ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม.-ปริมณฑล เริ่มลดลงแล้ว

กรมควบคุมมลพิษอัปเดตสถานการณ์ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเผยว่า ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เริ่มมีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณภาพอากาศโดยรวมเริ่มดีขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่า คุณภาพอากาศในวันนี้จะอยู่ในระดับดีถึงดีมาก

กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อวานที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองเริ่มลดลงหากเทียบกับก่อนหน้านี้จะพบว่า คุณภาพอากาศโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นมาก หลังจากที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ‘เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ’

โดยสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ ช่วงเวลา 07.00 น. พื้นที่ริมถนน วัดโดยสถานีวัดคุณภาพอากาศ แสดงผลค่าฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 8-47 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมากถึงปานกลาง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) ตรวจวัดได้ระหว่าง 10-37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน ทำให้มีการคาดการณ์ว่า คุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับดีถึงดีมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง แต่ยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด

สำหรับสาเหตุที่ปริมาณฝุ่นละอองลดลง เนื่องจากอากาศลอยตัวไม่สูงมากนัก แต่มีลมแรงจัด จึงทำให้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองได้บางส่วน ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กทม. บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา และ ผวจ.ปริมณฑลทั้ง 5 จังหวัด ได้ประสานการปฏิบัติงาน เฝ้าระวัง และป้องกัน ในการบูรณาการมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 ร่วมกันของหน่วยงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

สาวพยาบาลเลี้ยง ‘ด้วงสาคู’ ส่งขายออนไลน์ ทำรายได้เดือนละครึ่งแสน

สาวพยาบาลทำอาชีพเสริมเลี้ยง ‘ด้วงสาคู’ ส่งขายออนไลน์และต่างประเทศ ทำรายได้เดือนละครึ่งแสน

วันที่ 10 มกราคม 2562 ผู้สื่อได้ลงพื้นที่ไปที่ “ด้วงสาคูสตูลฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 11 บ้านในสวน –ควนยุง ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งพาไปดูการเพาะเลี้ยง “ด้วงสาคู” ที่เป็นอาหารยอดฮิตของคนชอบจำพวกแมลงของแปลกๆ และกลุ่มคนชอบทานของป่า

โดยนางสาวกฤตยา สุขสวัสดิ์ อายุ 39 ปี อาชีพเป็นพยาบาลโรงพยาบาลควนกาหลง โดยทำอาชีพเสริมเลี้ยงด้วงสาคูขาย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองมีงานประจำเป็นพยาบาลในพื้นที่ และอยากทำอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้น จึงหันไปสนใจเลี้ยงด้วงสาคูเพราะเห็นว่าปัจจุบันคนชอบหันไปรับประทานอาหารจำพวกแมลงและของแปลกมายิ่งขึ้น

สำหรับตนได้เรียนรู้ลองผิดลองถูก โดยไปศึกษาจากบุคคลที่รู้และยังเรียนรู้จากโลกออนไลน์อยู่ประมาณ 2 เดือน เมื่อก่อนเลี้ยงอยู่แค่ 20 กะละมัง จากนั้นตั้งเพจทางเฟซบุ๊กขายภายใต้ชื่อเพจว่า “ด้วงสาคูสตูลฟาร์ม” มีการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กถึงขั้นตอนการเลี้ยงและวิธีการดูแลรักษาจนส่งขาย

จึงส่งผลให้มีคนสนใจทักแชทข้อความเข้ามาสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก ล่าสุดทุกวันนี้จึงพัฒนาจาก 20 กะละมังจนเป็นโรงเลี้ยงด้วงสาคูขนาดใหญ่มีถึงกว่า 1,000 กะละมัง จนสร้างซ้อนกันเป็นแถวๆ เหมือนคอนโดด้วงสาคู

นางสาวกฤตยา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้มียอดสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก โดยตนเองก็ขายอยู่ในราคาหน้าฟาร์มที่กิโลกรัมละ 200 บาท หากส่งขายไปต่างจังหวัดแพ็กตามลูกค้าต้องการขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 170 – 180 บาท

ส่วนกลุ่มลูกค้าจะมีทั่วในประเทศไทยไปถึงแถวปาดังเบซาร์ใกล้กับประเทศมาเลเซีย และสิบสองปันนา ประเทศจีนและนอกจากนี้ยังมีนักศึกษาทั้งไทยและต่างปะเทศเดินทางมาดูงานอีกด้วย

