เริ่มวันแรก!! เด็กกรุงเทพคริสเตียน แต่งชุดไปรเวทมาเรียน

เริ่มวันแรก! เด็กโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แต่งชุดไปรเวทมาเรียน ทางด้าน ผอ. เผยเราจะเป็น โรงเรียนแห่งความสุข

วันนี้ ( 8 ม.ค. 62 ) ที่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงด้านวงการศึกษาของระเบียบการแต่งกาย รร. กรุงเทพคริสเตียน ได้มีนโยบาย ประกาศให้นักเรียน ระดับมัธยมต้น และ ระดับมัธยมปราย สามารถแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้ตามสมัครใจ ในทุกวันอังคารเป็นเวลา 1 ภาค การศึกษา แม้จะมีเสียงคัดค้านจากศิษย์เก่า บางกลุ่ม หากประเมินแล้วพบว่ามีผลเสียเช่น ทำให้ผลการเรียนแย่ลง หรือ ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนก็จะยกเลิกแนวปฏิบัติดังกล่าว โดยเริ่มวันนี้เป็นวันแรก

ทั้งนี้ นาย ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผอ.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เปิดเผยว่า ประเด็นหลักอันแรกเลยคือ ปีนี้เราตั้งใจว่าเราจะเป็นโรงเรียนแห่งความสุข เพราะฉะนั้นในช่วงประมาณหกสัปดาห์ที่เหลือ เราเชื่อว่าการที่เราทำงานกับเด็กมาตลอด เด็กเราใส่ยูนิฟอร์มมาตลอด แล้วก็อ่านข่าวในหลายๆที่ ดูจากในหลายๆประเทศ เราเชื่อว่า ถ้าเด็กมีโอกาสได้ใส่ชุดที่เขาอยากจะใส่มาเรียน เขาน่าจะมีความสุข

ประเด็นที่สอง คือโรงเรียนคุยกันมาเป็นสิบปีแล้ว เราลองให้เด็กใส่ชุด ไปรเวทมาบ้าง ดีไหมเนื่องจากว่าเราดูในเรื่องของงานวิจัย มันก็จะมีทั้งข้อดีของชุดยูนิฟอร์ม ข้อดีของชุดไปรเวท ถ้าเรามีโอกาสให้เขาใส่ชุดไปรเวทด้วยในบ้างวันแล้วทำให้เขายิ่งถูกพัฒนาในด้านความคิดสร้างสรรค์ ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี

สุดท้ายนี้คือผมคิดว่าโรงเรียน ณ ปัจจุบัน มันต้องจำลองสภาพความเป็นจริง ต่างๆ มาไว้ในโรงเรียน เพราะฉะนั้น เด็กมีโอกาสที่จะพรีเซนต์ความเป็นตัวเอง

อย่างไรก็ตามถือเป็นนโยบายที่ทางคณาจารย์และผู้บริหาร เห็นพ้องเพื่อเป็นการทดลองเท่านั้น ไม่ได้มีการบังคับเด็กว่าต้องแต่งชุดไปรเวท ซึ่งเป็นภาคสมัครใจ แต่ก็ให้อยู่ในขอบเขตความเหมาะสม ชุดไปรเวทต้องเป็นชุดที่สุภาพ ไม่ใช่แต่งอะไรมาก็ได้ โดยโรงเรียนจะทดลองเป็นเวลา 1 เทอม หากประเมินแล้วไม่ดีก็เลิก

ผู้ปกครองโร่แจ้งความ ลูกชายถูกครูที่ จ.กระบี่ บังคับให้อมนกเขาสำเร็จความใคร่

ผู้ปกครองสุดทนเข้าแจ้งความ สภ.อ่าวนางจ.กระบี่ หลังครูสอนคณิตศาสตร์โรเรียนแห่งหนึ่งใน ต.เขาครามเมืองกระบี่ บังคับให้เด็กนักเรียนชายอมนกเขา เผยทำมานาน กว่า 1 ปี มีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อ จำนวนเกือบ 10 คน บางคนโดนไปกว่า 20 ครั้ง ทำให้อยู่อย่างหวาดผวา

