ตลท. ชี้ หุ้นไทยดีขึ้น นักลงทุนมั่นใจหลังประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน

ตลท. เผย ทิศทางการลงทุนหุ้นไทยดีขึ้น หลังประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน เหตุนักลงทุนมั่นใจสถานการณ์การเมืองและนโยบายเศรษฐกิจใหม่

กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. กล่าวถึงมุมมองหลังมีการกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคม ว่าส่งผลให้การเมืองในประเทศมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ เพราะนักลงทุนชอบความชัดเจน

และในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมจัดงานไทยแลนด์โฟกัส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่เรียบร้อย ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองของไทยต่อนักลงทุนสถาบันทั่วโลกที่มาร่วมงานในประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ด้านรองผู้จัดการดูแลงานด้านผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่า การเมืองที่มีเสถียรภาพทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น บรรยากาศการลงทุนโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ยังมีปัจจัยจากต่างประเทศที่ยังคลุมเครือและกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก

โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หรือทางออกกรณีสหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ที่ทั่วโลกจับตามอง ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยหลักที่กดดันการลงทุนในปีนี้

ส่วนการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และกระทบมาถึงกำไรบริษัทจดทะเบียน นายแมนพงศ์ ยังเชื่อว่า อัตราการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 3/2561 จะมีกำไรมากกว่าร้อยละ 10 ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนระเบียนเศรษฐกิจภาคตะวันออก คาดว่าในอีก 5 ปี จะเสร็จสมบูรณ์และจะเห็นผลจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจมากขึ้น

เผยรายชื่อ 5 บุคคลถวายเพลิงครูใหญ่ ‘หลวงพ่อคูณ’ ตามขนบอีสาน

เผยรายชื่อ 5 บุคคลถวายเพลิงครูใหญ่ “หลวงพ่อคูณ” ตามขนบอีสาน ขณะที่ มข. สั่งปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนดแม้การถวายเพลิงจะเสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 28 ม.ค.62 รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.,รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.,รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น,พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23 และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น

ร่วมกันฝึกซ้อมริ้วขบวนการลำดับขั้นตอนการเคลื่อนสรีรสังขารครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. สถานที่ที่สำหรบการจัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 มายังฌาปนสถานฯ

โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวได้เริ่มจากการเคลื่อนย้ายสรีรสังขาร มาขึ้นรถที่เตรียมไว้ การกำหนดริ้วขบวน การเคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ทุกคันที่ใช้ร่วมในขบวน การจำกัดความเร็วตลอดระยะทางที่กำหนด การเคลื่อนสรีรสังขารลงจากรถมายังเมรุชั่วคราว ที่ มข.จัดสร้างขึ้นในรูปของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ

ในการฝึกซ้อมนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางความสนใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่มาร่วมชมการฝึกซ้อมและความงดงามของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ กันเป็นจำนวนมาก

รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า ทันทีที่ขบวนรถมาถึง ตามขนบแล้วผู้ทำการสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก จะเป็นผู้ที่ไปรับสรีรสังขารของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งคล้ายกับการเชิญเข้าบ้าน โดยตนเองนั้นจะพาทีมช่างนกหัสดีลิงค์ และผู้ที่รับผิดชอบในงานภาคพิธีกรรมรับสรีรสังขารของหลวงพ่อจากรถมายังเตาเผา

โดยเจ้าหน้าที่จะยกโลงเข้ามาบริเวรด้านหน้าของตัวนก เลี้ยวขวาและขึ้นสะพานพญานาคจากนั้นจะวนซ้ายและเข้าสู่ตัวทางปีกขวา ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว เป็นหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ที่จะเปิดกุญแจที่ล็อคเตาเผาออกเพื่อนำโลงที่บรรจุสรีรสังขารของหลวงพ่อนั้นบรรจุเข้าไป โดยโลงของหลวงพ่อเป็นอยู่ในลำดับชั้นโลงที่ 2

เมื่อสรีรสังขารหลวงพ่อได้บรรจุเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่พิธีการต่างๆทั้งการวางดอกไม้จันทน์ การทอดถวายผ้าบังสุกุล จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบ การรำสํสการ และการขอขมาสรีรสังขารของหลวงพ่อเป็นลำดับขั้นตอนสุดท้าย

ซึงพิธีการดังกล่าวทั้งหมดที่กำหนดมานั้นจะเสร็จสิ้นช้าที่สุดคือ 19.15 น. เพื่อให้คณะทำงานได้เคลียร์พื้นที่เพื่อที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการถวายเพลิงในเวลา 22.15 น. ตามที่กำหนด โดยเมื่อถึงเวลา พระเถรานุเถระที่ทรงสมณศักดิ์สูงสุดในงานจะจุดไฟในเตาเผา

ซึ่งเป็นไฟที่เผาสรีรสังขารของหลวงพ่อ จากนั้นผ่านไป 20 นาที จะเป็นการถวายเพลิงตามขนบอีสาน โดย มข. ได้กำหนดผู้ที่ตะถวายเพลิงแล้ว 5 คน ประกอบด้วย ผวจ.ขอนแก่น,ผวจ.นครราชสีมา,ผวจ.หนองคาย,อธิการบดี มข.และคณบดีคณะแพทยศาสตร์

รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า หลังจากการถวายเพลิงในลำดับขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จ นกหัสดีลิงค์ฯก็จะเผาไหม้ไปพร้อมกับสรีรสังขารของหลวงพ่อ โดยคณะทำงานนั้นไม่สามารถคาดการณ์ว่าเพลิงจะลุกไหมมากน้อยเท่าใด หรือเปลวไฟจะไปในทิศทางใด ดังนั้นในช่วงของการเคลียร์พื้นที่ จึงจำเป็นจะต้องกันประชาชนออกนอกฌาปนสถานฯแห่งนี้ออกให้ไกลที่สุด เพื่อให้ไฟได้ลุกไหม้ไปทั่วทั้งบริเวณ

