 419,700 บาท คงเหลือ 1,580,300 บาท และรองปลัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ปลอมลายมือชื่อ และเอกสารใบมอบฉันทะเบิกเงินในบัญชีออกไปทั้งหมด

เบื้องต้น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เตรียมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ร้องทุกข์ต่อไป

กรมควบคุมมลพิษ เผย สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย

กรมควบคุมมลพิษ เผยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.-ปริมณฑล ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 17 มกราคม 2562 จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า อากาศลอยตัวไม่ดี สงบในช่วงเช้า สภาพอากาศปิด มีหมอกในตอนเช้า ระดับต่ำๆ ไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ 17 มกราคม 2562 คุณภาพอากาศในระดับถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย

– พื้นที่ริมถนน โดยสถานีวัดคุณภาพอากาศแสดงผลค่าฝุ่นละออง PM2.5 โดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ 16 พื้นที่

– พื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ 9 พื้นที่

คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับ “ปานกลาง” และจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ กทม. และ ปริมณฑล จะยังไม่มีฝนตกในพื้นที่

คพ. ได้ประสานงานกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา และผวจ.ปริมณฑล ทั้ง 5 จว. เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง เช่น บก.จร. เพิ่มจำนวนจุดตรวจวัดรถยนต์ควันดำเป็น 20 จุด

กทม. กวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวัน พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจร ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อดำเนินการลดปริมาณฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง