กทม. เข้มจัดระเบียบทางเท้า ร้านค้าสตรีทฟู๊ด ตลอดปีที่ผ่านมา

ปีที่ผ่านมา กทม. คุมเข้มจัดระเบียบทางเท้า ร้านค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากทางเท้าอย่างเต็มที่ ด้านพ่อค้าแม่ค้าต่างคัดค้าน เนื่องจากทำให้ยอดขายลดลง

ตลอดปีที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้เดินหน้ามาตรการจัดระเบียบครั้งใหญ่ ทั้งย่านเศรษฐกิจและย่านที่มีประชาชนสัญจรจำนวนมาก จนเกิดปัญหาทางเท้าไม่เป็นระเบียบเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และหาบเร่แผงลอย ที่ตั้งวางขาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ทั้งทางเท้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่วมไปถึงการจัดระเบียบวินรถตู้โดยสาร , ทางเท้าย่านสยามสแควร์ , บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ฝั่งถนนพหลโยธิน , ปากคลองตลาด และจุดท่องเที่ยวสำคัญอย่างเส้นถนนข้าวสาร

ระหว่างที่ กทม. ดำเนินการจัดระเบียบทางเท้า ก็เป็นเวลาเดียวกันที่ประเทศไทยได้รับการโหวตให้เป็นมหานครแห่ง Street Food ซึ่งถือเป็นสเน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้ไม่น้อย ด้วยเอกลักษณ์ของอาหารที่มีรสชาติอร่อย ราคาย่อมเยา ที่สำคัญคือสามารถหาซื้อได้ง่ายตามข้างทาง

ด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินหน้าจัดระเบียบเมืองอย่างต่อเนื่องหวังพลิกโฉมใหม่ให้ทางเท้าเมืองหลวง แม้จะมีเสียงต่อต้านจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าไม่น้อย เนื่องจากส่งผลกระทบกับยอดขายสินค้าและความนิยมของนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังยืนยันว่าจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคืนทางเท้าให้คน กทม.

แม้จะมีการออกมาตรการ 5 ไม่ ประกอบด้วย 1.ไม่จอดหรือขับขี่รถบนทางเท้า 2.ไม่มีหาบเร่ แผงลอยที่ผิดหลักเกณฑ์หรือผิดกฎหมาย 3.ไม่มีป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย 4.ไม่มีสิ่งปฏิกูลหรือขยะมูลฝอย 5.ไม่ตั้งวางกระถางต้นไม้หรือสิ่งใดๆ บนทางเท้าหรือที่สาธารณะ

ทั้งนี้ยังพบถนนบางสายที่แม้จะถูกจัดระเบียบไปแล้ว แต่ยังคงมีผู้ค้าฉวยโอกาสตั้งร้านลับหลังเจ้าหน้าที่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยอีกมาตรการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือมาตรการจับจริง-ปรับจริง

รถจักรยานยนต์ที่รุกล้ำขึ้นมาบนทางเท้า มีการเพิ่มอัตราค่าปรับจากเดิม 500 บาท เป็น 1000 บาท และยังเพิ่มจุดจับปรับจากเดิมที่มีอยู่ 115 จุด เป็น 233 จุด อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดโดยจะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับครึ่งหนึ่งอีกด้วย

จากสถิติของ กทม. เขตวังทองหลาง เป็นเขตที่ฝ่าฝืนกฎมากที่สุด รองลงมา คือ เขตสวนหลวง เขตลาดกระบัง และเขตวัฒนา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมีประชาชนแจ้งร้องเรียน กว่า 10,000 ราย มีการส่งเงินรางวัลให้กับผู้แจ้งแล้ว 2,000 ราย

ทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาละเมิดสิทธิบนทางเท้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยากจะแก้ไขหากขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคประชาชนและการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่

