‘วัดบ้านไร่’ จากปณิธานของ ‘หลวงพ่อคูณ’ สู่มรดกทางธรรม

วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จากปณิธานของ ‘หลวงพ่อคูณ’ สู่มรดกทางธรรม ด้วยพลังศรัทธาจากแรงงานชาวบ้าน

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จะมีขึ้นอย่างสมเกียรติ แสดงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ซึ่งคาดว่าจะหลั่งไหลมาร่วมงานจำนวนมาก เพื่อเป็นการแสดงอาลัยสุดท้ายที่มีต่อพระเถระรูปสำคัญของแผ่นดินอีสาน ตลอดการครองสมณเพศของหลวงพ่อนอกจากคำสอนแล้ว สิ่งปลูกสร้างก็สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรม

“ยิ่งเอา มันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมด มันยิ่งได้” หนึ่งในหลักคำสอนของหลวงพ่อคูณ ที่ซ่อนอยู่ใน สิ่งปลูกสร้าง เช่นวิหารเทพวิทยาคม ภายในวัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เกิดการศึกษาธรรมะ ผ่านงานศิลปะ ที่สำคัญ ยังเป็นที่สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ได้มีงานทำ ตามปณิธานของหลวงพ่อคูณ

วิหารเทพวิทยาคม ถือเป็นมหาวิหารพระไตรปิฎกแห่งแรก ที่นำเอาหลักธรรมของพระพุทธเจ้า มาถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายผ่านงานศิลปะ

โดยรอบวิหารคือการผสมผสาน งานศิลปะ เพื่อถ่ายทอดพระพุทธศาสนา รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้า ตกแต่งด้วยศิลปะโมเสก กว่า 20 ล้านชิ้น เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 4 ชั้น และชั้น ใต้ดิน

ซึ่งแต่ละชั้นมีความสวยงามและน่าสนใจแตกต่างกันไป ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการทำบุญที่ทันสมัย ถือเป็นแหล่งพุทธธรรม ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่สร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาจากแรงงานชาวบ้าน เพื่อให้คนในพื้นที่เห็นคุณค่า และมีส่วนร่วมในวิหารธรรมหลังนี้ ที่ก่อเกิดจากปณิธานของหลวงพ่อคูณ ที่ต้องการมอบมรดกทางธรรมให้กับคนไทยได้ศึกษาและภาคภูมิใจ

ตลอดช่วงการครองสมณเพศของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ไม่ได้สร้างแต่ศาสนสถานเท่านั้น ท่านสามารถรวบรวมเงินทำบุญไปบริจาคสร้างสาธารณะกุศล ไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านบาท ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน นี่คือสิ่งหนุนนำให้ผู้คนหลั่งไหลมาบริจาคเงินทำบุญ ต่อพระเกจิที่เพียรบำเพ็ญทานจนวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อสังคม

นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 ปลดล็อกสิทธิบัตรกัญชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาจดสิทธิบัตรกัญชา โดยเปิดช่องให้ศึกษาและวิจัย ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันที่ 28 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2562 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ

โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาจดสิทธิบัตรกัญชา โดยเปิดช่องให้ศึกษาและวิจัย ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม ประกอบกับ คสช. ได้รับรายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาถึงปัญหาของกระบวนการด้านสิทธิบัตร ที่ได้มีการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรตามกฎหมาย ว่าด้วยสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาจำนวนหนึ่งไว้อยู่ก่อนแล้ว

จึงออกคำสั่งเปิดทางให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร หรือสั่งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตร ตัดข้อถือสิทธิที่เป็นการประดิษฐ์ดังกล่าวภายใน 90 วัน หากปรากฏว่าคำขอนั้นไม่ชอบ และคำสั่งขอยกเลิกรับสิทธิบัตรของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ขอรับสิทธิบัตร อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ซ้อมเสมือนจริง พิธีลอยอังคาร ‘หลวงพ่อคูณ’ ขบวนเรือล่องตามน้ำโขง

เมื่อสรีรสังขาร หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ กลายเป็นเถ้าอัฐิ ในวันที่ 30 ม.ค. 62 ก็จะถูกลำเลียงจาก จ.ขอนแก่น ไปยังจ.หนองคาย เพื่อลอยอังคารในแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 62 ขบวนเรือซ้อมเสมือนจริง ล่องเรือวน 3 รอบ บริเวณพระธาตุกลางน้ำ ซึ่งเป็นจุดโปรยเถ้าอัฐิ โดยเรือที่ทำการซ้อมเสมือนจริงในแม่น้ำโขง จะล่องเรือทวนน้ำไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แล้วกลับขบวนเรือล่องตามน้ำโขง จนถึงพระธาตุกลางน้ำ

จากนั้น เรือลาดตระเวน หรือ ล.169 ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง สถานีเรือหนองคาย จะเป็นเรือหลักลำเดียวที่วนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ ทำการโปรยเถ้าอัฐิ โดยมีเรือลำอื่นขนาบอยู่ด้านข้าง

สำหรับ พิธีการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังขบวนมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำกล่องบรรจุเถ้าอัฐิ หลวงพ่อคูณ มาถึงสถานีเรือหนองคาย ส่วนเรือเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ นอกจากเรือของภาครัฐ คือ เรือของ นรข.เป็นหลัก, เรือตำรวจน้ำ, เรือเจ้าท่า และเรือตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ยังมีเรือเอกชนอีก 10 ลำเข้าร่วมขบวน โดยจะพาคณะผู้ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ 250 คน ติดตามไปด้วย

ขณะที่ ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่จะมีการจัดพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขง ไว้ให้ชมขบวนเรือลอยอังคาร และกราบไหว้เถ้าอัฐิ หลวงพ่อคูณ ตามรายทางอีกด้วย