หลังคาเหมืองถ่านหินในจีนถล่มคนงานดับพุ่ง

เหตุการณ์หลังคาเหมืองถ่านหินถล่มในจีน เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ศพ 

วันที 13 ม.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุการณ์หลังคาเหมืองถ่านหินแห่งหนึ่ง ในมณฑลชานซี ทางภาคเหนือของประเทศจีน พังถล่ม เป็นเหตุให้คนงานเหมืองเสียชีวิตเป็นจำนวนมากรายงานล่าสุดระบุว่า มีผู้สังเวยชีวิต 21 รายแล้วนอกจากนี้ ยังมีคนงานได้รับความช่วยเหลือออกมาจากเหมืองได้อย่างปลอดภัยแล้ว 66 คน

สำนักงานข่าว ‘ซินหัว’ ระบุว่า หลังคาเหมืองถ่านหินแห่งนี้ ถล่มลงมาเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ม.ค. 2562 โดยเป็นเหมืองที่ดำเนินกิจการโดยบริษัท Baiji Mining Company ขณะนี้ยังไม่ทรายสาเหตุที่ทำให้หลังคาเหมืองถล่มลงมาอย่างแน่ชัด

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เหมืองถ่านหินถล่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศจีน ตามรายงานตัวเลขสถิติจากสำนักงานความปลอดภัยเหมืองถ่านหินแห่งชาติของจีนระบุว่า ปี 2560 มีคนงานเหมืองถ่านหินเสียชีวิตมากถึง 375 ราย 

ที่มา www.globaltimes.cn

‘โกวิท เอนกชัย’ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์เสียชีวิตแล้วในวัย 81 ปี

สิ้นแล้วโกวิท เอนกชัย วัย 81 ปีศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2550

วันที่ 13 ม.ค. 2561 มีข่าวความคืบหน้าในวงการวรรณกรรมไทยกรณีนายโกวิท เอนกชัย วัย 81 ปีศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2550 หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลเชียงราย และเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 13 ม.ค. เวลา 05.00 น.ด้วยอาการปอดติดเชื้อ

ทั้งนี้กำหนดการพิธีรดน้ำศพ จะมีขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 16.30 น. ณ ศาลาจารุมิลินท กำหนดสวดพระอภิธรรม เวลา 19.00 น. ไปจนถึงวันที่ 19 ม.ค. และฌาปนกิจศพวันที่ 20 ม.ค. นี้ เวลา 16.30 น. ณ เมรุวัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (งดรับพวงรีด)

นายโกวิท เอนกชัย หรือนามปากกา “เขมานันทะ” “รุ่งอรุณ ณ สนธยา” “ฉับโผง” “กาลวิงก์” และ “มุนีนันทะ” เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2481 ที่อำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลา จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมี่อพุทธศักราช 2508 ต่อมาได้อุปสมบท และฝึกปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิษขุที่สวนโมกชพลาราม และ

ภายหลังได้ฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ขณะอยู่ในสมณเพศได้สร้างสรรค์และสืบสานงานพุทธศิลป์จำนวนมากไว้ท่โรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโมกขพลาราม ทั้งในรูปแบบบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย นับเป็นต้นแบบอันทรงค่าและมีบทบาทในการให้การศึกษาแก่ผู้ไปเยือนทั้งในด้านพุทธปัญญาและพุทธศิลป์มาถึงปัจจุบัน 

นายโกวิท เอนกชัย มีผลงานทั้งร้อยแล้วและร้องกรอง ผลงานร้อยแก้วมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งบทความ ความเรียงธรรมบรรยาย บทวิจารย์วรรณคดี และนวนิยาย ผลงานดังกล่าวมีเนื้อหาลึกซึ้ง ใช้ถ้อยความและท่วงทำนองการเขียนอย่างมีวรรณศิลป์ แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง และมีเจตนามุ่งประสานความคิดความสัมพันธ์ด้วยมิตรภาพกับทุกศาสนาในโลก 

ผลงานของนายโกวิท เอนกชัย ทั้ง 60 เรื่อง นับเป็นการผสมผสานพุทธปัญญากับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างกลมกลืนและงดงาม มีมุมมองแหลมคมในการวิเคราะห์ วิจารย์ สามารถอธิบายปรากฏการณ์และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทั้งสังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างชัดเจน จึงสามารถสืบสานธรรมะให้แก่คนรู่นใหม่และผู้สนใจใฝ่ธรรมได้อย่างกว้างขวางจนเกิดการจัดตั้งพุทธสถานและอาศรมขึ้นปลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวได้ว่าจุดเด่นของผลงานของนายโกวิท เอนกชัย อยู่ท่ความสามารถในการสืบสานและหลอมรวมศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยได้อย่างมีวรรณศิลป์ โดยมั่งหวังให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันในสังคมโลกด้วยสันติและไมตรี 

นายโกวิท เอนกชัย จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ บทความ นวนิยาย) เมื่อปี 2550

ขอบคุณภาพจาก http://ocac.go.th

กสม.วอน! นำเสนอข่าวการหายตัวไปของเด็กหญิง โปรดเคารพในหลักสิทธิเด็ก

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้นำเสนอข่าวการหายตัวไปของเด็กหญิง โดยเคารพในหลักสิทธิเด็ก กฎหมาย และจริยธรรมวิชาชีพ

แถลงการณ์ระบุว่า 

ตามที่มีการนำเสนอข่าวการตามหาเด็กหญิง ซึ่งหายตัวไปจากบ้านก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ และภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวถูกพรากไปจากความดูแลของผู้ปกครอง นั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ได้ติดตามและเฝ้าระวังการนำเสนอข่าวกรณีนี้อย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยกันติดตามเรื่องดังกล่าวกระทั่งพบตัวเด็กหญิงในท้ายที่สุด

กสม. มีความห่วงใยและกังวลต่อการนำเสนอข่าวกรณีดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายการละเมิดสิทธิของเด็กหญิงและครอบครัวผู้ตกเป็นข่าว จึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม และบุคคลทั่วไป ปฏิบัติดังนี้

1. ขอให้สื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม และบุคคลทั่วไป คำนึงถึงหลักการในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ตลอดจนพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติให้การกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ โดยควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กและครอบครัว ตลอดจนคำนึงถึงผลแห่งการนำเสนอข่าวที่จะส่งผลต่อชีวิตของเด็กในภายหน้า โดยเฉพาะมิติความอ่อนไหวทางเพศสภาพ

2. ขอให้สื่อมวลชน ยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพสื่อ และปฏิบัติตาม “แนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชน โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว” ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและองค์กรวิชาชีพสื่อ ที่ระบุให้องค์กรสื่อมวลชนและ ผู้ปฏิบัติงานข่าว เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิส่วนบุคคล ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว

3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ควรดำเนินการเพื่อมิให้มีการเผยแพร่ข่าวที่เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กและครอบครัว หรือเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่ระบุว่า ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