ถ้ำเล จ.ตรัง คึกคักรับปีใหม่ ทำคนพายเรือมีรายได้กว่า 1 พันบาทต่อวัน

ถ้ำเลคึกคักรับปีใหม่ แหล่งท่องเที่ยวทางบกอีกแห่งของ จ.ตรัง ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทำให้คนพายเรือมีรายได้กว่าพันบาทต่อวัน

วันที่ 1 มกราคม 2562 บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ของจังหวัดตรัง ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางบกและทางทะเล โดยแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลก็มีความสวยงามไม่แพ้จังหวัดอื่นในฝั่งอันดามัน ซึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรัง คือ ถ้ำมรกต อันซีนไทยแลนด์

นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปในถ้ำมรกตต้องดำน้ำเข้าไปภายในถ้ำ ซึ่งมีหาดทรายสีขาวอยู่ภายใน และแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำดูปะการังใต้ทะเล นอกจากนี้ชายหาดที่มีความยาวกว่า 100 กิโลเมตรก็มีความสวยงามนักท่องเที่ยวที่ไม่ไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ สามารถลงเล่นบริเวณชายหาดได้

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแล้ว จังหวัดตรังยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางบกที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ ถ้ำเลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องท่องที่พบเห็น และเป็นความเชื่อของนักท่องเที่ยวเมื่อลอดถ้ำท้องมังกรจะมีความอยู่เย็นเป็นสุข

โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ถ้ำเลเขากอบได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปีทำให้มีเงินสะพัดจำนวนมาก โดยเฉพาะคนพายเรือพานักท่องเที่ยวเข้าชมความงามภายในถ้ำ ที่มีรายวันละกว่า 1 พันบาท ถือว่าเป็นรายได้ดีกว่าการตัดยางพารา

การรถไฟฯ จัดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษเพิ่มอีก 8 ขบวน ทั้งไปและกลับ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาใช้บริการขึ้นรถโดยสารรถไฟกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพหรือหัวลำโพงตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ 28 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษเพิ่มอีก 8 ขบวน ทั้งเที่ยวไปและกลับรองรับการเดินทางระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561-2 มกราคม 2562

นายเฉลียว ไวยกัญหา นายสถานีรถไฟกรุงเทพหรือหัวลำโพง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เริ่มมีผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมารอโดยสารขึ้นรถไฟเพื่อไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศปีใหม่นี้ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงกันอย่างคึกคัก เนื่องจากขบวนรถโดยสารเที่ยวแรกที่ออกเดินรถในเวลา 04.20 น. เส้นทางกรุงเทพฯ- ลพบุรี และเที่ยวสุดท้ายในเวลา 23.50 น. เส้นทางกรุงเทพฯ-ยะลา

สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดมาตรการ “7 วัน 7 มาตรการ” อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยการเดินทางแก่ผู้โดยสารตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

จัดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษเพิ่มอีก 8 ขบวน แยกเป็นเที่ยวไปส่ง 4 ขบวน ระหว่างวันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2561 และเที่ยวรับกลับ 4 ขบวน วันที่ 1 – 2 มกราคม 2562 โดยคาดว่าในวันนี้ 28 ธันวาคม 2561 จะมีผู้โดยสารเดินทางมากที่สุดประมาณ 100,000 ราย สำหรับผู้โดยสารที่ไม่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า การรถไฟจะมีการจัดรถพ่วงเพิ่มเต็มกำลังลากจูง 18 โบกี้ ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีตลอดช่วงเทศกาลในทุกสาย

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้จัดกิจกรรม “รถไฟส่งความสุข เดินทางกลับบ้านปลอดภัย” โดยมีการจัดนิทรรศการรณรงค์ความปลอดภัยในการโดยสารขบวนรถ และรณรงค์ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะผ่านจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ-รถยนต์ พร้อมกับมีการแจกของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสารที่มาใช้บริการในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 และยังรวมกับกองบังคับการตำรวจรถไฟ มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ ภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ โดยช่วงบ่ายวันนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม