อินโดฯ เตรียมกู้ข้อมูลกล่องดำคลี่ปม “ไลอ้อน แอร์” ดิ่งทะเล

อินโดฯ เผยเจอกล่องดำที่ 2 ของเครื่องบิน “ไลอ้อน แอร์” แล้ว เตรียมกู้ข้อมูลหาสาเหตุตกสู่ทะเลเมื่อเดือนตุลาคม

ทางการอินโดนีเซียเผยเมื่อวานนี้ ว่า เจ้าหน้าที่ทีมค้นหาพบกล่องดำที่ 2 ของเครื่องบินไลอ้อน แอร์ เที่ยวบิน JT610 แล้ว และเตรียมกู้ข้อมูลทันทีเพื่อหาสาเหตุการตกสู่ทะเลชวาเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 189 คน

การกู้ข้อมูลกล่องดำที่ 2 ซึ่งบันทึกเสียงในห้องนักบิน อาจเผยข้อมูลการปฏิบัติงานครั้งสุดท้ายของนักบินบนเครื่องได้ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า การดาวน์โหลดข้อมูลที่มีเสียงบันทึกในห้องนักบินนี้อาจใช้เวลานานสุดถึง 3 เดือน

จากรายงานเบื้องต้นของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านคมนาคมอินโดฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นไปยังการบำรุงรักษาและการฝึกอบรมของสายการบิน รวมถึงการตอบสนองของระบบป้องกันการสูญเสียการทรงตัว และเซ็นเซอร์ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนไปเมื่อไม่นาน แต่ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก

นาวาโทอากุง นูโกรโฮ เผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเริ่มค้นหากล่องดำอีกรอบเมื่อวันศุกร์ จนพบกล่องที่จมอยู่ใต้โคลนลึกราว 8 เมตร

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่พบกล่องดำกล่องแรก ที่บันทึกข้อมูลการบิน 3 วันหลังเกิดเหตุ และจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเครื่องวัดความเร็วของเครื่องบินทำงานขัดข้องใน 4 เที่ยวบินสุดท้าย

เมื่อวันที่ 29 เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เครื่องบินไลอ้อนแอร์ รุ่นโบอิ้ง 737 แม็กซ์ เที่ยวบิน JT610 ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน หลังเดินทางออกจากกรุงจาการ์ตาเป็นเวลา 13 นาที เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองปังกัลปีนัง และตกกลางทะเลชวา ซึ่งนับว่าเป็นอุบัติเหตุตกทะเลครั้งแรกของเครื่องบินรุ่นนี้และร้ายแรงที่สุดในปี 2561

เหมือนในหนัง ! นนทบุรี หมอกหนา หวั่นกระทบสุขภาพประชาชน

นนทบุรี หมอกปกคลุม อ.บางกรวย อ.ปากเกร็ด ค่อยข้างหนา หวั่นกระทบสุขภาพ

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เก็บสภาพบรรยากาศ บนสะพานพระราม 7 อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยถ่ายภาพมาในพื้นที่ จ.นนทบุรี ทั้งหมดและที่ท่าเรือพระราม 7 ซึ่งประชาชนกำลังเดินทางเข้า กรุงเทพ พบว่าสภาพอากาศปกคลุมไปด้วยกลุ่มฝุ่นละออง ดูเหมือนหมอกปกคลุมทั่วพื้นที่ อ.บางกรวย ประชาชนที่เดินทางไปทำงานพบว่ามีบางคนที่ใส่หน้ากากอนามัยและมีบางส่วนไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย

ส่วนที่บริเวณเหนือ ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นภาพมุมสูงถ่ายไปยังกรุงเทพมหานครและเมืองทองธานี พบว่ามีหมอกปกคลุมค่อนข้างหน้าตา ไม่สามารถมองเห็นอาคารสูงได้ โดยเฉพาะคอนโดเมืองทองธานีมองเห็นเป็นภาพจางๆ เนื่องจากสภาพอากาศมีหมอกปกคลุมทั่ว ดูแล้วคล้ายกับหมอกซึ่งค่อนข้างหนาตา

จากการสอบถาม น.ส.นารีรัตน์ หอมสนั่น อายุ 36 ปี ประชาชนที่เดินทางไปทำงานในพื้นที่ กทม. กล่าวว่าตนกำลังเดินทางไปประชุมในพื้นที่กรุงเทพไม่ค่อยได้เดินทางทางเรือนานๆจะใช้บริการ ตนพอทราบว่าในพื้นที่ อ.บางกรวยมีฝุ่นละอองปกคลุม เพราะดูจากข่าวตนจะใส่หน้ากากอนามัย ตอนนี้พยายามหาซื้อหน้ากากที่ใช้ป้องกันได้ดีไม่ได้ ตนจึงใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาโดยใส่ 2 ชั้นแทน ส่วนตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว มีอาการแสบตา แสบจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก

เบื้องต้นประชาชนที่เป็นคนชราเด็กและที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงที่จะออกไปในที่โล่งหรือจำเป็นต้องเดินทางควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดต่อสุขภาพ

รวบรถเก๋งคนร้ายฆ่า 5 ศพ คาสี่แยกไฟแดง

รวบรถเก๋งคนร้ายฆ่า 5 ศพ คาสี่แยกไฟแดงหลังสวน บนถนนเอเซีย41 อ.หลังสวน จ.ชุมพร

วันนี้(15 ม.ค. 62) เวลา 09.15 น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย ผบก.ตร.ชุมพร สั่งการให้ ทุกโรงพัก ใน จ.ชุมพร สกัดรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน ศท.3628 กทม. ที่เป็นรถของคนร้ายก่อเหตุสังหารโหด 5 ศพ หลบหนีมุ่งหน้าภาคใต้

พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู ผกก.สภ.หลังสวน พ.ต.ท.โยธินทร์ สิทธิโยธี รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.พิจิตร โยธินวัชรชัย รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังตำรวจ ตั้งจุดสกัด สี่แยกไฟจราจรหลังสวน บนถนนเอเซีย41 อ.หลังสวน จ.ชุมพร ช่องทางขาล่องใต้ พบรถคันดังกล่าวกำลังจะผ่านสี่แยกไฟแดงหลังสวน ส่งสัญญาณให้หยุด พบชายวัยรุ่นอายุ 28 ปี ขับรถมาเพียงลำพัง จึงขอตรวจค้น ในขณะนั้นได้มี ชายวัยรุ่น อายุ 30 ปี และ หญิงวัยรุ่น อายุ 28 ปี ลงมาจากรถยนต์ ฮอนด้าซีวิคทะเบียน บณ 5521 กทม และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า ษง 7151กทม. รวม เป็นรถ3 คัน คน3 คน แต่รถคันสีดำตรงกับที่ได้รับแจ้งมาว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้หลบหนี จึงนำตัวไปสอบสวน

จากการสอบสวน ชายหญิงทั้ง 3 คน ให้การว่า เป็นพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายรถยนต์ รถเก๋งสีดำที่ต้องสงสัยว่าเป็นของคนร้าย ไปซื้อรถมาจาก หน้า ม.ราม กทม. เพื่อนำไปขาย ใน จ.สุราษฏร์ธานี มีหลักฐานการซื้อขายชัดเจน แต่ไม่ทราบว่าเป็นของคนร้ายหรือไม่ ทราบจากข่าวเพียงว่ามีเหตุการณ์ฆ่ากันตาย 5 ศพ เท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียด กลุ่มชายหญิงที่อ้างว่า เป็นพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายรถยนต์ ให้การตรงกัน แต่ตำรวจยังสงสัยในหลายประเด็น จึงนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป