กระทรวงเกษตรฯ ยกอุตรดิตถ์ต้นแบบปลูกข้าวโพดหลังนา รายได้เฉลี่ย 8,365 บาท/ไร่

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การันตีโครงการปลูกข้าวโพดหลังนาช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้จริง พร้อมยกอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นต้นแบบความสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรให้หันมาปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ใช้ความร่วมมือตามแนวทางประชารัฐส่งเสริมการผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพให้เกษตรกร ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาท/ไร่ ราคารับซื้อกิโลกรัมละ 7-8 บาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยไร่ละ 8,365 บาท และเมื่อหักต้นทุนแล้ว เกษตรกรจะมีกำไรเฉลี่ย 4,555 บาท/ไร่

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อเพิ่มปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดภายในประเทศ และช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีรายได้ที่มั่นคง โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นการปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่ตลาดมีความต้องการ ซึ่งในช่วงระยะแรกของการดำเนินโครงการได้ทดลองส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่นำร่อง ในอำเภอพิชัย อุตรดิตถ์ โดยมีสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโรงหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโคกหม้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพิชัย จำกัด เข้าร่วมโครงการจำนวน 206 ราย พื้นที่ปลูก 3,025 ไร่ เริ่มปลูกข้าวโพดตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์วงเงิน 10.3 ล้านบาทให้สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการกู้ยืมไปจัดหาปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิกและเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อรวบรวมผลผลิตเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว

ตลอดระยะเวลาของการเพาะปลูกข้าวโพด จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และบริษัทเอกชนผู้ผลิตอาหารสัตว์ ร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวโพด การดูแลรักษา การลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตให้เพิ่มขึ้น รวมถึงร่วมวางแผนการตลาดกับสหกรณ์ทั้ง 4 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพและส่งข้าวโพดให้กับโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่ และขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่นำร่องดังกล่าวได้ทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังใช้ระยะเวลาในการปลูกข้าวโพดประมาณ 4 เดือน รวบรวมผลผลิตแล้ว 3,888.60 ตัน ซึ่งผลผลิตทั้งหมดสหกรณ์จะรับซื้อทั้งหมดเพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพส่งขายให้กับพ่อค้าเอกชนในพื้นที่และสหกรณ์การเกษตรเมืองตรอน จำกัด ซึ่งเป็นแม่ข่ายในการรับซื้อผลผลิตจากทั้ง 4 สหกรณ์ เพื่อส่งจำหน่ายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท CPF และบริษัท เบทาโกร

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาในพื้นที่นำร่อง พบว่าต้นทุนในการปลูกข้าวโพดเฉลี่ย 3,810 บาท/ไร่ ผลผลิตที่ได้เฉลี่ย 1,200 กิโลกรัม/ไร่ ราคารับซื้อข้าวโพดความชื้น 27-30 % อยู่ที่ 7-8 บาท/กิโลกรัม และเกษตรกรจะมีรายได้จากการจำหน่ายข้าวโพดเฉลี่ย 8,365 บาท/ไร่ และเมื่อหักต้นทุนแล้วเกษตรกรจะมีกำไรเฉลี่ย 4,555 บาท/ไร่ และนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะลงพื้นที่ติดตาม ผลความก้าวหน้าการดำเนินโครงการส่งเสริมปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาในพื้นที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์และร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพื้นที่นำร่อง ในวันที่ 9 มกราคม 2562 นี้

ประมวลภาพความเสียหาย ([บางส่วน) หลังพายุโซนร้อนปาบึก พัดถล่มปากพนัง

ภาพความเสียหายบางส่วน หลังพายุโซนร้อนปาบึก พัดขึ้นฝั่งที่ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

จากกรณีที่เมื่อเวลาประมาณ 12.45 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 18 พร้อมระบุว่า พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วส่งผลทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ พร้อมขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้นั้น

ล่าสุด เพจ ข่าวด่วนน้ำท่วม ได้มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่าหลายพื้นที่ของอำเภอ ไม่วว่าจะเป็นสถานที่ราชการ หรือบ้านเรือนประชาชน เจิงนองไปด้วยน้ำและฝนตกไม่ขาดสาย ขณะเดียวกันต้นไม้และเสาไฟฟ้าได้โค่นล้มลงมาทับข้าวของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมากโดยเฉพาะรถยนต์ หลังถูกลมแรงของพายุพัดเข้าใส่ อย่างไรก็ดียังไม่มีรายงานของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด

พายุปาบึก เข้าฝั่งปากพนังแล้ว ขณะนี้อยู่เชียรใหญ่เมืองคอน

พายุปาบึก เคลื่อนเข้าฝั่งที่บริเวณ อ.ปากพนังแล้ว ด้วยความเร็วลม 75 กม./ชม. ขณะนี้อยู่อ.เชียรใหญ่ .นครศรีธรรมราช

วันนี้(4 ม.ค.) ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึก ได้เคลื่อนเข้าฝั่งที่บริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล้ว โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 18 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมจังหวัดสุราษฎร์ธานีในระยะต่อไป

จากการติดตามผ่าน https://www.windy.com พบว่าขณะนี้(15.40 น.) จุดศูนย์กลางของพายุอยู่บริเวณ บ้านเกาะทวด ตำบล การะเกดอ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้พื้นที่ใกล้เคียได้รับผลกระทบหนัก ทั้งที่ อ.ปากพนัง อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