โดยใน่ชวงเช้าเมื่อเพลิงสงบลงแล้ว คณะทำงานจากคณะแพทยศาสตร์ที่รับผิดชอบ 4 คน จะทำการล็อคกุญแจโลงบรรจุอัฐิของหลวงพ่อ เพื่อนำไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย ทันที ซึ่งเมื่อขบวนเชิญอัฐิของหลวงพ่อออกจากฌาปนสถานฯไปแล้ว มข.จะทำการนำโรงเรือนตระแกรงขนาดใหญ่ มาวางครอบจุดถวายเพลิงไว้อย่างแน่นหนา มีการล็อคกุญแจหนาแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำตลอดทั้ง 24 ชม. เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณเด็ดขาด

สำหรับในการฆ่านกหัสดีลิงค์ฯ และการถวายเพลิงสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น ทุกลำดับขั้นตอนมีการกำหนดรูปแบบและการเตรียมงานของทุกฝ่ายไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้นการพยายามจะเข้ามาเก็บสิ่งของต่างๆในช่วงของพิธีกรรมที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นของมงคลนั้นไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ เพื่อใช้บรรจุในอนุสรณ์สถานของหลวงพ่อคูณ ที่จะทำการจัดสร้างขึ้นตามลำดับต่อไป

พบกลุ่มคนร้าย ลักลอบตัดไม้พะยูง แต่เอาไปไม่รอด

คนร้ายใช้เวลาช่วงกลางดึก ลักลอบตัดไม้พะยูง ชาวบ้านได้ยินเสียงไม้ล้มไม่กล้าออกมาดู จนรุ่งเช้าพบต้นพะยูงถูกโค่น และยังมีโซ่ของเลื่อยยนต์ขาดติดอยู่ที่ลำต้น คาดเป็นคนร้ายกลุ่มเดิมที่เข้ามาตัดเมื่อปลายปีที่แล้ว

วันนี้ (29 ม.ค.2562) ร้อยตำรวจเอกณัฏฐภัทร ศรีทา ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายศักดิ์สิทธิ์ โสพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อบันทึกภาพและสอบถามผู้พบต้นพะยูงล้มเป็นคนแรก

หลังจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่สวนว่า ต้นพะยูงที่ปลูกไว้ในพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา ถูกโค่นล้มในช่วงกลางดึก และลงมาขวางปิดทางเข้าออกซอย

โดยที่ลำต้นของต้นพะยูงยังพบโซ่ของเลื่อยยนต์ขาดติดอยู่ที่ลำต้น และพบขวดน้ำมันเครื่องตกอยู่ คาดว่าคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุโค่นต้นพะยูงอายุกว่า 10 ปีต้นนี้ลงมาแล้วมีคนผ่านมาพบ จึงรีบทิ้งของหนีไป

ซึ่งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบอกว่า ได้รับรายงานว่าในพื้นที่ของตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี ก็มีไม้พะยูงถูกโค่นอยู่ในลักษณะเดียวกัน เมื่อคืนที่ผ่านมาเช่นกัน โดยคาดว่ากลุ่มคนร้ายจะเป็นกลุ่มเดียวกัน

จากการตรวจสอบต้นพะยูงที่ถูกโค่นล้มลงมา ช่วงโค่นถูกตัดเหนือขึ้นมาจากดินประมาณ 20 เซนติเมตร ส่วนท่อนบนที่ถูกตัดแบ่งท่อนมีความยาวประมาณ 2 เมตรเศษ เพราะช่วงปลายยังมีขนาดเล็ก คาดว่าคนร้ายน่าจะต้องการในส่วนที่กำลังตัดอยู่ แต่ยังตัดไม่สำเร็จ

นายศักดิ์สิทธิ์ โสพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี บอกว่า ต้นพะยูงต้นนี้เป็นต้นที่ 4 แล้ว ที่ถูกลักลอบเข้ามาตัดโค่น แต่คนร้ายไม่สามารถเอาไม้ไปได้สำเร็จ โดยครั้งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2561 ต้นพะยูงถูกโค่นลงมา

ครั้งนั้น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านและชุดปกครองเคยเข้ามานั่งเฝ้าอยู่ถึง 3 คืน หวังว่าคนร้ายจะกลับมาเอาไม้ แต่ไม่พบ จึงนำไม้ไปเก็บรักษาไว้ ส่วนครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นชุดเดียวกันกับที่เข้ามาก่อเหตุก่อนหน้านี้ เนื่องจากต้นพะยูงเหมือนกับมีร่องรอยการเจาะเพื่อสำรวจ เมื่อถึงเวลาจึงเข้ามาทำการตัดโค่น

นายพัชร ปิดตาระโพธิ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในซอย ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร บอกว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณตี 1 ตนได้ยินเสียงคล้ายกับต้นไม้ล้ม แต่ไม่ได้ยินเสียงเลื่อย จึงไม่รู้ว่ามีคนแอบเข้ามาโค่นต้นพะยูง และช่วงเวลานั้นดึกมากด้วย ไม่กล้าออกมาดูเพราะเกรงจะเกิดอันตราย

จนช่วงเช้ามีชาวบ้านจะเข้าไปในซอย เจอต้นไม้ล้มขวางซอยอยู่ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นต้นพะยูง จึงประสานไปยังผู้ดูแลพื้นที่ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ดูแลพื้นที่ นำเอกสารแจ้งกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตามขั้นตอน เพื่อขอนำไม้ไปเก็บรักษาไว้ในที่ที่ปลอดภัยต่อไป