อดีต รปภ.แบงค์ทำ ‘โมเดลสเกล’ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเดือนละ 7 หมื่น

อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยธนาคารชาติ ขุดความรู้เก่าทำโมเดลสเกล เลี้ยงครอบครัว สร้างรายได้งาม

วันที่ 8 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 39/232 หมู่ 10 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นบ้านของ ส.ท.พงศ์กาณฑ์ โกมลกนก อายุ 60 ปี หรือลุงติ๊ก อดีตเจ้าหน้าที่ รปภ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเกษียรจากงานมาประมาณ 1 ปีกว่าปัจจุบันใช้เวลาว่างออกแบบและรับทำโมเดลสเกล จนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละประมาณ 70,000 บาท โดยใช้ชื่อทะเบียนการค้าว่า “ลุงติ๊กสเกล” ประกอบกิจการสร้างและขายโมเดลสิ่งก่อสร้าง

 

ที่บ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีสมาชิกอาศัยอยู่ 3 คน คือ ส.ท.พงศ์กาณฑ์ โกมลกนก หรือลุงติ๊ก นายพงศ์ปณต โกมลกนก อายุ 29 ปี ลูกชายและ น.ส.ณัฐธิตา โกมลกนก อายุ 28 ปี ลูกสะใภ้  ที่ชั้นล่างถูกใช้เป็นสถานที่ในการออกแบบและสร้างโมเดล มีสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กจำนวนมากมายพบลุงติ๊กกำลังนั่งทำสิ่งก่อสร้างอยู่ จึงได้สอบถามรายละเอียดทราบว่าลุงติ๊กจบจากวิทยาลัยเพาะช่าง สาขาประติมากรรมสากล จากนั้นได้ไปเป็นทหารจนได้ยศสิบโท และลาออกจากราชการมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ปลดเกษียรมาได้ 1 ปีกว่า 

หลังเกษียรออกมาลูกชายและลูกสะใภ้ก็ยังไม่มีงานทำ ทั้งบ้านมีเงินเหลืออยู่แค่ 1,500 บาท จึงได้ปรึกษากันและคิดจะทำอาชีพนี้ขึ้นมาได้นำเงินก้อนที่เหลือไปซื้ออุปกรณ์และเริ่มทำโดยลูกชายสร้างเฟซบุ๊กและเป็นคนรับออร์เดอร์ ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ จนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ งานที่เคยทำชิ้นที่ถูกที่สุดราคา 650 บาท และที่แพงที่สุด 35,000 บาท มีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานคือ ลุงติ๊ก เป็นคนทำหลัก ออกแบบโครงสร้าง ลูกชายทำระบบไฟฟ้า ออกแบบลวดลาย และแอดมิน ลูกสะใภ้ทำตารางงาน การตลาด เก็บรายละเอียด 

จากการสอบถาม นายพงศ์ปณต โกมลกนก อายุ 29 ปี พนักงานขับรถไฟ MRT ลูกชายของลุงติ๊กกล่าวว่าตนเป็นคนให้พ่อลองทำสเกลดูเรื่องขายพ่อไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเรามีคนซื้อตั้งแต่งานมันยังไม่เริ่ม เพราะเวลาจะให้เราทำจะต้องสั่งก่อน เราถึงจะทำส่วนแรงผลักดันทำ เราทำอาชีพนี้ เพราะเราไม่มีเงินเหมือนคนอื่น ใกล้จะถึงทางตันแล้วเราเหลือเงิน 3 คนทั้งครอบครัวมีเงินแค่ 1,500 บาท และไม่มีใครมีงานทำเลย 

ส่วนตัวผมเพิ่ง เรียนจบ เลยตัดสินใจเอาเงิน 1,500 บาท มาซื้อสีและอุปกรณ์จนหมด แล้วลงมือทำงานแรกได้แค่ 200 กว่าบาทและเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีงานสั่งทำเข้ามามีคนให้เราลองทำ เราก็เลยลองตีราคาดู ชิ้นแรกเราตีราคาไป 3,500 บาทลูกค้าตกลงและโอนเงินมาให้ดีใจมากรีบไปบอกพ่อถูกพ่อด่า ว่ารับงานได้ยังไงถ้าเราทำไม่ได้จะทำยังไง 

งานชิ้นแรกเราช่วยกันทำ 3 คน เสร็จภายใน 1 อาทิตย์ลูกค้าชอบมาก เราจึงได้เอางานนั้นมาโชว์ เพื่อโปรโมทหาลูกค้า กลายเป็นสร้างชื่อให้เราและรู้จักลุงติ๊กมากขึ้นและมีงานมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ส่วนถ้าลูกค้าจะสั่งงานผมเป็นแอดมินเพจจะเป็นคนตีราคา แล้วจะพิมพ์แบบขึ้นมาเพื่อให้พ่อไปทำ พ่อก็จะทำตามแบบตอนนี้มีแพลนจะขยายธุรกิจ จะใช้คนให้น้อยกว่าเดิมโดยจะมีเครื่องเลเซอร์เข้ามาออกแบบในคอมตัดในคอมแล้วก็หาคนมาประกอบ เพื่อจะให้พ่อได้พักบ้าง

