พบซาก ‘เต่าทะเล’ และ ‘โลมา’ ตายเกยหาดเกาะสมุย

พบซากเต่าทะเล และซากโลมา ตายเกยหาดเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมตรวจสอบหาสาเหตุการตาย

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ เกาะสมุย บีช รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ม.5 ต.บ่อผุด ว่าพบซากเต่าทะเลไม่ทราบสายพันธุ์ตายมาลอยเกยบนหน้าชายหาดของโรงแรม ขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ จากนั้นจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยวัดปลายแหลม เข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่โรงแรมดังกล่าวพบว่า ทะเลมีคลื่นแรงสูงประมาณ 1.50 เมตร ที่ชายหาดพบซากเต่าหญ้าหรือเต่าสังกะสี เป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่ง นอนตายสภาพหงายท้อง สภาพเน่า กระดองตรงกลางแตก ขาหลังด้านซ้ายเน่าเปื่อยจนหลุดออก ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน วัดความยาวได้ 60 เซนติเมตร อาสาสมัครกู้ภัยพร้อมพนักงานโรงแรมจึงได้ขุดหลุมทรายบริเวณชายหาดเพื่อฝั่งกลบเต่าตัวนี้ไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบหาสาเหตุการตายในภายหลัง

สำหรับ เต่าหญ้า หรือ เต่าสังกะสี หรือ เต่าหญ้าแปซิฟิก เป็นเต่าทะเลขนาดเล็ก มีความยาวเต็มที่ประมาณ 60-70 เซนติเมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30-40 กิโลกรัม เป็นเต่าทะเลที่ว่ายน้ำได้เร็วมาก โดยอาจว่ายได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในน่านน้ำไทยจะพบได้ในฝั่งทะเลอันดามัน ในอ่าวไทยจะพบได้น้อยกว่า

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่แหลมกากี เขาแหลมใหญ่ ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย นักท่องเทียวที่ออกไปขี่เจ็ทสกีเล่นในทะเลแล้วไปพบกับซากโลมาที่ลอยตายอยู่ในทะเล จึงได้ลากกลับเข้าฝั่งพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โลมาตัวนี้คาดว่าจะเป็นโลมาหัวบาตรหลังเรียบ ความยาวของลำตัวประมาณ 1.20 เมตร มีบาดแผลที่บริเวณปาก และหัว ส่วนที่ท้องมีไส้ไหลออกมา ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน อาสาสมัครกู้ภัยกุศลสงเคราะห์เกาะสมุยจึงได้ขุดหลุมฝังโลมาตัวดังกล่าวไว้ที่บริเวณชายหาด เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบหาสาเหตุการตายภายหลังเช่นกัน

สำหรับโลมาหลังเรียบมีลักษณะทั่วไปคล้ายกับโลมาอิรวดี ในน่านน้ำไทยสามารถได้ทุกจังหวัดที่ติดกับทะเล โดยพบมากที่สุดในฝั่งอ่าวไทย และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 เหมือนกับวาฬและโลมาชนิดอื่นๆ

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศประวันที่ 14 มกราคม 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า

วันนี้ (14 ม.ค.62) กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนในระยะนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ตำรวจจับแกนนำ ‘คนอยากเลือกตั้ง’ ข้อหาใช้เสียงดังเกินกำหนด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน บุกล้อมจับ 2 แกนนำ คนอยากเลือกตั้ง

คนอยากเลือกตั้ง – เมื่อเวลา 20.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังยุติการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน จัดแถวกระชับพื้นที่เข้าใหล้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามา เนื่องจากต้องการควบคุมตัวแกนนำ น.ส.นัฎฐา มหัทธนา หรือโบว์ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกดในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ใช้เสียงปราศรัยเกินกำหนด โดยเจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงพร้อมเชิญทั้งสองไปยัง สน.ลุมพินี โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งราว 60 คนตามไปให้กำลังใจด้วย

ขณะที่จ่านิว หรือ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หลังปักหลักดูความเรียบร้อยเก็บของแยกราชประสงค์พร้อมมวลชนที่เหลือ ก่อนจะนำเครื่องขยายเสียง ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียงและลำโพง 2 ตัว และเครื่องปั่นไฟมาไว้ที่โรงพัก

ในวันเดียวกัน ที่ สน.ลุมพินี น.ส.ณัฏฐา หนึ่งในแกนนำ ได้ออกมาเปิดเผยกับเหล่าประชาชนที่ติดตามมาให้กำลังใจระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาเนื่องจากในระหว่างที่มีการชุมนุมนั้นมีการเปิดใช้เครื่องขยายเสียงดังเกินกว่า 90 เดซิเบล ซึ่งเธอชี้แจงว่าในระหว่างที่มีการชุมนุมนั้นอาจจะมีเสียงจากแหล่งอื่นๆ ที่ใกล้เคียงแทรกเข้ามา จึงอาจทำให้เครื่องวัดผิดพลาดได้ 

ทว่าตนได้ถ่ายคลิปไว้ตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ขอยึดเครื่องเสียงทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และลงบันทึกประจำวัน ส่วนคดีและการแจ้งข้อหานั้น ต้องรอให้การตรวจสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นก่อน จึงจะแจ้งให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง