เช้านี้ ‘ฝุ่นละออง’ ในอากาศ กลับมามีผลกระทบต่อสุขภาพ ในหลายพื้นที่ กทม. อีกครั้ง

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 6 มกราคม 2562 จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า ลักษณะอากาศไม่เสถียรภาพ มีเมฆบางส่วน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ” และปริมาณฝุ่นละอองได้เพิ่มขึ้น

=> พื้นที่ริมถนน มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ 21 พื้นที่

=> พื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน / แต่ก็ยังไม่เกินสูงมากนัก อยู่ 11 พื้นที่

=> คาดการณ์ (จากข้อมูลกรมอุตุนิยมฯ) ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการแบบ realtime ได้ที่ กรมควบคุมมลพิษ ทางเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น Air4Thai และเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร bangkokairquality.com

ตำรวจชี้ยังไม่พบพิรุธรถหรู เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้บ้าน ‘บอล บางแก้ว’

ภ.1 เผยยังไม่พบหลักฐานจากรถหรูเชื่อมโยงไฟไหม้บ้าน “บอล บางแก้ว” เป็นเหตุให้แฟนสาวดับ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันนี้(6 ม.ค.) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) เปิดเผยถึงกรณีที่นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ หรือ บอล นักร้องนำวงบางแก้ว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับนำรถยนต์หรูต้องสงสัยมาให้ตรวจสอบ หลังถูกกล่าวหาว่ากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเหตุเพลิงไหม้บ้านเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้แฟนสาวเสียชีวิต

โดย พล.ต.ท.อำพล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปยังเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอฝ่ายพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจน ส่วนคราบเลือดที่พบจะต้องรอการพิสูจน์ทราบอย่างละเอียดว่าเป็นเลือดของใคร สำหรับการตรวจสอบรถยนต์หรู หากพบว่ามีการสวมทะเบียน ครอบครองอย่างไม่ถูกต้อง หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการเป็นคดีแยกต่างหากไป เนื่องจากรถคันดังกล่าวเป็นของบุคคลอื่น ไม่ใช่ของนายพงษ์เพชร

“ดีป้า” เร่งสร้างกำลังคนดิจิทัล เตรียมให้ทุนนำร่อง 5 สาขา สูงสุดรายละ 1 ล้านบาท

นโยบาย Thailand 4.0 กลไกหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (new engine of growth) คือ การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยการต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และการเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

รวมถึงรัฐบาลยังวางนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าวในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว คือ การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ที่มีความรู้ความสามารถเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) และสนับสนุนแผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2560 – 2564) หนึ่งในแผนงานย่อยภายใต้แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

จากการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2560 ประเทศไทยมีความต้องการกำลังคนด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นประมาณ 14,000 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีจำนวนผู้จบการศึกษาในสาขาด้านดิจิทัลหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวนปีละ 20,000 คน แต่ปัญหาหลักด้านกำลังคนดิจิทัลของประเทศไทย คือ มีบัณฑิตที่จบการศึกษาจำนวนมาก แต่ขาดแคลนกำลังคนที่มีคุณภาพ เนื่องจากบัณฑิตที่จบมาไม่สามารถทำงานได้จริง ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพและสามารถทำงานได้จริง เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

ดีป้า โดย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ จึงได้ริเริ่มและผลักดันให้เกิดมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการให้ทุนศึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa Digital Scholarship Fund) ขึ้น เพื่อกระตุ้นและเร่งรัดให้เกิดการสร้างระบบนิเวศน์ในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีการลงทุนอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ดิจิทัลพาร์ค (Digital Park) หรือพื้นที่นวัตกรรม (Innovation Park) โดยเป็นการให้ทุนในการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในสาขาที่ขาดแคลน นำร่องใน 5 สาขาสำคัญ ประกอบด้วย 1. การเขียนโปรแกรมระดับสูง 2. เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) 3. เมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) 4. การวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง (Data Analytics) และ 5. เทคโนโลยีป้องกันด้านความปลอดภัย (Advanced Security)

ซึ่งมาตรการดังกล่าว ดีป้าจะให้การส่งเสริมและสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรมหรือค่าใช้จ่ายในการยกระดับทักษะความรู้ด้านดิจิทัลตาม หลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากดีป้า และเป็นค่าตอบแทนหรือค่าจ้างในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่มีข้อตกลงร่วมกันกับผู้ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน โดยคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 60 และเจ้าของสถานประกอบการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือร้อยละ 40 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตศรีราชา Keio University (Japan) Mitsubishi Electric (Japan) Mitsubishi Electric (Thailand) เป็นต้น

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โทร. 02 141 7100-1 หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.depa.or.th