ส.ท.พงศ์กาณฑ์ โกมลกนก ลุงติ๊ก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทำได้แต่เขียนป้ายและเล็กๆน้อยๆ จบมาจากวิทยาลัยเพาะช่างเรียนประติมากรรมสากลเรื่องปั้นโดยตรง ปกติงานศิลปะผมชอบมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ หลังจากเกษียณอายุงานก่อนกำหนดจากราชการทหารลูกก็เลยให้ลองทำดูแต่ก็ยังไม่มั่นใจเพราะเราเลิกทำมา 40 ปี งานที่ทำส่วนใหญ่จะมีไอเดียมาจากธรรมชาติและสิ่งที่พบเห็นมาลองทำดู ทุกวันนี้อยากจะให้เด็กที่เรียนศิลปะมาสืบทอดงานต่อ รู้สึกภูมิใจมากที่อายุเยอะแล้วแต่ยังช่วยหารายได้ให้กับครอบครัวได้อยากจะฝากบอกกับคนที่เกษียณราชการ มองตัวเองให้ได้ว่าเราถนัดอะไรแล้วลองทำดู

ทุกวันนี้ลุงติ๊กมีความสุขที่ได้ทำงานจิ๋วทุกชิ้น ไม่ได้เป็นคนแก่ไร้ประโยชน์วันๆอยู่กับงานและสัตว์เลี้ยงชีวิตก็มีคุณค่ามากขึ้น ช่วยครอบครัวได้ ใครสนใจผลงานลุงติ๊ก สามารถเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊กลุงติ๊กสเกล&Diorama หรือโทรศัพท์ 0837591474

กกต.แจงส่งหนังสือชะลอแผนเลือกตั้ง เหตุโยงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง-ค่าใช้จ่าย 

กกต.แจงส่งหนังสือชะลอแผนเลือกตั้ง

วันที่ 8 ม.ค. 2562  นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือ แจ้งไปยังนายทะเบียนจังหวัดทุกจังหวัดและนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ให้ชะลอการปฏิบัติตามแผนเตรียมการเลือกตั้ง ว่าก่อนหน้านี้กกต.จะมีการประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยด้วย 

โดยทางกรมการปกครองฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 21 ธ.ค. 61 แจ้งไปยังหน่วยงานเครือข่ายคือสำนักบริหารงานทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่นให้ทราบถึงปฏิทินการทำงานของกกต.ที่เดิมคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. แต่ต่อมา พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามปฏิทินการทำงานของ กกต. ทำให้สำนักงานกกต. จำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานสนับสนุนให้ระงับการดำเนินการออกไปก่อน เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งผูกกับวันเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิอายุ 18 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง หรือการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

ดังนั้นเมื่อ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ยังไม่มีประกาศออกมา กกต.ก็ไม่สามารถประกาศกำหนดวันเลือกตั้งได้ จึงจำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานสนับสนุนโดยเฉพาะหน่วยงานหลักคือสำนักงานทะเบียนกรมการปกครองกระทรงมหาดไทยให้ทราบว่าขอให้ระงับการปฏิบัติงานออกไปก่อนจนกว่าจะมีประกาศพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.

อย่างไรก็ตาม รองเลขากกต.ระบุว่า ” ที่บอกว่ากกต.มีหนังสือไปถึงกรมการปกครองให้ชะลอการปฏิบัติตามแผนการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 61 น่าจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะสำนักงานกกต.เพิ่งจะมีหนังสือไปถึงกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา คือหลังจากวันที่ 2 ม.ค. ที่ยังไม่มีการประกาศพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา เพราะต้องการให้ทุกอย่างเดินไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นคือต้องมีพ.ร.ฎ. ให้มีการเลือกตั้งออกมาก่อน แล้วกกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง

หน่วยงานสนับสนุนก็จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง หากไม่แจ้งแล้วหน่วยงานสนับสนุนยึดการปฏิบัติตามแผนงานเดิมก็จะมีปัญหาความสับสน ปัญหาค่าใช้จ่าย ๆ ต่างตามมา ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจรวมถึงการสื่อสารที่ตรงกัน ทางสำนักงานกกต.จึงจำเป็นต้องมีหนังสือฉบับลงวันที่ 4 ม.ค. ไปยังหน่วยงานสนับสนุนเพื่อให้ทราบแนวปฏิบัติงาน ”

‘ยิ่งลักษณ์’ นั่งเก้าอี้ประธานบริษัทฯ ท่าเรือซัวเถา หนึ่งในท่าเรือหลักของจีน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งเก้าอี้ประธานบริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล หนึ่งใน 25 ท่าเรือหลักของประเทศจีน

วันที่ 8 ม.ค.2561 เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ของประเทศจีนรายงานข่าวกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าไปควบคุมกิจการบริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (Guangdong Shantou International Container Terminal) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือหลักของจีน ที่ตั้งอยู่ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปเมืองซัวเถา และระบุเพียงว่า เป็นเพียงการไปเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งพ่อในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศในแถบเอเชียเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ซัวเถา ได้เปลี่ยนจากเดิมมาเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัลก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหนึ่งใน 25 ท่าเรือหลักของประเทศตามแนวชายฝั่งของจีน และเป็นหนึ่งในห้าท่าเรือฮับสำคัญในมณฑลกวางตุ้ง มีพื้นที่ท่าเรือ 7 แห่งในซัวเถาพอร์ต

นอกจากนี้ท่าเรือซัวเถา เป็นหนึ่งในท่าเรือไม่กี่แห่งนอกศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และทะเลปั๋วไห่ ที่มีปริมาณการรองรับสินค้าเกิน 1 ล้านทีอียู

ที่มา www.seatrade-maritime.com