นอกจากการเลี้ยงแล้วยังทำการขายคู่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งจะขายอยู่ที่คู่ละ 8 บาท พร้อมรับประกันดูแลหลังการขาย เช่นหากส่งไปแล้วตายระหว่างทางก็จะเปลี่ยนให้ใหม่ รวมทั้งใครสนใจก็เข้ามาศึกษาฟรีพร้อมกับปรึกษาและแก้ปัญหาให้ด้วยจนออกขายได้

เมียหลวงบุกยิงผัวอาการสาหัส กิ๊กสาวดับ ก่อนนั่งกินเบียร์รอมอบตัว

เมียหลวงแค้นฝังใจ จับได้คาหลังคาเขา ชักปืนยิงผัว ผู้คุมเรือนจำ อาการสาหัส ส่วนกิ๊กสาว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนนั่งกินเบียร์ พร้อมอาวุธปืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 9 มกราคม 62 พ.ต.อ.โสภณ ผลกันทา ผกก.สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง พ.ต.ท.พินิจ เนตรปัญญา รองผกก.สส.ฯ ร.ต.อ.ณฐชนนท์ เพ็งสิน ร้อยเวรสอบสวนฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบ ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า เป็นห้องแถวแบ่งให้เช่า ด้านข้างวัดนาก่วมใต้ เลขที่ 9 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง

หลังรับแจ้งว่าเกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมสว่างนครลำปางธรรมสถาน รถกู้ชีพโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง รีบเดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านมุงดูเป็นจำนวนมาก พบผู้ชาย และหญิง ถูกยิงนอนหายใจโรยรินอาการสาหัสอยู่หน้าร้าน

เจ้าหน้าที่จึงให้การปฐมพยาบาล และปั๊มหัวใจทั้งสองคนก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ลำปางเป็นการด่วน เบื้องต้นทราบว่าผู้ชายถูกยิงเข้าที่สีข้างขวา ส่วนผู้หญิงถูกเข้าที่ลำคอเสียเลือดมาก

บริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.ตกอยู่ จำนวน 6 ปลอก ตกอยู่ที่กลางถนนใกล้กับรถนิสสัน สีบอร์น ของผู้ชายเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง ร่วมตรวจสอบและเก็บหลักฐาน

ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุทราบว่า นั่งอยู่ที่ร้านขายของชำหน้าวัดนาก่วมใต้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเข้าไปตรวจสอบ

เบื้องต้น พบเป็นผู้หญิงนั่งดื่มเบียร์ นั่งควบจักรยานยนต์ของตัวเองเพื่อรอมอบตัว พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบถามเบื้องต้นผู้หญิงคนดังกล่าว ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิงผู้ชายซึ่งเป็นสามีกับผู้หญิงเป็นกิ๊กสามีจริง

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ทราบต่อมาชื่อนางประภา ใจดี อายุ 55 ปี นางประภาให้การว่า ผู้ชายที่ตนยิงเป็นสามีของตนเอง ชื่อ นายอนุวัตร ใจดี อายุ 51 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำ ที่ตนก่อเหตุยิงทั้งสองคนเนื่องจากตนโมโหแค้นและเจ็บใจที่นายอนุวัตรนอกใจ แอบมีกิ๊ก ซึ่งตนทราบระแคะระคายมานานแล้ว แต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา จึงสะกดรอยตามมาหลายวัน

จนกระทั่งวันนี้ เพื่อความแน่ใจตนจึงขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาแอบซุ่มอยู่ในวัดโดยพกปืน 9 มม. ใส่กระเป๋ามาด้วยจากนั้นก็เห็นนายอนุวัตร สามี ขับรถเก๋งแอบมาหากิ๊ก ที่เปิดร้านจำหน่ายเสื้อผ้าอยู่ข้างวัดนาก่วมใต้ จริงๆ ด้วยความโมโหและแค้นเป็นอย่างมาก จึงเดินออกจากวัดเข้าไปหาทั้งสองคน ก่อนชักปืนยิงใส่ทั้งสองคนหลายนัด จนล้มฟุบหน้าร้านก่อนจะเดินไปที่นั่งกินเบียร์ ที่ร้านขายของชำอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร เพื่อรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพักเพื่อทำการสอบสวน ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนผู้หญิงที่ถูกยิงทราบต่อมาชื่อนางสาวฐิติชดา ตันบุศย์ อายุ 42 ปี หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายอนุวัตร อาการยังสาหัส แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผาตัด ช่วยเหลือแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นางประภา ใจดี ไปสอบสวน ที่สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป