รวบยกแก๊ง!! กลุ่มวัยรุ่นรุมตี ‘เรด บ้านตูม’ จนตายปมยาเสพติด

รวบแล้วกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย เรด บ้านตูม กลางสนามฟุตบอลโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.บ้านเป็ด จนเสียชีวิต สารภาพตั้งแก๊งเก็บเงินลูกค้ายาเสพติดเบี้ยวจ่ายเงิน

ความคืบหน้ากรณี นายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว หรือเรส อายุ 17 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคนรุมทำร้ายจนเสียชีวิตกลางสนามฟุตบอลของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น พร้อมกับถ่ายคลิปเอาไว้ กระทั่งมีการแชร์ออกมาสู่โลกโซเชียลกันป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายอรรถพล หรืออาร์ต ชัยสอน อายุ 22 ปี นายอั๋น อายุ 16 ปี นายมนตรี เนตรพล อายุ 23 ปี นายจารุพงษ์ โคตรเสนา อายุ 19 ปี นายเกียรติศักดิ์ เยี่ยมเวหา อายุ 23 ปี และนางสาวอาลิสาหรือฝน จันทมุด อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อมของกลาง รองเท้าผ้าใบ และกางเกงขาสั้นที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุตามคลิป โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก มีดสปาต้า 2 เล่ม ไม้เบสบอลสภาพถูกใช้งานจนยับบริเวณด้านปลาย

โดยของกลางทั้งหมดยึดได้ในบ้านเลขที่ 258 ม.2 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายวีระพล ไชยฤทธิ์ อายุ 37 ปี แต่นายวีระพลไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์รุมทำร้ายนายเรด บ้านตูมจนเสียชีวิต

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวถึงรายละเอียดการแถลงข่าวงในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันที่ 14 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด รับแจ้งเหตุพบศพคนตายที่สนามฟุตบอลในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพบศพนายเรด หรือ นายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว อายุ 17 ปี สภาพมีบาดแผลที่ใบหน้าและศีรษะ ช้ำบวม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงสืบสวนหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย จนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ คนตายออกจากบ้านไปกับเพื่อนชื่อนายดังและไปพบกับนายตี๋ และนายตี๋พาขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยังจุดที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวทั้งสองคนไปสอบสวน ทราบว่า เมื่อไปถึงสนามฟุตบอลของโรงเรียนดังกล่าว มีกลุ่มวัยรุ่นยืนรออยู่ และกรูกันเข้าทำร้ายน้องเรด นายตี๋ได้หนีเอาตัวรอด ในขณะเดียวกันกลุ่มคนร้ายก็มีการถ่ายคลิปแชร์ในโซเชียล อีกทั้งมีพยานยืนยันว่า กลุ่มคนที่ทำร้ายน้องเรด มีนายอาร์ต หรืออาร์ตลาย ชาวบ้านโคกฟันโปง เป็นหัวโจก มีนายอั๋น นายมน นายอาร์ม นายบูม ร่วมลงมือทำร้าย และนางสาวฝน เป็นคนถ่ายคลิปและแชร์ลงในโซเชียล

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ที่บ้านเลขที่258 ม.2 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น บ้านของนายวีระพล ไชยฤทธิ์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของกลุ่มคนร้าย โดยขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นภายในบ้าน พบอาวุธปืน มีดสปาต้า และของกลางอื่นๆตามที่ปรากฏภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย และได้ทำการควบคุมตัวเจ้าของบ้านเอาไว้ พร้อมทั้งนำตัวไปตรวจปัสสาวะ พบว่า เป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และข้อหา ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะตรวจสอบว่าอาวุธปืนและมีดที่ตรวจยึดมาได้นั้น เกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆอีกหรือไม่

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหา ทราบว่า ไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่ที่ต้องทำร้ายน้องเรดถึงตายในครั้งนี้ เนื่องจากนายอาร์ตลาย รับงานมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เทพ โซโล ว่าจ้างให้ฆ่านายเรสทิ้ง เพราะเทพโซโล ถูกน้องเรดเบี้ยวจ่ายเงินค่ายาเสพติดแต่ไม่รู้ว่าติดเงินกี่บาท โดยในเบื้องต้นรับค่าจ้างในการฆ่าน้องเรดมาจำนวน 5,000 บาท และมีข้อแม้ว่า การลงมือฆ่านั้น ต้องมีการถ่ายคลิปแชร์โซเชียลด้วย นายอาร์ตลายจึงรับงานมา และชวนพรรคพวกลงมือทำร้ายน้องเรดจนเสียชีวิต

โดยนายอาร์ต ได้ออกอุบาย ติดต่อทางแชทเฟซบุ๊กกับน้องเรด ว่าให้ไปรับยาเสพติดมาปล่อย โดยนัดกันที่สนามฟุตบอลในโรงเรียนที่เกิดเหตุ แต่น้องเรดไม่มีรถจักรยานยนต์ จึงวานให้เพื่อนพาขับขี่รถไปหานายอาร์ตตามนัดหมาย เมื่อน้องเรดไปถึงจึงกระชากร่างน้องเรดลงจากรถจักรยานยนต์และรุมทำร้ายร่างกาย โดยมีนางสาวฝนถ่ายคลิปเอาไว้ จนกระทั่งน้องเรดแน่นิ่งไป

ในส่วนของผู้จ้างวานที่ผู้ต้องหาซัดทอดไปที่ชื่อในเฟซบุ๊กว่า เทพ โซโล นั้น ในเบื้องต้นผู้ต้องหายืนยันว่าไม่เคยพบหน้าตา แต่ติดต่อกันทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นที่รู้กันในกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด เห็นเพียงโปรไฟล์ที่เป็นรูปการ์ตูน และมักจะเปลี่ยนชื่อเฟซและโปรไฟล์ไปเรื่อยๆ หากมีงานให้ทำคนที่ใช้ชื่อเทพ โซโลจะติดต่อมา ในเรื่องของผู้จ้างวานที่ใช้นามว่า เทพ โซโล นั้น เจ้าหน้าที่จะไม่ปล่อยไว้ เพราะมีแนวทางการสืบสวน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาจ้างวานฆ่าได้

วัวนมตกลูกครั้งเดียว 4 ตัว ชาวบ้านไม่พลาดแห่ตีเลขเด็ด

ฮือฮา!! แม่วัวตกลูกที่เดียวเป็นวัวแฝด 4 ตัว ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น รายงานว่าหลังจากที่มีชาวบ้านบ้านโนนท่อนพูดกันปากต่อปาก ถึงความประหลาดของแม่วัวที่ฟาร์มโคแห่งหนึ่งในหมู่บ้านออกลูก 4 ตัว ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 236 หมู่ 3 บ้านโนนท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีแม่วัวตกลูกแฝด 4 ตัว จนเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้าน ซึ่งบอกว่าหาดูได้ยาก เมื่อไปถึงพบว่า แม่วัวชื่อปาล์มมี่อายุ 14 ปี เป็นแม่วัวของฟาร์มโคนมในหมู่บ้านโนนท่อน ซึ่งแม่ปาล์มมี่และแม่วัวตัวอื่นๆ ปกติก็จะตกลูกเพียงปีละ 1 – 2 ตัว เท่านั้น แต่ท้องนี้ปาล์มมี่ออกลูกมามากถึง 4 ตัว ซึ่งทุกตัวสมบูรณ์แข็งแรง

ด้านผู้ดูแลฟาร์มโคดังกล่าว เล่าว่า แม่วัวปาล์มมี่เป็นวัวในฟาร์มที่เลี้ยงไว้รวมกว่า 50 ตัว ปีนี้แม่วัวปาล์มมี่ ท้องโตมามากกว่าปกติจนคิดว่าต้องเป็นลูกแฝดแน่นอน จนกระทั้งเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 ช่วงเวลาบ่าย แม่วัวปาล์มมี่ได้ตกลูกตัวแรกออกมา จากนั้นก็มีท่าทางกระวนกระวายเดินไปเดินมาจนตกลูกตัวที่ 2 ตัวที่ 3 และตัวที่ 4 โดยทิ้งช่วงเวลาห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมงและเป็นเพศผู้ 1ตัว เพศเมีย 3 ตัว หลังจากนั้นได้เล่าให้เพื่อนบ้านฟังต่างก็มาดูและนำไปตีเลขเด็ดงวดนี้ บ้างก็ตีเลขเด็ดจากจำนวนลูกวัวและบ้านเลขที่

ธนาคารกรุงไทย โอนเงินคืนเจ้าของบัญชีชาวตรังแล้ว

สาววัย 55 ปี ชาว จ.ตรัง ที่ถูกหลานสาวแอบนำสมุดบัญชีเงินฝากไปเบิกเงินเกือบ 1 แสนบาท ล่าสุดทางธนาคารโอนเงินคืนแล้ว พร้อมดำเนินการแจ้งความเอาผิดหลานสาวผู้เสียหาย

จากกรณีที่นางอนุสา ไตรระเบียบ อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง พร้อมญาติพี่น้องรวม 4 คน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวหลังได้รับความเดือดร้อนจากการที่เงินในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด จำนวน 103,000 บาท ถูกนางสาวสายชล เกตุแก้ว อายุ 25 ปี ซึ่งหลานในไส้ ที่ตนเองฝากให้ช่วยเก็บสมุดบัญชีเงินฝากไว้ แอบนำสมุดบัญชีเงินฝากเพียงเล่มเดียว และปลอมลายเซ็น โดยไม่ต้องใช้หลักฐานบัตรประชาชนยืนยันตัวตน ไปลักลอบถอนเงินออกจากบัญชีทั้งหมด 5 ครั้ง จำนวนเงินรวม 83,000 บาท จนเงินเกือบหมดบัญชี คงเหลือติดบัญชีอยู่เพียงจำนวน 20,739 บาทเท่านั้น

และหลังจากเจ้าของบัญชีทราบเรื่องก็พยายามถามหาความรับผิดชอบจากธนาคาร แต่ได้รับการปฏิเสธ และไล่ให้เจ้าของบัญชีไปตกลงเอาเงินคืนจากหลานสาวเอาเอง เพราะในการเบิกมีลายเซ็นต์ถูกต้อง และหากไม่ได้คืนก็ให้ไปแจ้งความเอาผิดกับนางสาวสายชลเอาเอง จนกระทั่งมีการร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวจนกลายเป็นข่าวตามมาก่อนหน้านี้

ล่าสุดในช่วงเย็นของวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา นางอนุสา ไตรระเบียบ และญาติพี่น้องได้รับการติดต่อจากทางธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอดว่าจำนวนเงินที่ถูกหลานสาวแอบไปปลอมลายเซ็นต์เบิกถอนไปจากธนาคารจำนวน 83,000 บาท นั้น ทางธนาคารได้โอนเงินจำนวนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยคืนเข้าบัญชีให้แล้ว จึงได้รีบเดินทางไปติดต่อกับธนาคารอีกครั้ง พบว่าจำนวนเงินดังกล่าวที่ถูกเบิกถอนไปได้รับการชดใช้คืน พร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีให้แล้วจริง ทำให้นางอนุสาและญาติพี่น้องดีใจเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้นทางตัวแทนธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยยอด เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวสายชล เกตุแก้ว อายุ 25 ปี ชาวหมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นต์เบิกถอนเงินแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป