พิษพายุปาบึก! น้ำทะเลหนุนสูงท่วมพื้นที่สมุทรปราการ แนะหลีกเลี่ยงจราจร

น้ำทะเลหนุนเอ่อท่วมพื้นที่สมุทรปราการ สมุทรสงคราม แนะหลีกเลี่ยงจราจร ขณะที่น้ำยังท่วมสถานีรถไฟที่วัง จ.นครศรีธรรมราช กระทบการเดินรถสายใต้ล่าช้า

วันนี้(5 ม.ค.) มีรายงานว่า ผลพวงจากพายุปาบึก ได้ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสงคราม โดยที่ จ.สมุทรปราการ พบน้ำทะเลหนุนสูงหลายจุดเช่นที่ ถนนสุขุมวิท บริเวณหน้าโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ทั้งขาเข้า และขาออก ทั้งนี้ น้ำทะเลได้หลากเข้าท่วมผิวการจราจร ส่งผลให้รถเริ่มชะลอตัว ขณะที่ จ.สมุทรสงคราม บริเวณตลาดแม่กลอง ช่วงเช้าวันนี้ พบน้ำทะเลหนุนสูง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดดังกล่าว

ภาพจาก @potojae

ส่วนสถานีรถไฟที่วัง ปริมาณน้ำได้ท่วมสูงขึ้น ส่งผลให้ขบวนรถโดยสารสายใต้ล่าช้า ดังนี้ 1.ขบวน 31 ออกเขาชุมทอง ช้า 113 นาที 2.ขบวน 171 ออกใสใหญ่ ช้า 183 นาที 3.ขบวน 37/45 ออกหลักช้าง ช้า 136 นาที 4.ขบวน 169 ออกบ้านส้อง ช้า 72 นาที 5.ขบวน 173 ออกสุราษฎร์ธานี ตามเวลา 6.ขบวน 167 ออกแสงแดด ช้า 153 นาที 7.ขบวน 85 ออกชุมพร ช้า 114 นาที และ 8.ขบวน 39/41 ออกปะทิว ช้า 41 นาที

ภาพจาก @PinkkieStill
ภาพจาก @PinkkieStill

ภาพจาก @Kodang12,@potojae, @PinkkieStill

สรรพากร รณรงค์ยื่นแบบออนไลน์ ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตร ได้รับเงินคืนรวดเร็ว

กรมสรรพากรได้ปรับปรุงกระบวนการให้บริการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบการโอนเงินแบบผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) ตั้งแต่ปีภาษี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ลดภาระในการเดินทางไปธนาคารเพื่อนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ไม่ต้องรอรับเช็คคืนภาษีทางไปรษณีย์ รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องเช็คคืนภาษีส่งไม่ถึงมือผู้รับหรือเช็คคืนภาษีสูญหาย อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เช็คและจัดส่งทางไปรษณีย์ซึ่งเป็นต้นทุนของประเทศ

จากข้อมูลสถิติการยื่นแบบฯ และการขอคืนภาษีในปีภาษี 2560 พบว่าผู้ขอคืนภาษีส่วนใหญ่มีการผูกบัญชีเงินฝากธนาคารด้วยเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรับเงินผ่านระบบการโอนเงินแบบ พร้อมเพย์มากกว่าร้อยละ 70 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561)

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า

“สำหรับปีภาษี 2561 ผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือ ผ่านทาง RD Smart Tax Application และมีความประสงค์ขอคืนภาษี กรณีที่แบบฯ ดังกล่าว ไม่ติดเกณฑ์การตรวจสอบก่อนคืนภาษี กรมสรรพากรได้เริ่มส่งข้อมูลการคืนภาษีให้ธนาคารแล้ว ซึ่งหากผู้เสียภาษีลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชนไว้ ธนาคารจะนำเงินคืนภาษีเข้าบัญชีฝากธนาคารที่ผู้เสียภาษี ได้ลงทะเบียนในวันทำการถัดไป กรมสรรพากรจึงขอรณรงค์ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งผู้เสียภาษี จะได้รับเงินคืนภาษีอย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็ว”

อย่างไรก็ตามเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับเงินภาษีคืน สำหรับผู้ขอคืนที่ไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน กรมสรรพากรมีช่องทางการรับเงินคืนภาษี โดยให้ผู้ขอคืนนำหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กรมจัดส่งให้ทางไปรษณีย์พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน และหรือเอกสารหลักฐาน ซึ่งแสดงถึงฐานะของผู้มีเงินได้ที่มีสิทธิได้รับคืนเงินภาษีไปติดต่อ เพื่อขอรับเงินคืนภาษีได้ที่ธนาคารภายในวันที่ที่ระบุไว้ในหนังสือ ซึ่งผู้เสียภาษีจะได้รับเงินคืนภาษีอย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161

ศภช.เตือนสุราษฎร์อ่วม ลมลดลงแต่ฝนตกหนักมาก

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เตือนสุราษฎร์อ่วม ลมลดลง แต่ฝนยังตกหนักมาก รุนแรงแต่ไม่มากเท่ากับ จ.นครศรีฯ

วันนี้(5 ม.ค.) นายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์การเตือนภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช. )กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงการติดตามพายุโซนร้อนปาบึก ว่า หลังจากที่ได้เคลื่อนเข้าฝั่งที่บริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชวานนี้ ทำให้ความเร็วลมจะลดลดจากพายุโซนร้อน ที่ 75 นอต เหลือเป็นดีเปรสชั่นประมาณ 50-60 นอต แต่สถานการณ์ยังถือว่าหนักอยู่

โดยเฉพาะบริเวณโซนติดทะเล เช่น อ.หัวไทร ปากพนัง ขนอม ที่ลมทะเลที่รุนแรงเข้ามาประกอบด้วย ส่วนเส้นทางของพายุนั้น ในวันนี้(5 ม.ค.) จะเคลื่อนเข้าสู่ จ.สุราษฎร์ธานี ลมจะลดลง แรงไม่มาก แต่ฝนจะตกหนักมาก จะมีเรื่องของน้ำท่วมขัง น้ำไหลหลาก ซึ่งในภาพรวมแล้วความรุนแรงจะยังคงมีอยู่ แต่ไม่มากเท่ากับ จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นก็เคลื่อนไปสู่ทางฝั่งอันดามันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังในเรื่องของความเร็วของการเคลื่อนตัวของพายุด้วย ซึ่งถ้าเคลื่อนตัวเร็วขึ้นก็จะทำให้ส่งผลกระทบมากขึ้น รวมไปถึงจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง จ.นครศรีธรรมราช อย่าง จ.พัทลุง จ.ตรัง จะได้รับกระทบมีฝนตกหนักไปด้วย จากการประเมินทิศทาง พายุลูกนี้จะอยู่ในประเทศไทยไม่เกินวันที่ 5-6 ม.ค. ฉะนั้น วันที่ 7 ม.ค. น่าจะเข้าสู่โหมดการเข้าฟื้นฟูและเยียวยาความเสียหายต่อไป