ภาพทหารประจำ ‘เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช’ โผกอดครอบครัวด้วยความคิดถึง

ภาพบรรยากาศทหารเรือโผกอดครอบครัว หลังต้องห่างบ้านกว่า 4-5 เดือน เพื่อปฏิบัติภารกิจประจำ ‘เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช’

หลังจากกองทัพเรือได้จัดพิธีต้อนรับ “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” เรือฟริเกตสมรรถนะสูงที่ต่อจากสาธารณรัฐเกาหลี เสร็จสิ้นไปเมื่อค่ำวานนี้ ( 7 ม.ค.62 ) ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ล่าสุดวันนี้ ( 8 ม.ค. 62) ทีมข่าว MThai ได้รวบรวมภาพบรรยายกาศทหารเรือหลายสิบชีวิต ที่ต้องใช้เวลากว่า 4 ถึง 5 เดือน หรือบางคน 9 เดือนในการจากบ้าน เพื่อเดินทางไปเรียนรู้เทคนิคการใช้เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชก่อนจะนำกลับมายังประเทศไทย ด้วยภารกิจอันทรงเกียรติ ซึ่งทหารประจำเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชในครั้งนี้ มีทั้งหมด 141 นาย

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจึงทำให้เกิดภาพชวนอบอุ่นของครอบครัวนายทหาร ซึ่งต่างพากันมารอรับ ทั้งพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง รวมไปถึงหลายครอบครัวที่ภรรยามาพร้อมลูกน้อยที่มารอรับพ่อในครั้งนี้ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ หลายคนภรรยาคลอดลูกขณะตนยังปฎิบัติหน้าที่อยู่กลางทะเล ทั้งนี้ถือเป็นภาพมุมเล็กๆ ที่สุดแสนจะน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก

ฝนถล่มเชียงใหม่ ถนนลื่นทำรถกระบะตกคูเมือง คนขับหนีออกจากรถรอดหวุดหวิด

ฝนถล่มเชียงใหม่หลายชั่วโมง ถนนลื่นทำรถกระบะตกคูเมือง คนขับว่ายน้ำหนีออกจากรถรอดหวุดหวิด

เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวันในทุกอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลการใช้ถนน เป็นไปด้วยความยากลำบากและทำให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะสีดำ ทะเบียน ขท 6561 เชียงใหม่ ตกลงไปคูเมือง บนถนนมณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนรถจมน้ำ โชคดีที่คนขับเปิดประตูรถและว่ายน้ำออกมาได้ทัน

หลังเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำรถยกลากรถขึ้นมาด้วยความยากลำบากใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง พร้อมกับอำนวยความสะดวกการจราจรจากการจราจรติดขัดอย่างหนักท่ามกลางฝนที่ตกลงมาตลอดเวลา

นาย บุญชนะ ต้มกลั่น อายุ 35 ปี คนขับรถกระบะ บอกว่า ขับรถมาตามถนนมณีนพรัตน์เพื่อจะไปตลาด ถึงจุดเกิดเหตุได้เหยียบเบรกตามปกติ แต่ถนนลื่นจากฝนตกหนัก ทำให้ท้ายรถปัดและเสียหลักปีนขึ้นฟุตบาธ ก่อนตกลงไปในคูเมือง รถลอยน้ำไปไกลกว่า 10 เมตร ก่อนจะจมลง ส่วนตนเองว่ายน้ำหนีออกมาได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

นายณัฐฐชูเดช วิริยะดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เตือนประชาชน ให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนขณะฝนตก โดยเฉพาะถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพราะอาจเกิดถนนลื่นเสียหลักตกลงไปในคูเมืองได้

ขณะที่เช้าวันนี้ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายรายในตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้ง รถยนต์ชนท้ายกันหลายคัน รถบรรทุกสิบล้อเกิดอุบัติเหตุถนนลื่นขวางถนน และ ยังมีน้ำขังบนถนนในตัวเมืองเชียงใหม่หลายจุด เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน

คืบหน้าฆ่าโหดแขวนคออดีตครู ชิงรถทำคาร์บอมบ์

คืบหน้าฆ่าโหดแขวนคออดีตครู ชิงรถทำคาร์บอมบ์ คาดผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มของนายบูคอรี หลำโซ๊ะ และนายเสรี แวมามุ แกนนำคนสำคัญ

วันที่ 8 ม.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมริมถนนระหว่างฐานของหน่วยเฉพาะกิจสงขลากับสภ.ห้วยปลิง หมู่3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน เย็บสิบเข็ม ส่งโรงพยาบาลเทพาและ ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายส่งโรงพยาบาลตำรวจยะลา

และจากการตรวจสอบรถกระบะคันนี้พบว่า เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บพ 1331 สงขลา ซึ่งมี นายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือครูจ้อง เป็นผู้ครอบครองและเป็นอดีตข้าราชการครูเกษียร มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 123/8 หมู่1 บ้านหว้าหลัง ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งพบว่าถูกฆ่าแขวนคอเสียชีวิตคาบ้านพัก

ล่าสุด พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดและเปิดเผยว่า คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบในถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัม 2 ถังประกอบไว้ในรถใส่เหล็กเส้นตัดเป็นสะเก็ด และการทำงานค่อนข้างสมบูรณ์และน่าจะนำรถมาจอดไว้ตั้งแต่ช่วงใกล้รุ่ง

ส่วนข้อมูลของครูอมตะ นั้นทราบว่าในช่วง 3 ทุ่มเมื่อคืนนี้ ญาติยังสามารถติดต่อได้ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุหลัง3 ทุ่ม และเป็นการประกอบระเบิดนำไปก่อเหตุแบบเร่งด่วน

ส่วนผู้ก่อเหตุนั้น น่าจะเป็นกลุ่มของนายบูคอรี หลำโซ๊ะ และนายเสรี แวมามุ แกนนำคนสำคัญที่รับผิดชอบก่อเหตุในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหวในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักใน อ.สะบ้อยย้อย จ.สงขลา แต่ไม่พบตัว ทั้งนี้ทางนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเหตุการณ์แล้วพร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดีนี้โดยเร็ว

โดยหลังจากนี้ได้ประสานให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังการก่อเหตุความไม่สงบพื้นขึ้นทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และจ.สงขลา โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยง

ส่วนความคืบหน้าการตรวจจุดเกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 123/8 หมู่1 บ้านหว้าหลัง ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายอมตะ หรือครูจ้องนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุเอาไว้เพื่อรอเคลียร์พื้นที่ให้แน่ใจว่าปลอดภัยเพราะเกรงว่าอาจจะมีการวางระเบิดซ้ำสองเอาไว้

โดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านตึก2 ชั้น นายอมตะ อาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพังคนเดียว จุดที่พบศพถูกแขวนคออยู่ชั้นล่าง โดย นายอมตะ มีน้องชายเป็นตำรวจชุดสืบสวนที่สภ.สะบ้าย้อย ด้วย และมีรายงานว่าขณะนี้หน่วยทหารพรานที่ 41 ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัยในอ.สะบ้าย้อย หลังได้รับเบาะแสความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้