วานนี้(7 ม.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ได้นำพ่อแม่ของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้นป.2 โรงเรียนดังกล่าว เข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.ท.ณกรณ์ ชาติภัย รองสว(สอบสวน)สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ หลังถูกครู สอนคณิตศาสตร์ ในโรงเรียน กระทำอนาจาร โดยครูคนดังกล่าว ให้เด็กชายเอ จับและอมอวัยวะเพศ ถึง 4 ครั้ง จนเกิดอาการหวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน
โดยก่อนแจ้งความ แม่ของเด็กชายเอ ได้เข้าปรึกษากับนายกระจ่าง ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ซึ่งพบว่ามีเด็กนักเรียนในโรงเรียนถูกกระทำในลักษณะเดียวกันถึง 8 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กผู้ชาย อายุระหว่าง 8-10 ปี ปัจจุบันบางคนก็เลื่อนชันเรียนอยู่ชั้น ป.3 และปัจจุบันครูคนดังกล่าวก็ยังสอนอยู่ที่โรงเรียน สร้างความหวาดผวาแก่เด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก

แม่ของเด็กชายเอ เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่สังเกตเห็นว่า ลูกชาย มีอาการกังวลไม่ค่อยอยากไปโรงเรียน และที่สำคัญผลการเรียนก็แย่ลง จากเด็กที่เรียนดีอันดับต้นของห้อง กลับกลายเป็นเด็กที่เรียนอ่อน เรียนไม่รู้เรื่อง จึงได้สอบถามจนกระทั่งทราบว่า ถูกครูประจำชั้นกระทำอนาจาร แต่สาเหตุที่ลูกไม่ได้บอก ก็เพราะว่าถูกครูคนดังกล่าวข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ขณะที่เพื่อนลูกชายบางคนที่ถูกกกระทำในลักษณะเดียวกันบอกว่าถ้าไม่ทำ ครูก็จะไม่ให้คะแนน ซึ่งลูกชายของตนโดนไป 4 ครั้งในห้องเรียน ซึ่งดูจากสภาพที่นั่งของครูในห้องมีสิ่งปิดกั้นไม่สามารถมองเห็นเด็กอยู่ตรงนั้นได้เลย ทีแรกก็รู้สึกโกรธมากจนเกือบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงได้ไปปรึกษากรรมการสถานศึกษา คือนายกระจ่าง เพื่อหาทางออก ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ขณะที่นายกระจ่าง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 1 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2560 ในช่วงเทอมแรก ซึ่งตอนนั้น มาทราบทีหลังว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้ดำเนินการสอบสวน และคาดโทษ ครูคนดังกล่าวไว้แล้ว ถ้ากระทำผิดซ้ำอีกก็จะไล่ออกทันที แต่ทางโรงเรียนไม่ได้แจ้งให้คณะกรรมการสถานศึกษา หรือผู้ปกครองได้รับทราบแต่อย่างใด จึงไม่มีใครทราบเรื่อง จนกระทั่งมีการประชุมผู้ปกครอง เมื่อปลายปี 61 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ปกครองรายหนึ่งไปร้องเรียนกับตน ถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าว ทำให้ตนรู้สึกกังวลมาก เพราะลูกของตนก็เรียนอยู่โรงเรียนดังกล่าว จึงได้พยายามหาข้อมูลด้วยการสอบถามผู้ปกครองเด็กที่อยู่ในชั้นเดียวกันกับลูกของผู้ปกครองที่ร้องเรียน ปรากฏว่ามีเด็กที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว จำนวน 8-9 คน อายุระหว่าง 8-10 ปี ปัจจุบันส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้เรียนชั้น ป.3 แล้ว ซึ่งพฤติกรรมเท่าที่สอบถามเด็กก็คือ บังคับให้เอามือจับอวัยวะเพศของครูคนดังกล่าว จากนั้นให้นวดน้ำมัน และให้อมจนสำเร็จความใคร่ บางคนก็โดนถึง 20 ครั้งก็มี ทั้งในห้องเรียนและที่บ้านพักของครูที่เปิดสอนพิเศษด้วย

นายกระจ่าง กล่าวอีกว่า หลังได้ข้อมูลจากผู้ปกครองแล้ว ตนจึงได้ไปหาผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ผู้อำนวยการขอไว้ โดยบอกว่า ได้ส่งหนังสือไปยังเขตพื้นที่การศึกษาไปแล้ว และให้ลงโทษครูคนดังกล่าว แต่เป็นเพียงการคาดโทษไว้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ก็จะไล่ออกเท่านั้น เป็นเรืองที่น่าวิตกมาก เพราะครูคนดังกล่าวยังสอนอยู่ในโรงเรียน สร้างความหวาดกลัวแก่เด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก และผู้ปกครองนักเรียนก็เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้าน ร.ต.ท.ณกรณ์ ชาติภัย รอง สว.สอบสวน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนผู้เสียหายมาแจ้งความไว้แล้ว 1 ราย และรายนี้เป็นรายที่ 2 ซึ่งในเบื้องต้นได้รับแจ้งความไว้แล้ว ซึ่งคดีนี้เข้าข่ายกระทำอานาจารเด็ก อายุไม่เกิน 15 ปี อย่างไรก็ตาม เป็นคดีเกี่ยวกับเด็ก ในส่วนของการสอบปากคำเด็กนั้น จะต้องประสานนักสหวิชาชีพ อัยการบ้านพักเด็กและครอบครัว นักจิตวิทยามาร่วมสอบปากด้วย ซึ่งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เขตบางกะปิ สั่งยุติการรื้อถอนอาคารทรุดตัว

เจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ ได้สั่งยุติการรื้อถอนอาคาร 4 ชั้น แล้ว วันนี้ทีมสภาวิศวกร เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุอีกครั้ง

ตำรวจนครบาล (สน.)หัวหมาก พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และเจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ เข้าตรวจสอบซากอาคาร 4 ชั้น ที่อยู่ระหว่างการรื้อถอน บริเวณปากซอยรามคำแหง 51/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ หลังเกิดอุบัติเหตุพังถล่มลงมา ส่งผลให้มีประชาชนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บ 2 คน

โดยเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า อาคารนี้ถูกเวนคืน หลังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งมีบริษัทเอกชนเป็นผู้รับเหมารื้อถอน และได้ขออนุญาตถูกต้อง จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่เบื้องต้น พบมีการรื้อถอนจากบนลงล่าง รอบข้างอาคารตั้งแนวปิดกั้นพื้นที่ถูกต้อง แต่ระหว่างการรื้อถอนเกิดอุบัติเหตุขึ้น และยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่

ขณะที่ตำรวจ สน.หัวหมาก เปิดเผยผลสอบปากคำ คนขับรถแบคโฮ ซึ่งเป็นผู้รื้อถอนในขณะเกิดเหตุ ว่าระหว่างรื้อทุบผนังอาคารด้านใน ปรากฏว่าระเบียงชั้น 2 ได้ร่วงใส่แนวกั้นด้านหน้าอาคาร จนไปล้มพาดสายไฟ โดยมีเศษอิฐ และแผ่นปูนตกใส่ทางเท้า จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในเบื้องต้น ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก
ส่วนสาเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่า ระเบียงแตกร้าว เพราะแรงกระแทกจาการรื้อถอน นอกจากนี้พบว่าอุบัติเหตุดังกล่าว ยังส่งผลกระทบกับอาคารของธนาคารออมสิน ที่อยู่ติดกัน โดยมีเศษแผ่นปูนตกใส่ เจ้าหน้าที่จึงขอความร่มมือให้ปิดทำการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย

สำหรับอาคารที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ สั่งหยุดดำเนินการรื้อถอนชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องเข้าตรวจสอบว่าโครงสร้างอาคารทั้งหมด รวมถึงอาคารใกล้เคียงได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้รับผิดชอบโครงการได้ ตามสิทธิ์ทางกฎหมาย ทั้งแพ่งและอาญา

ขณะที่มีรายงานว่า ช่วงสายวันนี้ ทีมสภาวิศวกร นำโดย ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร จะลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด