กทม.-ปริมณฑล ค่าฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐานต่อเนื่อง

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 13 ม.ค. พบ กทม.-ปริมณฑล ค่าฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 13 มกราคม 2562 จากสภาพอุตุนิยมวิทยาอากาศในช่วงเช้ายังคงลอยตัวไม่ดี สภาพอากาศปิด มีเมฆเป็นส่วนมากและมีหมอกในตอนเช้ารวมถึงมีหมอกหนาหลายพื้นที่ ส่งผลทำให้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับ ‘เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ’ ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

พื้นที่ริมถนน โดยสถานีวัดคุณภาพอากาศแสดงผลค่าฝุ่นละออง PM2.5 โดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ 19 พื้นที่

พื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) โดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ 17 พื้นที่

คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และจากโมเดลพยากรณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงของ วันที่ 13-14 มกราคม 2562 อากาศยังคงลอยตัวไม่ดี สภาพอากาศค่อนข้างปิด

คพ. ได้ประสานงานกับ กทม. และ 5 จังหวัดปริมณฑล เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดย กทม. ได้มีคำสั่งให้ทุกเขตดำเนินการกวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวัน พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง ตรวจวัดควันดำ และรณรงค์ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง

ทั้งนี้ คพ. ได้ประสานกับกรมฝนหลวงฯ ซึ่งได้มีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อพร้อมปฏิติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการทำฝนเทียม และได้ประสานเพื่อบูรณาการการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

เอเย่นค้ายา หลอกเพื่อนรักให้เช่าบ้านเก็บยา เพื่อนถูกจับตัวเองลอยนวล

เอเย่นค้ายาหลอกเพื่อนรักเพื่อนตาย ให้เช่าบ้านเก็บยา โดนรวบพร้อมยาบ้า 5 หมื่นเม็ดตัวเองลอยนวล

วันนี้ (13 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดตะวันซึ่งเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดของสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำโดยพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ธนวัต เส่งสุย รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.ธนศักดิ์ บริรักษ์นรากุล รอง สวป.หัวหน้าชุดตะวัน เข้าตรวจค้นภายในบ้านเช่าเลขที่ 94 ซอยโรงรับจำนำ ถนนปุณณกันฑ์ เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากสืบทราบว่าถูกใช้เป็นสถานที่เก็บยาบ้าจำนวนมาก

จากการตรวจค้นพบยา 5 ก้อน จำนวน 5 หมื่นเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางเก็บไว้ในห้องนอน พร้อมเครื่องช่างดิจิตอล 1 เครื่องและอุปกรณ์การเสพไอซ์ 1 ชุด พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร และจับกุม นายฉัตรมงคล ถิ่นจะนะ อายุ 32 ปี หรือจอย ชาว ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เป็นผู้เช่าบ้านหลังนี้และยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่า เป็นเพียงผู้เช่าบ้านและดูแลยาบ้าระหว่างที่รอส่งต่อให้เอเย่นต์เท่านั้น

และยอมรับว่า ติดทั้งยาบ้าและไอซ์ พร้อมกับให้การซัดทอดว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของ นายกรธัช กิ่งทัพหลวง หรือเบนซ์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม

และเป็นคนออกค่าเช่าบ้านให้ทั้งหมดพร้อมกับให้เงินใช้ครั้งละหมื่นบาท หรือตามที่ขอเพราะถือว่าเป็นเพื่อนกัน โดยยาบ้าล็อตนี้ถูกขนมาเก็บไว้ที่บ้านหลังนี้ทั้งหมด 3 แสนเม็ดแต่ได้ทยอยส่งไปบางส่วนแล้วเหลืออยู่เพียง5 หมื่นเม็ดเท่านั้น

พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รองผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติสภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า การจับกุมยาบ้าล็อตนี้เป็นการขยายผลมาจากการจับกุมยาบ้าจำนวน 170,000 เม็ดที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใน ต.คอหงส์ และจับกุม นายวัชระพล หรือ ป้อม สีนวลพุด อายุ 31 ปี ซึ่งคนดูแล ซึ่งเป็นยาบ้าของ นายกรธัช หรือเบนซ์ เช่นเดียวกัน

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบสวนขยายผลและทราบว่า ยังเช่าบ้านอีกหลังไว้เก็บยาบ้าจึงได้เข้าตรวจค้นและจับกุมได้อีก 5 หมื่นเม็ด และก่อนที่จะเข้าตรวจค้นบ้านหลังนี้ นายฉัตรมงคล ได้ทิ้งบ้านหนีไปซ่อนตัวที่บ้านพ่อเพราะ นายกรธัช เพื่อนรักได้โทรศัพท์มาบอว่าตำรวจรู้แล้ว แต่ก็ไม่รอดถูกตำรวจตามไปจับกุมได้

เจ้าหน้าที่เผยว่าแม้ว่าทั้ง นายฉัตรมงคล และนายกรธัช จะเป็นเพื่อนรักกันมาร่วม 18 ปี แต่จากพฤติกรรมพบว่า นายฉัตรมงคล ถูกนายกรธัช ที่เป็นเจ้าของยาหลอกใช้เนื่องจากยาบ้าที่สั่งมาครั้งละเป็นแสนเม็ดนั้นมีกำไรหลายล้านบาท

แต่นายกรธัช แบ่งให้ นายฉัตรมงคล ใช้ครั้งละไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้น แม้จะร่วมเป็นร่วมตายเสี่ยงชีวิตและติดคุกกับการเช่าบ้านไว้เก็บยาบ้าก็ตาม ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุม นายกรธัช ที่เป็นหนึ่งในนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ของอ.หาดใหญ่ มาดำเนินคดี

ที่จังหวัดพะเยา เพราะอากาศแปรปรวน พบผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่ม

สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยา เริ่มประสบกับสภาวะอากาศที่แปรปรวนทั้งหนาวเย็น และร้อนจัดในช่วงกลางวัน ส่งผลให้พบผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่ม โดยอุณหภูมิล่าสุดต่ำสุดอยู่ที่ 18 เซลเซียส และมีหมอกลงจัด

ชาวบ้านจำนวนมาก เดินทางเข้ารับการรักษาระบบทางเดินหายใจที่โรงพยาบาลเพิ่มจำนวนขึ้นมากอีกกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ หลังพบกับสภาพอากาศที่แปรปรวนเนื่องจาก 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่ และส่งผลให้ในช่วงเช้ามีอุณหภูมิที่ต่ำลดลงมีหมอกลงจัด และในช่วงกลางวันมีอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ส่งผลกระทบพบผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

โดยอุณหภูมิต่ำสุดช่วงเช้าอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเตือนประชาชน เฝ้าระวังอากาศแปรปรวน ในช่วงนี้ หลังในพื้นที่จังหวัดพะเยา เกิดสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งหนาว ร้อน และเกิดฝนตก ทำให้อาจเสี่ยงกับโรคติดต่อในระบบให้ระวัง 4 โรคติดต่อ คือ โรคหัด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ให้รักษาร่างกายให้อบอุ่น ไม่ก่อไฟหรือไม่ผิงไฟในที่อับอากาศ เพราะจะทำให้หมดสติและขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง