ประมวลภาพความสุข เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2562 ที่ พัทยา

ภาพบรรยากาศ งานเคาท์ดาวน์ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ที่ พัทยา

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา เมืองพัทยา จับมือกับ สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) ในเครือโมโนกรุ๊ป จัดงาน MONO29 Pattaya Countdown 2019 : Universe of Entertainment สนุกสุดขอบจักรวาล มหกรรมความบันเทิงฉลองใหญ่ส่งท้ายปี

โดยงานนี้มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักเต็มไปด้วยความสุข ประชาชนจำนวนมากจากทั่วโลก เดินทางมาร่วมสนุกไปกับทัพศิลปินจาก Mono Music นำโดย พีธ-พีระ ปนัดดา เรืองวุฒิ โรส ศิรินทิพย์ เต๋า-สมชาย คิง พิเชษฐ์ ขนมจีน กุลมาศ ละมุนแบนด์ ชยิณ แป้ง ณัฐณิชา และเบล เลลาณี

ร่วมด้วยศิลปินชื่อดัง อย่าง Room 39 สิงโต นำโชค เบน-ชลาทิศ แสตมป์-อภิวัชร์ เอ๊ะ-จิรากร และเรโทรสเปคต์ มามอบความสนุกสนานบันเทิงใจ ทั้งร้อง เล่น เต้น แบบเต็มเหนี่ยว พร้อมทั้งมีการยิงพลุไฟเฉลิมฉลองจนท้องฟ้าสว่างไสวเมืองพัทยาต้อนรับปีหมู 2562

ส่องทิศทางปี 2562 “เศรษฐกิจ-การเมือง” โลกจะไปทางไหน

ปี 2562 เป็นอีกปีที่ต้องจับตามองความเป็นไปของโลก ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

“ฟอร์จูน” ได้คาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562 ซึ่งหลายๆ เรื่องมีแนวโน้มจะยุ่งยากและกระทบในวงกว้าง เริ่มจากการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องลุ้นกันมากขึ้น หลังจากพรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ถ่วงดุลการเมืองได้มากกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผูกขาดเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา

ขณะที่ประเด็นร้อนเกี่ยวกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย ที่เผชิญแรงกดดันจากนานาชาติ กรณีการสังหารนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุฯ ก็น่าจะได้บารมีของกษัตริย์ซัลมาน พระราชบิดา และยังรักษาตำแหน่งรัชทายาทเอาไว้ได้ แต่มกุฎราชกุมารซาอุฯ อาจจะต้องปรับบทบาทอยู่หลังฉากเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกลาโหม จนกว่าเรื่องของนายคาช็อกกีจะเงียบไป รวมทั้งหันไปมุ่งเน้นนโยบายในประเทศและเศรษฐกิจแทน

สำหรับเรื่องการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือเบร็กซิต มีแนวโน้มที่จะยุ่งยากมากขึ้น แม้จะเจรจากันมานาน 2 ปีแล้ว แต่เส้นตายในเดือนมีนาคมก็อาจจะยังไม่มีข้อตกลงที่ครอบคลุมออกมา เพราะเกมนี้มีความเสี่ยง และเดิมพันด้วยเสถียรภาพทางการเงินของโลก ทั้งสองฝ่ายจึงยอมรับข้อตกลงพื้นฐานที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น พรมแดนของไอร์แลนด์เหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรกับประเทศไอร์แลนด์ และสิทธิในการทำงานของชาติสมาชิก EU ในอังกฤษ

ข้ามมาที่อิตาลี ซึ่งแบกภาระหนี้ราว 2 ล้าน 3 แสนล้านยูโร หรือกว่า 85 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากไม่สามารถจัดการได้ ก็ย่อมฉุดเศรษฐกิจโลกให้อยู่ในภาวะขาลง และการล่มสลายของระบบเศรษฐกิจอิตาลีก็อาจส่งผลต่อกลุ่มยูโรโซน หรือประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร มากกว่าปัญหาของกรีซก่อนหน้านี้

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น รวมทั้งทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.75 จนกระทบธุรกิจขนาดเล็กและเกษตรกร ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2563 จะทำให้ทั้งสองฝ่ายหันมาเจรจากัน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์จะออกมาอ้างชัยชนะในการแก้ปัญหานี้ ทั้งที่ตัวเองก่อขึ้น

แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ก็อาจเพียงพอที่จะดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน และเคลื่อนไหวอยู่แถว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก ก็ส่งสัญญาณปรับลดกำลังการผลิตเพื่อให้ราคาขยับขึ้น

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้ง ในช่วง 12 เดือนนับจากนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3 และนี่ย่อมส่งผลต่อประเทศอื่นๆ อย่างยากจะหลีกเลี่ยง

ปภ. ประสานจังหวัด เตรียมรับมือภาวะฝนตกหนัก 1–5 ม.ค.นี้

ปภ. ประสานจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 1–5 ม.ค.นี้

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 1 – 5 มกราคม 2562 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างคาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2 – 3 มกราคม 2562

โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3 – 5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 เมตร

โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง 16 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเฉพาะการห้ามเดินเรือทุกประเภท

กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป