ชาวเน็ตจวกยับ!! รถขนเบียร์คว่ำเทกระจาด ชาวบ้านแห่เก็บกลับบ้าน

ชาวบ้านแห่เก็บเบียร์กลับบ้าน หลังรถบรรทุกเบียร์ประสบอุบัติเหตุทำให้เบียร์ที่ขนมาหล่นกระจายเต็มพื้นถนน ด้านชาวเน็ตตำหนิ แนะบริษัทฯ แจ้งความดำเนินคดี

วันนี้ ( 11 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ มานะ สมบัติ ได้โพสต์ภาพและคลิปแชร์ลงภายในกลุ่ม ‘เหตุด่วนเหตุร้าย ร่วมด้วยช่วยกัน ภูเก็ต‘ โดยภายในคลิปเป็นภาพขณะชาวบ้านต่างพากันมาเก็บเบียร์บรรจุกระป๋อง หลังเกิดอุบัติเหตุรถขนเบียร์คว่ำ ทำให้เบียร์ตกกระจายเต็มพื้นถนน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

โดยผู้ถ่ายคลิปพยายามบอกกับผู้ที่กำลังเก็บเบียร์ว่า การกระทำดังกล่าวเสี่ยงติดคุกได้ เนื่องจากมีการบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งจุดบริเวณดังกล่าวยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดจากทางหน้าร้านสะดวกซื้ออีกด้วย

อย่างไรก็ตามภายหลังมีการเผยแพร่ภาพและคลิปดังกล่าวออกไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่อยู่ภายในกลุ่มดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่ตำหนิการกระทำของชาวบ้านที่ลงไปเก็บเบียร์ทั้งนำไปดื่มเอง และยังมีบางกลุ่มขนกลับไปในจำนวนมาก ซึ่งเกรงว่าอาจจะนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง พร้อมแนะนำให้ทางบริษัทที่ขนส่งเบียร์แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ขอบคุณ มานะ สมบัติ , เหตุด่วนเหตุร้าย ร่วมด้วยช่วยกัน ภูเก็ต

ครม.เห็นชอบให้หักลดหย่อนภาษี ค่าซ่อมบ้าน-ซ่อมรถ ที่เสียหายจากพายุปาบึก

ครม. เห็นชอบ ค่าซ่อมบ้าน-รถ ที่เสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก ให้หักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโซนร้อน “ปาบึก”และเพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประสบภัย เมื่อวันที่ 3 – 7 มกราคม ๒๕62 กรณีให้หักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถได้นั้น

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียภาษีที่มีทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์พายุฯ ที่เกิดขึ้น จึงให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากพายุฯ โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1. กรณีซ่อมบ้าน ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซม หรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือที่อยู่ในเขตอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรือทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งกับตัวอาคารหรือในเขตอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุพายุฯ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ตัวอย่างเช่น

(1) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร เช่น ค่าสีทาบ้าน ห้องชุดในอาคารชุด หรือตึกแถว ค่ากระเบื้อง ค่าฝ้าเพดาน ค่าหลังคา ค่าอิฐ ค่าปูน ที่ใช้ในการซ่อมแซม และค่าแรงในการซ่อมแซม

(2) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับตัวอาคารหรือห้องชุด เช่น ค่าซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ built-in

(3) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดอยู่ในเขตอาคาร เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมรั้ว ประตูรั้ว กำแพง โรงรถ สระว่ายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา รวมทั้งค่าแรง

2. กรณีซ่อมรถ ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซม หรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถ หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุพายุฯ ที่เกิดขึ้น และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย ทั้งนี้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ตัวอย่างเช่น ค่าซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ค่าซ่อมตัวเครื่องยนต์ ค่าซ่อมแซมสีรถ เบาะรถ ล้อรถ ระบบแอร์ในรถ หรืออุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถที่ได้รับความเสียหาย โดยรถนั้นจะต้องเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ ค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถดังกล่าว ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย และการจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 3 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 โดยให้ใช้สำหรับการยื่นแบบภ.ง.ด.90/91 ประจำปีภาษี 2562 ที่จะต้องยื่นรายการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 จึงขอให้ผู้เสียภาษีเก็บเอกสารการจ่ายเงินค่าซ่อมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นรายการเพื่อเสียภาษีด้วย

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161 กรมสรรพากร สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนประชาสัมพันธ์ เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. ‭0 2272 9529-30‬ โทรสาร ‭0 2617 3324‬ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

กรมสรรพากร แจงการใช้สิทธิลดหย่อน ปีภาษี 2561

กรมสรรพากร ชี้แจงการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2561

ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง ผู้บริจาคจะต้องมีการลงทะเบียนผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) กับกรมสรรพากรเท่านั้นจึงจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไปนั้น นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า

1. ผู้บริจาคสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่ ศาสนสถาน โรงพยาบาล องค์กรสาธารณกุศลอื่นๆ ได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนกับกรมสรรพากร หรือต้องเป็น การบริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

อย่างไรก็ตามการบริจาคผ่านระบบ e-Donation จะเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริจาค โดยไม่ต้องเก็บเอกสารหลักฐานการบริจาค และสามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคได้ตลอด 24 ชม. ผ่านทาง ‭www.rd.go.th‬

กรมสรรพากร แจงการใช้สิทธิลดหย่อน ปีภาษี 2561

2. กรณีการบริจาคให้แก่สถานศึกษา หากผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดาประสงค์จะนำเงินมาหักลดหย่อนเป็นจำนวนสองเท่า จะต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบ e – Donation เท่านั้น เริ่มบังคับใช้สำหรับการบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562

3. รายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอื่นๆ เช่น LTF/RMF เบี้ยประกันชีวิต ดอกเบี้ยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ผู้เสียภาษียังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามปกติ ยกเว้นการลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งผู้เอาประกันสุขภาพต้องยินยอมให้บริษัทประกันส่งข้อมูลค่าเบี้ยประกันสุขภาพให้กรมสรรพากรในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

สรุปการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2561 รายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เอกสาร/หลักฐานในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Donation

1. การบริจาคให้ศาสนสถาน โรงพยาบาล และองค์กรสาธารณกุศลอื่น ๆ

2. รายการลดหย่อนอื่นๆ เช่น LTF/RMF เบี้ยประกันชีวิต ดอกเบี้ยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเกษตร ชุมชน และทุนมนุษย์ (ยาง,หนังสือ,OTOP) เป็นต้น

3. การบริจาคให้สถานศึกษา (ลดหย่อน 2 เท่า) / (ลดหย่อน 1 เท่า)

4. เบี้ยประกันสุขภาพ

หมายเหตุ : การลดหย่อนภาษีสำหรับการบริจาคให้สถานศึกษาตามข้อ 2 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161 กรมสรรพากร สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนประชาสัมพันธ์ เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. ‭0 2272 9529-30‬ โทรสาร ‭0 2617 3324‬ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)