เกิดเหตุกราดยิง-ระเบิดที่ โรงแรมดุสิตดีทูไนโรบี เคนย่า‬ ผู้คนหนีตายวุ่น

บีบีซี รายงานอ้าง นายจอร์จ คิโนติ หัวหน้าสำนักงานสอบสวนคดีอาญาของเคนยาว่า คนร้าย 4 คนบุกเข้าก่อเหตุโจมตีที่โรงแรมดุสิตดีทูไนโรบี ในเขตเวสต์แลนด์ กรุงไนโรบี ซึ่งเป็นอาคารโรงแรมและสำนักงานเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย 19.00 น. โดยเกิดเหตุระเบิดอย่างน้อย 2 ครั้ง ตามด้วยการกราดยิง

เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานเรื่องผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ตำรวจได้อพยพคนออกจากโรงแรม พร้อมทั้งปิดกั้นบริเวณพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในโรงแรมดังกล่าว

ที่มา JS100

งานวิจัยเผยหน้ากากอนามัย+กระดาษทิชชู่ 2 ชั้น ใช้กันฝุ่น PM2.5 ได้ใกล้เคียง N95

งานวิจัยระบุ หน้ากากอนามัย + กระดาษทิชชู่ 2 ชั้น สามารถใช้กันฝุ่นควัน PM2.5 ได้ดีใกล้เคียงหน้ากาก N95 ที่กำลังขาดตลาด

จากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ สาขาวิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดเผยให้รู้ว่า หน้ากากที่ประชาชนนิยมใช้ป้องกัน ฝุ่นละออง PM2.5 มีด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบ 3M 8210 หรือ N95 และแบบ 3M 9002A และแบบ Dura ที่ใช้สวมป้องกันไข้หวัดทั่วไป

โดยแบบ N95 และแบบ 3M 9002A สามารถสวมป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งภายในและนอกอาคารได้ถึงประมาณ 87 – 96 % ส่วน Dura แบบที่ใช้สวมทั่วไป ป้องกันได้เพียง 48 % แต่ทั้งนี้ถ้าหากซ้อนผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูลงไปใต้หน้ากากก็จะยิ่งช่วยป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้มากถึง 75 – 90 % เลยเดียว

นอกจากนี้ โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดความรู้ด้านประสิทธิภาพของหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก ของ ศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ ยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนที่เข้าร่วมงานวิจัยส่วนใหญ่เห็นว่าหน้ากาก N95 เป็นชนิดที่ใช้ป้องกันฝุ่นละอองได้ดีที่สุด แต่ถ้าให้เลือกใช้พวกเขาจะใช้ชนิด Dura เนื่องจากชนิด N95 และ 3M 8210 ไม่สะดวกในการใช้งาน และทำรู้สึกให้เจ็บตอนสวมใส่

ที่มา js100 , MONO 29

หนุ่มตื่นมาคอแห้ง แสบจมูก จามเป็นเลือด คาดอาจเป็นเพราะได้รับฝุ่นละออง

จากกรณีสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนส่วนมากเริ่มสวมหน้ากาก N 95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละลองระดับ PM 2.5 ได้ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้งนั้น

ล่าสุด (15 ม.ค. 61) ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Nutthawut Sirichainarumit ได้โพสต์ภาพเลือดบนมือของตนเอง ที่เกิดจากการจามติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นเพราะการเผชิญกับฝุ่นละอองขณะนี้ โดยระบุข้อความว่า…

“เมื่อ 2 วันก่อน เราตื่นมาพร้อมอาการคอแห้ง มีเสลดในคอ ก็คิดว่าเป็นไข้ทั่วไปไม่ได้เกี่ยวกับละอองฝุ่นอะไรนี่ ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกปกติ แต่เมื่อตกเย็นไข้ขึ้นๆ ลงๆ คอเริ่มแห้ง กินยาดักไปพร้อมยานอนหลับหวังว่าตื่นมาจะดีขึ้น เช้าวันต่อมาเราแสบคอ แสบจมูกทุกครั้งที่หายใจและกลืนน้ำลาย ไข้ก็ยังขึ้นลงต่อเนื่อง เลยไปหาซื้อหน้ากากมาใส่ หลังจากใส่แล้วอาการแสบจมูกหายไปแบบปลิดทิ้ง นั่นทำให้เห็นว่าอากาศข้างนอกมันแบบ วั๊ดเดอะฟลั้คฟ๊อกมากแค่ไหน ทุกคนรีบดูแลสุขภาพกันด้วย

หลังใส่แมสทุกอย่างดีขึ้นมากจนเมื่อคืนเราเริ่มคันจมูก ก็จามไปตั้งแต่สองทุ่มกว่ายันตีสี่ และเมื่อตื่นเช้ามาหลังฝนหยุดกำลังจะออกไปทำงาน การจามของเราก็มีผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่การจามปกติมีเลือดปนออกมามากขนาดนี้ เราไม่รู้ว่าเรากำลังเป็นอะไรแน่ อาจจะเป็นหวัดจากฝุ่นแล้วจามถี่จนเส้นเลือดฝอยแตกข้างใน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ เตือนทุกคนอย่าเห็นเป็นเรื่องเล่น จะยังไงก็แล้วแต่ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ อย่ารอให้ต้องเป็นแบบเรา ภัยที่มองไม่เห็นอันตรายที่สุด”