ราคาบ้านนิวซีแลนด์เริ่มตก หลังออกกฎห้ามต่างชาติซื้อ

อสังหาริมทรัพย์ในนิวซีแลนด์ที่เคยมีมูลค่าสูงมากแห่งหนึ่งในโลก เริ่มราคาตกลง หลังรัฐบาลห้ามชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศ

ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของทางการนิวซีแลนด์ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เผยให้เห็นผลกระทบที่ชัดเจนจากกฎหมายใหม่ ที่ห้ามชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นพำนักในนิวซีแลนด์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศ เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า ผู้ซื้อชาวต่างชาติเหล่านี้เป็นผู้บิดเบือนราคาอสังหาริมทรัพย์ในตลาด

ข้อมูลระบุว่า จำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายทั่วประเทศลดลงเฉลี่ยร้อยละ 13 ช่วงปลายปีที่แล้ว

นายซาทิช แรนช์ฮอด นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส บริษัทเวสแพ็ก แบงกิ้ง ระบุว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองใหญ่ รวมถึงเมืองโอ๊กแลนด์ตกลงอย่างมาก เฉพาะเมืองโอ๊กแลนด์ราคาขายในเดือนธันวาคม ลดลงร้อยละ 20 

อีกหนึ่งปัจจัยบ่งชี้คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยในเมืองโอ๊กแลนด์ ค่าเฉลี่ยของจำนวนวันที่ขายอสังหาริมทรัพย์ในตลาดเมื่อเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 34 วัน เป็น 39 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลานานที่สุด นับตั้งแต่ปี 2544 

ทั้งนี้ นโยบายการจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาตินี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคแรงงานที่ให้สัญญาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า จะทำให้ราคาบ้านถูกลงสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก 

แต่ในระยะสั้น นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า การซื้อบ้านหลังแรกยังคงเป็นเรื่องยาก โดยคาดว่าราคาอสังหาริมทรัพย์จะลดลงจริงๆ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

เด็ก 7 ขวบถูกฝูงหมาจรจัดเข้าขย้ำ อาการดีขึ้นหลังแพทย์ได้ผ่าตัดช่วยเหลือ

เด็ก 7 ขวบ ถูกฝูงสุนัขรุมขย้ำอาการดีขึ้น หลังแพทย์ผ่าตัดฉุกเฉินช่วยเหลือ แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ใกล้ชิด ก่อนย้ำไม่เปิดรับบริจาคหลังมีมิจฉาชีพสวมรอย

จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญเด็กชายวัย  7 ขวบรายหนึ่ง ถูกฝูงสุนัขเกือบ 10 ตัว รุมขย้ำเข้ากัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งลำคอ  ศรีษะมีแผลฉีกขาด ใบหูทั้ง 2 ข้างขาด โดยเหตุเกิดที่บริเวณใต้สะพานสารสิน จ.พังงา เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา และขณะนี้เข้ารับรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตนั้น

ล่าสุดวันนี้ (28 ม.ค. 2562) ได้มีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เด็กชายต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน เพื่อทำการช่วยเหลือหลังจากมีแพทย์ฉกรรจ์หลายแห่งตามลำตัวและศีรษะ  โดยพญ.ณัฐวรรณ เทพณรงค์ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ระบุว่า

บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้น ฉีกขาดไปถึงขั้นไขมันใต้ผิวหนัง ได้ทำการรักษาและทำความสะอาดแผลเบื้องต้นไปแล้ว หลังจากนี้จะทำความสะอาดบาดแผลเพิ่มเติมและตกแต่งบาดแผลโดยศัลยแพทย์ทั่วไป และศัลยแพทย์ตกแต่ง โดยจะเข้าห้องผ่าตัดเพื่อประเมินบาดแผลในเชิงลึกต่อไป

ส่วนสภาพจิตใจของเด็กนั้น จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าเด็กยังรู้สึกหวาดกลัวและเจ็บบาดแผลอยู่ จิตใจจะต้องได้รับการฟื้นฟูซึ่งจะต้องให้แพทย์จิตเวชอีกครั้ง แต่ในเบื้องต้นในคืนนี้คาดว่าจะต้องประเมินเรื่องบาดแผลและสัญญาณชีพฉุกเฉินไปก่อน และต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก บีคุงก์ พสกนิกร ราษฏรพังงา ได้มีการโพสต์ข้อความเผยถึงความคืบหน้าหลังการผ่าตัดช่วยเหลือของทีมแพทย์ ว่า  น้องอาการปลอดภัยนะครับ แต่ยังต้องเฝ้าติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด ในห้อง ICU โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และยังต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง รวมถึงการทำศัลยกรรมด้วย

ขณะที่เมื่อคืนนี้ ทางผู้ว่าฯ นายอำเภอ นายกสมบัติ จินดาพล ผู้นำท้องถิ่น ปศุสัตว์พังงา เข้าพื้นที่จับตัวสุนัขที่คาดว่าก่อเหตุแล้ว 4 ตัว เพื่อไปขังติดตามอาการ และทีมงานได้เดินทางไปเยี่ยมน้อง ให้กำลังใจครอบครัว รวมทั้งผู้ว่า ทางจังหวัดภูเก็ตด้วยครับ คือบรูณาการณ์ช่วยกันทั้ง 2 จังหวัดเพื่อช่วยน้องอย่างเต็มที่ในทุกด้าน

#ล่าสุดมีมิจฉาชีพ ลงเฟสประกาศขอรับบริจาคเงินรักษาพยาบาลน้อง ขอยืนยันว่ามันคือโจร เอาความทุกข์ของเด็กมาฉวยโอกาสหากิน อย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาดครับ

#แก๊งหมาทะเล ยังมีอีกชุดใหญ่นะครับ ในป่าโกงกาง ยาวไปถึงหลุมขยะท่าปากแหว่ง ที่ทะลุกันหมดเมื่อช่วงน้ำลดครับ

บราซิลสั่งอพยพ 24,000 คน หวั่นเขื่อนแห่ง 2 แตกซ้ำ

บราซิลสั่งอพยพประชาชน 24,000 คน ในเมืองบรูมาดินโญ หวั่นเขื่อนแห่งที่ 2 แตกซ้ำ หลังเขื่อนแรกแตกเมื่อวันศุกร์ จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสูญหายอีก 250 คน

เจ้าหน้าที่บราซิลประกาศเมื่อวานนี้ ให้อพยพผู้คนราว 24,000 คน ในเมืองบรูมาดินโญ ที่เพิ่งเกิดเหตุโคลนถล่มรุนแรงจากเขื่อนในเหมืองแร่เหล็กที่แตกเมื่อวันศุกร์ เพราะฝนที่ยังตกทำให้มีความเสี่ยงที่เขื่อนอีกแห่งอาจจะแตกซ้ำรอยได้

มีรายงานว่า เสียงไซเรนดังขึ้นในช่วงเช้าตรู่วานนี้ เพื่อเตือนถึงระดับน้ำในเขื่อนกักเก็บหางแร่ที่เข้าสู่ภาวะอันตราย โดยเขื่อนแห่งนี้อยู่ใกล้กับเหมืองแร่เหล็กของบริษัทวาลี ในเมืองบรูมาดินโญ รัฐมีนัส เชไรส์ ที่เพิ่งเกิดเหตุเขื่อนแตกเมื่อเวลา 13 .00 น.ของวันศุกร์

นายเปโดร ไออาร่า โฆษกสำนักงานดับเพลิงรัฐมีนัส เชไรส์ กล่าวว่า สถานการณ์เสี่ยงอันตราย แต่ยังไม่เกิดรอยแตกที่เขื่อน และทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเขื่อนแตกราว 250 คน ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นพนักงานของบริษัทวาลี หรือพนักงานของบริษัทคู่สัญญา โดยเหตุเขื่อนแตกครั้งล่าสุดนี้เป็นหายนะรุนแรงอันดับ 2 ในรอบไม่ถึง 4 ปี ซึ่งสันนิษฐานว่าผู้สูญหายส่วนใหญ่น่าจะเสียชีวิต

บรรดาครอบครัวของผู้ประสบเหตุต่างไม่พอใจที่ทางการไม่ได้แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อย่างเพียงพอ

สำนักข่าวเอพี ระบุว่า นับถึงช่วงเช้าวานนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเขื่อนแตกอยู่ที่ 40 ราย และสาเหตุที่เขื่อนแตกก็ยังไม่ทราบแน่ชัด

ทางการบราซิลได้สั่งให้บริษัทวาลี ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่สุดในโลก ยุติการดำเนินงานในเหมืองแร่เหล็กที่เกิดเหตุ และอัยการอายัดทรัพย์ของบริษัท 2,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 91,000 ล้านบาท สำหรับจ่ายเยียวยากรณีที่เกิดขึ้น

เมื่อวันเสาร์ นายฌาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายจากเหตุเขื่อนแตก จนทำให้ดินโคลนมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่

ด้านกองทัพอิสราเอลประกาศว่า ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยออกเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าว ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล