‘สุดารัตน์’ ขึ้นเวทีปราศรัย ลั่นอยู่กับเรา กระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ

สุดารัตน์ ชูนโยบาย ประชาชนกระเป๋าตุง

เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 7 ม.ค. 2561 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยกับประชาชนกว่าหนึ่งพันคน ทราบว่าประชาชน มีแต่ความเจ็บปวด ซึ่งถือเป็นความเจ็บปวดของพรรคเพื่อไทยและไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ 

ประชาชนรากหญ้า รวมถึงเกษตรกร ไม่มีกำลังซื้อ การค้าขายเงียบ ซึ่งจากการบริหารจัดการ ทำให้ประชาชน ยากจนมากขึ้นแม้จะมีความพยายามดูแลภาคประชาชน โดยใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือก็ตาม

แต่ขอให้ประชาชนรับไว้ เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนและหลังจากนั้น พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะการยกระดับราคาพืชผลทางเกษตรอย่างยั่งยืน

และเมื่อมีการเลือกตั้ง ขอให้ออกไปเลือกพรรคเพื่อไทยให้มาก ให้ถล่มทลาย เอาชนะกลไกของส.ว.250 นำ พี่น้องประชาชนออกจากความทุกข์ยาก และขอให้ถามตัวเองว่า จะทนอยู่กับความทุกข์แบบนี้ต่อไปหรือไม่

จากนั้น นางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน ภรรยาของนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต6 จังหวัดบุรีรัมย์พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวที บอกเล่าความรู้สึกพร้อมกับร่ำไห้บนเวที

ที่นายพรชัย ไม่สามารถเดินทางมาร่วมปราศรัยได้ เนื่องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ถูกตั้งข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม ถูกตั้งข้อหาหลายข้อหา และเป็นข้อหาร้ายแรง โดยอ้างว่าดำเนินการตั้งบริษัท”แสงสว่างลิสซิ่ง “ทำธุรกรรม ชักชวนคนมาให้กู้เงิน ผิดกฎหมาย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประกันตัว จึงอยากถามไปยังผู้มีอำนาจว่า การอยู่พรรคเพื่อไทยมีความผิดมากหรือไม่ 

หลังจากภรรยาของนายพรชัย ขึ้นเวทีเปิดใจแล้วเสร็จคุณหญิงสุดารัตน์ ตามขึ้นไปเพื่อให้กำลังใจโดยสวมกอดให้มีกำลังใจต่อสู้ จากนั้น ประชาชนจึงเริ่มจับกลุ่มพูดคุย เพื่อชักชวนไปร่วมกันให้กำลังใจนายพรชัย

และมีประชาชนคนแสดงความเสียใจ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่ามีความตรงไปตรงมามากน้อยเพียงใด และประชาชน ที่ร่วมฟังการปราศรัยไม่น้อยเศร้าใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงร่วมกันเดินทางไปให้กำลังใจนายพรชัย

‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงกรณีสาวซาอุฯ ขอเดินทางไปประเทศที่3

 บิ๊กโจ๊กแถลงกรณีสาวซาอุขอเดินทางไปประเทศที่3       

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 7 ม.ค.2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงข่าวการดำเนินการกับนักท่องเที่ยวสาวชาวซาอุดิอาระเบียที่ต้องการเดินทางไปประเทศที่ 3 ซึ่งสื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ ณ ห้อง ศปก.บก.ตม.2 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น4  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ           

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. กล่าวว่าจากกรณีที่ น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด เอ็ม อัลคูนัน อายุ18 ปี สัญชาติ ซาอุดิอาระเบีย เดินทางมาไทยโดยเที่ยวบิน KU 413   เนื่องจาก ทางสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ได้ประสานมายังตอนไทย ว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวได้หนีการดูแลจากผู้ปกครองและเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงอยากให้ทางตม.ไทยช่วยดูไว้ ซึ่งภายหลังจากนั้น ทางตม.สนามบินรับทราบ ประกอบกับ เมื่อเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้มายื่นขอวีซ่า เพื่อเข้าไทยต่อตม.สนามบิน แต่ไม่แสดงตัวเครื่องบินกลับ และไม่มีการวางแผนเดินทางหรือที่พักในไทย ทางตม.สนามบินจึงต้องปฏิเสธการเข้าเมือง ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลทั่วโลก เนื่องจากถือว่าเป็นบุคคลต้องห้าม 

จากนั้นจึงให้ทางสายการบิน เป็นผู้ดูแลต่อ ทั้งเรื่องที่พักและอาหาร จนกว่าจะได้ตั๋วเครื่องบิน บินกลับไปยังประเทศต้นทาง ส่วนเรื่องของการถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือถูกยึดพาสปอร์ตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตม.สนามบินไม่ได้ทำการยึดแต่เก็บไว้ ให้จนกว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวจะมีตั๋วเดินทางกลับ ซึ่งเมื่อสายการบินคูเวตแอร์ไลน์ได้ทำการซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้เดินทางกลับเมื่อเช้าที่ผ่านมานั้นทางตม.สนามบิน ก็ได้คืนพาสปอร์ตให้กับหญิงสาวคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว          

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งการดำเนินการหลังจากนี้นอกจากเราจะใช้หลักกฎหมายแล้วเราจะต้องใช้หลักสิทธิมนุษยชนด้วย โดยเบื้องต้น ทางเด็กหญิงคนดังกล่าวระบุว่าที่ไม่ต้องการกลับไปยังประเทศตนเองเนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้าย เลยประสงค์จะเดินทางต่อไปยังประเทศที่ 3  ซึ่งหลังจากนี้ ทางผมและเจ้าหน้าที่จาก UNHCR จะเดินทางเข้าพูดคุยกับเด็กหญิงคนดังกล่าว เพื่อสอบถามว่าจะขอลี้ภัยและเดินทางต่อไปในประเทศที่ 3 ตามที่ต้องการ หรือเดินทางกลับประเทศ

แสนเสียดาย ! เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเก่าโบราณอายุกว่า 100 ปี

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเก่าโบราณอายุกว่า 100 ปี โชคดีรถดับเพลิงมาเร็วฉีดน้ำสกัดได้ทัน แต่เพลิงก็ลุกไหม้บ้าน ได้รับความเสียหายแล้ว เบื้องต้นยังไม่รู้สาเหตุ

( 7 ธ.ค.62 )ร.ต.อ.หญิง ภิญญาลักษณ์ สินวรวิวัฒน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้ที่บ้านเลขที่ 680 ฟ.ซอยคลองสังเขป ย่านโพธิ์ทอง ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองชลบุรี 1 คัน เทศบาลบางทราย 1 คัน จากดับเพลิงบางปลาสร้อย 1 คัน และกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ 

ในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้ที่บ้านเก่าโบราณอายุกว่า 100 ปี เป็นบ้านที่ปลูกยาวประมาณ 60 เมตร กว้าง 20 เมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัด ทั้งด้านนอกและด้านในบ้าน ใช้เวลาประมาณกว่าครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงดับลง 

โดยมีนายอู๊ด แซ่เล้า อายุ 81 ปี เจ้าของบ้านได้รับการช่วยเหลือออกมา และยังมีชายหนุ่มอายุประมาณ 20 – 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสำลักควันไฟ กู้ภัยฯได้ช่วยกันหามออกมาได้ทันสอบถามเบื้องต้นทราบว่าบ้านนี้มีผู้อาศัยอยู่ 3 คน แต่สาเหตุไฟไหม้ยังไม่มีใครทราบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ คงต้องรอสอบสวนชายหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งและให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 2 มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด และส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้